ส.อ.ท. ชี้เป้า ‘นโยบายรัฐบาลใหม่’ ควรให้ความสำคัญ!

3 มี.ค. 2566 - 03:19

  • FTI Poll เผยผลสำรวจเอกชน ต่อการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ

  • ส่งโจทย์ 5 ด้าน เป็นสัญญาณให้พรรคการเมือง วางกรอบนโยบายเคลื่อนอุตสาหกรรมประเทศในอนาคต

FTI-Poll-CEO-election-new-government-industrial-policy-wants-SPACEBAR-Thumbnail
มนตรี มหาพฤกษ์พงศ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เผยผลการสำรวจ FTI Poll ครั้งที่ 26 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ภายใต้หัวข้อ ‘นโยบายรัฐบาลใหม่ที่ภาคอุตสาหกรรมอยากได้’ พบว่า จากการที่ประเทศไทยจะมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ ภาคอุตสาหกรรมมองว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่เราจะได้รัฐบาลใหม่ และมีนโยบายใหม่ๆ ที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งจากการสำรวจความเห็นของผู้บริหาร ส.อ.ท. ส่วนใหญ่ คาดหวังให้รัฐบาลใหม่ให้ความสำคัญกับกรอบนโยบายใน 5 เรื่อง ดังนี้  
  1. การแก้ไขปัญหาต้นทุนพลังงานและการสร้างเสถียรภาพด้านพลังงานให้แก่ประเทศ  
  2. การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม  
  3. การแก้ไขปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น  
  4. การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในภาคธุรกิจ และการส่งเสริมผู้ประกอบการ SME  
  5. การแก้ไขปัญหาโลกร้อน Climate change มาตรการกีดกันทางการค้า และการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อม
ซึ่งในแต่ละเรื่อง ส.อ.ท. ได้มีการสำรวจความเห็นเจาะลึกในแต่ละประเด็นนโยบายย่อย เพื่อเป็นโจทย์ให้กับพรรคการเมืองที่มีการหาเสียงอยู่ในขณะนี้ นำไปใช้เป็นกรอบในการกำหนดนโยบายการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมของประเทศในอนาคตต่อไป 

เจาะ 6 คำถาม จาก CEO 45 กลุ่มอุตสาหกรรม 
จากการสำรวจผู้บริหาร ส.อ.ท. (CEO Survey) จำนวน 255 ท่าน ครอบคลุมผู้บริหารจาก 45 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 76 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด มีสรุปผลการสำรวจ FTI Poll ครั้งที่ 26 จำนวน 6 คำถาม ดังนี้ 
1. รัฐบาลใหม่ควรให้ความสำคัญกับนโยบายในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมเรื่องใด (Multiple choices)
อันดับที่ 1: การแก้ไขปัญหาต้นทุนพลังงาน และการสร้างเสถียรภาพ 81.6% ด้านพลังงานให้แก่ประเทศ 
อันดับที่ 2: การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม   77.3% 
อันดับที่ 3: การแก้ไขปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น     70.6% 
อันดับที่ 4: การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในภาคธุรกิจ และการส่งเสริมผู้ประกอบการ SME 2.5% 
อันดับที่ 5: การแก้ไขปัญหาโลกร้อน Climate change มาตรการกีดกันทางการค้า 47.8% และการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อม

2. นโยบายใดช่วยแก้ไขปัญหาต้นทุนพลังงาน และการสร้างเสถียรภาพด้านพลังงานให้แก่ประเทศ  (Multiple choices) 
อันดับที่ 1: เร่งเปิดเสรีพลังงานทางเลือก ส่งเสริมการลงทุนผลิตไฟฟ้า 72.9% จากพลังงานหมุนเวียนใช้เองภายในโรงงาน 
อันดับที่ 2: ปรับโครงสร้างราคาพลังงาน เช่น ค่าไฟฟ้า น้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซธรรมชาติ 71.8% ให้เป็นธรรมกับทุกฝ่าย  
อันดับที่ 3: แก้ไขกฎหมายและกฎระเบียบจากนโยบายด้านพลังงานให้เป็นธรรมกับทุกฝ่าย 66.7% ทั้งประชาชน ผู้ประกอบการภาคผลิตและบริการ รวมถึงผู้ลงทุน 
อันดับที่ 4: เร่งเปิดให้เอกชนสามารถใช้ระบบส่ง/จำหน่ายไฟฟ้า (Third Party Access) 54.5% เพื่อนำไปสู่ Net Metering

