เอไอมาแน่ - วิดีโอสั้นคือแมส 7 เทรนด์โซเชียลกำหนดทิศทางธุรกิจไทย ปี 2023

8 ก.พ. 2566 - 11:23

  • การลงทุนเพื่อพัฒนา AI จะโตขึ้นเกือบ 2 เท่าในปี 2023

  • 82% ของนักช้อปมีโอกาสที่จะซื้อสินค้าจากต่างประเทศ

  • นักช้อปกว่า 51% ยอมรับว่า ครีเอเตอร์มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า

  • 140,000 ล้านครั้ง คือ ยอดคนดู Reel บนเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมต่อวัน

7_social_trends_thai_business_2023_SPACEBAR_Hero_03a5e78bad.jpeg
เทรนด์คือสิ่งที่จะเกิดขึ้น เป็นการคาดการณ์จากข้อมูลในอดีต มาดูกันว่าในสายตาของ Meta เห็นว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้นในปี 2023 

แพร ดํารงค์มงคลกุล Country Director ของ Facebook ประเทศไทย จะมาไขข้อมูล 7 เทรนด์โซเชียลที่ Meta คาดการณ์ว่า จะกำหนดทิศทางธุรกิจไทยในปีนี้ 

1. ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI 

  • Generative AI เป็นเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงปลายปีที่ผ่านมา 
  • AI ถูกนำมาใช้งานแพร่หลายมากขึ้น พร้อมกับการพัฒนาประสิทธิภาพให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง 
  • ตอนนี้ใครๆ ต่างผสานเทคโนโลยี AI กับผลิตภัณฑ์และบริการ เช่น อุปกรณ์สมาร์ทโฮม, รถยนต์ไร้คนขับ และผู้ช่วยเสมือนจริง 
  • การนำ AI มาใช้เพื่อวิเคราะห์ จัดการ เข้าถึง และให้บริการเชิงให้คำปรึกษาจากข้อมูลที่ไร้โครงสร้างมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง 
  • คาดการณ์ว่า ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก การลงทุนเพื่อพัฒนาระบบ AI ของ International Data Corporation หรือ IDC จะเพิ่มขึ้นราวเท่าตัว จาก 17.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2022 เป็น 32 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2023 

2. การส่งข้อความเชิงธุรกิจ 

  • จากสถิติทั่วโลก มีผู้คนกว่าหนึ่งพันล้านคนส่งข้อความหาธุรกิจในแต่ละสัปดาห์ผ่าน WhatsApp Messenger และ Instagram Direct 
  • ส่วนใหญ่เป็นการส่งข้อความส่วนตัวหาแบรนด์ต่างๆ เพื่อเลือกชมแค็ตตาล็อกสินค้า ขอความช่วยเหลือ หรือตอบโต้กับ Stories ของธุรกิจ 
  • มูลค่าของโฆษณาที่คลิกต่อไปยังการทักแชททาง Messenger ธุรกิจ อยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อปี 
  • 76% ของคนไทย ระบุว่าการส่งข้อความเชิงธุรกิจเป็นช่องการสื่อสารกับธุรกิจที่พวกเขาชอบมากที่สุด 
  • 78% ของคนไทยกล่าวว่าพวกเขาได้ส่งข้อความไปหาธุรกิจต่าง ๆ แล้วอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อสัปดาห์ 

3. การชอปปิ้งข้ามพรมแดน 

  • ปัจจุบัน เทคโนโลยีเปิดโอกาสให้ผู้คนสามารถเลือกซื้อสินค้าจากที่ใดก็ได้บนโลก จนทำให้การค้าอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนเติบโตกว่าการค้าอีคอมเมิร์ซภายในประเทศถึง 5 เท่า 
  •  ภายในปี 2026 คาดการณ์ว่า ตลาดการค้าอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนทั่วโลกจะมีมูลค่าสูงถึง 2.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปีที่ 17% นับตั้งแต่ปี 2019 
  • ทั้งนี้ Meta ได้ร่วมมือกับ YouGov สำรวจความคิดเห็นนักช้อปจำนวนกว่า 16,000 คนจาก 8 ประเทศ พบว่า 82% มีโอกาสที่จะซื้อสินค้าจากธุรกิจในต่างประเทศ 
  • 58% ของนักช้อปข้ามพรมแดนกล่าวว่า ค้นพบสินค้าจากธุรกิจในต่างประเทศผ่านทางโซเชียลมีเดีย 

