AI แนะวิธีเอาตัวรอดจากกับดัก Productivity

9 ม.ค. 2566 - 11:43

  • การทุ่มเททำงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ทำน้อยได้มาก ถือเป็นเรื่องดี แต่ถ้าเราทุ่มพลังทั้งหมดกับงานทุกชิ้นทุกประเภทในทุกๆ วัน สุดท้ายแล้วความโปรดักทีฟอาจจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเราได้

  • มาดูกันว่าเราจะเอาตัวรอดจากภาวะบ้าความโปรดักทีฟได้อย่างไร

4_Ways_to_avoild_toxic_productivity_SPACEBAR_Thumbnail_bc5fcd5a02.jpeg
การทำงานแบบโปรดักทีฟ ใช้เวลาน้อย แต่ทำได้มาก หรือทำแล้วให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด คุ้มค่ากับหยาดเหงื่อแรงกายและเวลา สิ่งเหล่านี้แทบจะกลายเป็นค่านิยมของคนทำงานยุคนี้ไปแล้ว  

คำถามคือ เราควรทำงานแบบโปรดักทีฟกับทุกงานจริงๆ หรือเปล่า หรือนี่คือวิธีการทำงานที่ไม่เป็นมิตรกับตัวเรา เพื่อนร่วมงาน รวมไปถึงองค์กรในระยะยาวกันแน่? 

SPACEBAR ลองหยิบเรื่องนี้ไปปรึกษา ChatGPT และได้คำตอบที่น่าสนใจทีเดียว
 

รู้จัก Toxic Productivity: เมื่อความโปรดักทีฟเป็นพิษภัยต่อชีวิตเรา

การทุ่มเททำงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าเราทุ่มพลังทั้งหมดกับงานทุกชิ้นทุกประเภทในทุกๆ วัน สุดท้ายแล้วความโปรดักทีฟอาจจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเราได้ และนำไปสู่ภาวะเบิร์นเอาต์ในที่สุด  
 
ทางที่ดีลองสังเกตตัวเองว่าเราบ้าความโปรดักทีฟเกินไปไหม เช่น

  • ทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมง ไม่ยอมหยุดพัก แม้จะเลยเวลางานไปแล้วก็ตาม 
  • มองข้ามการดูแลสุขภาพของตัวเอง ทั้งที่มันเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
  • คาดหวังหรือกดดันให้คนอื่นทำงานเป็นเวลานานเหมือนตัวเอง 
  • รักษาบาลานซ์ระหว่างชีวิตกับการทำงานไม่ได้ 

ทำงานได้ดี โดยไม่ตกเป็นทาสของงาน

  • หาสาเหตุของ Toxic Productivity ให้เจอ 
         ก่อนจะเริ่มแก้ปัญหา เราควรรู้ก่อนว่าสาเหตุที่ทำให้เราบ้างานหรือทำงานหนักมากเกินจำเป็นคืออะไรกันแน่ ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมองค์กร หรือวิธีการใช้ชีวิตและการทำงานของตัวเราเอง เมื่อรู้สาเหตุแล้ว เราจะเริ่มแก้ได้ถูกจุด 
 
  • สุขภาพต้องมาก่อน 
        ทั้งสุขภาพกายและใจล้วนมีผลต่อการทำงานของเราทั้งสิ้น ลองนึกตามว่างานจะออกมาดีหรือไม่ ถ้าเราเจ็บป่วยจนถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่อ เครียดจนนอนไม่หลับแทบทุกวัน หรือแม้แต่ไม่มีเวลาดูแลใส่ใจตัวเองและคนรอบข้าง สุดท้ายแล้วเราอาจจบด้วยการนอนป่วยจนทำงานไม่ได้เลยด้วยซ้ำ 

 
  • รู้หน้าที่และขีดจำกัดของตัวเอง 
        ต่อให้มีทักษะทำงานที่หลากหลายและสามารถจัดการงานจำนวนมากได้ แต่อย่างน้อยเราควรรู้ขีดจำกัดของตัวเองว่าจริงๆ แล้วเราทำงานได้มากน้อยแค่ไหนในแต่ละวัน พยายามเลี่ยงการโหมงานหนักๆ และหาเวลาพักผ่อนหย่อนใจบ้าง 
 
  • พูดคุยกับหัวหน้าหรือเจ้านาย
         ถ้าคุณถูกสั่งให้ทำงานหนัก ทำงานเยอะเกินหน้าที่และเกินขีดจำกัดของตัวเอง ควรรีบสื่อสารกับเจ้านายหรือหัวหน้าโดยเร็วที่สุด ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะทนทำไปเรื่อยๆ โดยที่อีกฝ่ายไม่รับรู้ว่าเรากำลังมีปัญหาในการทำงาน และพยายามหาทางแก้ไขร่วมกัน 
 
  • ชีวิตยังมีอีกหลายด้าน 
        การทำงานสำคัญก็จริง (อย่างน้อยก็เป็นรายได้เลี้ยงชีพ) และเป็นปกติที่เราจะรู้สึกภูมิใจเวลาเห็นงานออกมาสำเร็จตามที่คิดหรือวางแผนไว้ แต่ชีวิตยังมีอีกหลายแง่มุม อย่าลืมรักษาสมดุลและให้เวลากับด้านอื่นๆ ของชีวิตด้วย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์