3. นโยบายใดช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม  (Multiple choices) 
อันดับที่ 1: ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาและนำเทคโนโลยี 71.4% และนวัตกรรมมาใช้ในการผลิต 
อันดับที่ 2: การส่งเสริมการลงทุนทั้งในอุตสาหกรรมเดิมและอุตสาหกรรมเป้าหมาย 60.0% S-Curve ในประเทศ เช่น การปรับปรุงสิทธิประโยชน์ทั้งภาษีและไม่ใช่ภาษี, การอำนวยความสะดวก, การสนับสนุนด้านการเงิน เป็นต้น 
อันดับที่ 3: ยกระดับมาตรฐานฝีมือแรงงาน Upskill & Reskill  56.9% และพัฒนาระบบการศึกษาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการกำลังคนภาคธุรกิจ  
อันดับที่ 4: ส่งเสริมแนวคิด BCG Model เพื่อสร้างมูลค่าให้กับภาคการเกษตร 55.3% ควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม

4. นโยบายใดช่วยแก้ไขปัญหาการทุจริตคอรัปชัน (Multiple choices) 
อันดับที่ 1: เพิ่มบทลงโทษคนกระทำผิด และปรับปรุงกระบวนการยุติธรรม 72.5% ให้มุ่งอำนวยความยุติธรรมโดยให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วเป็นสำคัญ 
อันดับที่ 2: ปรับรูปแบบจากระบบการขออนุมัติอนุญาตจากหน่วยงานภาครัฐ 62.4% มาเป็นการรายงานผลการปฏิบัติตามกฎหมาย (Self- Declaration) และตรวจติดตามผล 
อันดับที่ 3: ขยายผลการจัดทำข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ในการจัดซื้อจัดจ้าง 53.3% ทุกระดับ เพื่อเปิดให้เอกชนมีส่วนร่วมเข้าไปสังเกตการณ์และตรวจสอบ  
อันดับที่ 4: มีรางวัลนำจับให้แก่ผู้ที่แจ้งเบาะแสการทุจริตคอรัปชัน 50.2% เพื่อสร้างแนวร่วมในการป้องกันการทุจริตคอรัปชัน

5.  นโยบายใดช่วยแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในภาคธุรกิจ และการส่งเสริมผู้ประกอบการ SME  (Multiple choices) 
อันดับที่ 1: สนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับ SME และมาตรการช่วยเหลือต่างๆ 66.7% 
อันดับที่ 2: ปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ  65.9% 
อันดับที่ 3: เพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนให้แก่ SME ทั้งมาตรการทางภาษี 62.4% และมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี รวมทั้ง การบริการครบวงจร  
อันดับที่ 4: สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมผ่านธุรกิจ Startup 52.5% และสนับสนุนให้เกิด Technology transfer แก่ผู้ประกอบการ SME

6. นโยบายใดช่วยรับมือกับปัญหาโลกร้อน Climate change มาตรการกีดกันทางการค้าและการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อม (Multiple choices) 
อันดับที่ 1: ส่งเสริมอุตสาหกรรมตามนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) 73.3% เพื่อนำของเสียกลับมาสร้างมูลค่าเพิ่มใหม่ 
อันดับที่ 2: สนับสนุนให้ปรับเปลี่ยนพลังงานเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 66.3% เช่น โซลาร์ฟาร์ม โซลาร์รูฟท็อป 
อันดับที่ 3: เพิ่มสิทธิประโยชน์ในการส่งเสริมโรงงานให้มีการปรับปรุงการผลิต 65.1% และเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก  
อันดับที่ 4: ส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทั้งผู้ใช้และผู้ผลิต 59.2% (Eco product, Green label) 
https://images.ctfassets.net/i3o8p9lzd06f/2dEF3y1vWuj6NOmB2htCmV/8ac1f60f1126eaee081144e46f18217b/FTI-Poll-CEO-election-new-government-industrial-policy-wants-SPACEBAR-Photo01
https://images.ctfassets.net/i3o8p9lzd06f/3DwSKwOr4pUj2NnUkAky0p/9061007fbf1c1e617122710b4ef73a83/FTI-Poll-CEO-election-new-government-industrial-policy-wants-SPACEBAR-Photo07

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์