4. Virtual และ Augmented Reality 

  • ปีที่ผ่านมา ธุรกิจมากมายเปิดรับการใช้งานเทคโนโลยี AR/VR เพื่อเสริมประสบการณ์ลูกค้ามากขึ้น 
  • IDC ระบุว่า เม็ดเงินลงทุนในเทคโนโลยี AR/VR ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะมีอัตราการเติบโตต่อปีที่ 42.4% (ระหว่างปี 2021 - 2026) และจะมีมูลค่าถึง 16.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ 
  • ในปี 2026 และโฆษณาแบบ AR จะช่วยแบรนด์เชื่อมต่อถึงลูกค้าได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น 
  • ประเทศไทยเป็นหนึ่งในสิบประเทศทั่วโลกที่มีจำนวนครีเอเตอร์ Spark AR ที่มีผลงานอย่างต่อเนื่องมากที่สุดในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว 

5. ครีเอเตอร์ 

  • ครีเอเตอร์คืออนาคต กว่า 51% ของกลุ่มตัวอย่างนักช้อปข้ามพรมแดนต่างบอกว่าเหล่าครีเอเตอร์ คือ แหล่งข้อมูลสำคัญในการค้นพบแบรนด์และช่วยประเมินคุณภาพสินค้า 
  • แบรนด์ควรทำงานเล่าเรื่องราวของแบรนดร์ร่วมกับครีเอเตอร์ 
  • Instagram Trend Report ประเทศไทย ชี้ให้เห็นว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z ชาวไทยให้ความสำคัญกับการเชื่อมต่อและมีปฏิสัมพันธ์กับคนที่พวกเขาติดตามสูง (อินฟลูเอนเซอร์) 
  • ถ้าอยากโตให้เร็วให้ไปคนเดียว แต่ถ้าอยากไปให้ไกล เรา (แบรนด์และอินฟลูเอนเซอร์) ต้องไปด้วยกัน 

6. ชอปปิ้งออนไลน์ 

  • คนกลุ่ม Gen X และ Baby Boomers การค้นพบสินค้าผ่านโทรศัพท์มือถือยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง 
  • งานวิจัยจาก Nielsen ชี้ว่ากว่า 85% ของนักช้อปในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จะยังคงซื้อสินค้าออนไลน์ต่อไป 
  • ขณะที่นักช้อปจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความตั้งใจซื้อสินค้าออนไลน์สูงสุดมากกว่า 60% 
  • Social Commerce หรือการซื้อขายผ่านโซเชียลมีเดีย ยังเป็นช่องทางการขายที่เติบโตเร็วที่สุด 
  • ในประเทศไทย นักช้อป Gen Z กว่า 54% เคยสั่งสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ และนัดรับของด้วยตัวเองที่ร้านค้า  

7. วิดีโอสั้น (Short-form video) 

  • วิดีโอยังคงเติบโตอย่างไม่หยุดยั้งในโลกอินเทอร์เน็ต 
  • ฟีเจอร์ Reels เติบโตอย่างก้าวกระโดดบนแอปของ Meta ทั้งในแง่ของจำนวนวิดีโอสั้นและยอดดู Reels 
  • ผู้ใช้งาน Instagram ใช้เวลาไปกับวิดีโอ Reels ถึง 20% 
  • ปัจจุบัน Reels มียอดดูบน Facebook และ Instagram จากเดิมที่มีรวมกันกว่า 140,000 ล้านครั้งต่อวัน เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าตัวในช่วงปีที่ผ่านมา 
จากข้อมูล 7 เทรนด์โซเชียลข้างต้นโดย Meta สรุปอย่างรวบรัดได้ว่า 

AI มาแน่ ช้อปออนไลน์คือเรื่องปกติ วิดีโอสั้นคือสื่อแมสของคนยุคนี้อย่างแท้จริง 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์