สืบศักดิ์ สืบภักดี นักวิจัยโทรคมนาคม เล่าถึง บทบาทของเสาสัญญาณมือถือ ที่กำลังจะเปลี่ยนไปในยุค 5G ว่า พูดถึง “เสาสัญญาณมือถือ” ภาพในหัวของพวกเราส่วนใหญ่น่าจะเป็นเสาเหล็กสูงๆ แขวนกล่องเหล็กรับส่งคลื่นความถี่ มีหน้าที่แค่นำพาอินเทอร์เน็ต 4G หรือ 5G มาสู่หน้าจอสมาร์ทโฟน พูดง่ายๆ มันทำหน้าที่เป็นเพียง “ประตูทางผ่าน” (Gateway) เชื่อมเราเข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ต
ในยุค 5G Advanced ต่อเนื่องไปจนถึง 6G เสาสัญญาณที่ตั้งอยู่ข้างถนน หรือบนตึกใกล้บ้านคุณ กำลังถูกผ่าตัดใหญ่เพื่อเปลี่ยนชีวิต! มันจะไม่ใช่แค่เสารับส่งคลื่นโง่ๆ อีกต่อไป แต่มันกำลังจะกลายเป็น “คอมพิวเตอร์ AI กระจายตัว (Distributed AI Infrastructure)” ที่อยู่ใกล้ชิดติดขอบชีวิตเรามากที่สุด
ขอต้อนรับสู่ยุคของ AI-RAN (Artificial Intelligence Radio Access Network) เทรนด์เทคโนโลยีสุดไฮเทคที่จะเปลี่ยนเสามือถือทั่วประเทศให้กลายเป็น “สมองกลลอยฟ้า”
RAN คืออะไร? แล้วทำไมต้องใส่ AI?
ก่อนจะไปไกล ลองถอยกลับมาดูคำว่า RAN (Radio Access Network) กันก่อน
RAN คือ โครงข่ายวิทยุส่วนที่อยู่ใกล้ตัวเราที่สุด ตั้งแต่ตัวเสา, อุปกรณ์วิทยุ (Radio Unit), ไปจนถึงกล่องประมวลผลสัญญาณเบสแบนด์ (Baseband) ที่ทำหน้าที่บริหารจัดการคลื่น จัดสรรช่องสัญญาณ เพื่อให้โทรศัพท์นับพันเครื่องในบริเวณนั้นคุยกับเครือข่ายรู้เรื่อง
ปัญหาคือ งานของ RAN เข้มงวดระดับวิกฤต มันต้องประมวลผลข้อมูลความเร็วสูงให้เสร็จภายใน “ไม่กี่มิลลิวินาที”ช้าไปนิดเดียวสายหลุด สัญญาณกระตุกทันที ในอดีต เสาสัญญาณจึงต้องใช้ “ชิปเฉพาะทาง” (ASIC/DSP) ที่ถูกสร้างมาเพื่อทำหน้าที่ส่งคลื่นอย่างเดียว ยืดหยุ่นไม่ได้ ทำงานอื่นก็ไม่เป็น
เมื่อยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีระดับโลกอย่าง NVIDIA, Ericsson, Nokia, Samsung, SoftBank, T-Mobile, Armและ Microsoft จับมือกันตั้งกลุ่ม AI-RAN Alliance ขึ้นมาเมื่อต้นปี 2024 คำถามใหม่จึงเกิดขึ้น
AI-for-RAN เอา AI มาช่วยจัดการคลื่น
เป็นการนำ AI เข้าไปสิงอยู่ในระบบวิทยุ เพื่อช่วยคำนวณการส่งคลื่น เช่น ยิงลำคลื่น (Beamforming) ติดตามคนที่กำลังนั่งรถเร็วๆ, ทำนายสภาพสัญญาณเพื่อลดการรบกวน, และปรับการใช้พลังงานของเสาให้ประหยัดขึ้น ผลลัพธ์คือ ใช้คลื่นเท่าเดิม แต่เน็ตแรงขึ้น ลื่นขึ้น และเสากินไฟน้อยลง
Ericsson ส่งฟีเจอร์ AI in RAN ในรูปแบบ Software Subscription ให้อัปเกรดระบบเดิมได้เลย ส่วน NVIDIA กับ SoftBank ก้าวไปอีกขั้น เอา GPU เข้าไปประมวลผลชั้นสัญญาณวิทยุ (Physical Layer) ในระดับ microseconds ได้สำเร็จ
AI-on-RAN เสามือถือกลายเป็น Edge AI
ปกติเวลาเราถาม AI หรือใช้งานระบบอัตโนมัติ ข้อมูลต้องวิ่งข้ามประเทศไปประมวลผลที่ Data Center ขนาดใหญ่ แต่ AI-on-RAN จะเปลี่ยนเสาสัญญาณใกล้บ้านคุณให้เป็น Edge Data Center ชิป AI ที่เสาจะช่วยคิดคำนวณงานให้ทันที
ประโยชน์ กล้องวงจรปิดในโรงงาน, หุ่นยนต์อุตสาหกรรม, หรือรถยนต์ไร้คนขับ สามารถส่งข้อมูลไปประมวลผลที่เสาสัญญาณหน้าโรงงานแล้วได้คำตอบกลับมาในไมโครวินาที ความเลท (Latency) ต่ำสุดๆ และข้อมูลสำคัญไม่ต้องวิ่งออกนอกพื้นที่
มุมธุรกิจ ค่ายมือถือจากที่เคยขายแค่ “โปรเน็ต” จะสามารถเปิดเช่า “กำลังคำนวณ AI (GPU-as-a-Service)” สร้างรายได้มหาศาลจากเสาสัญญาณที่มีอยู่ทั่วประเทศ
AI-and-RAN ใช้ชิปชุดเดียว รันทั้งเน็ต รันทั้ง AI
นี่คือจุดที่ว้าวที่สุด ปกติการใช้โทรศัพท์มือถือจะมีช่วง Peak (เช่น ช่วงเลิกงาน) และช่วงเงียบเหงา (เช่น ตี 2 - ตี 4) แนวคิด AI-and-RAN คือการใช้ ชิปคำนวณตระกูล GPU/Accelerated Computing ชุดเดียวกัน ช่วงคนใช้เน็ตเยอะ ทุ่มกำลังชิปไปประมวลผลคลื่นโทรศัพท์เต็มกำลัง ช่วงดึกคนนอนหลับ เจียดกำลังชิปที่ว่างอยู่ ไปช่วยประมวลผล AI Inference ให้ลูกค้าองค์กรแทน
เปลี่ยนจากเครื่องจักรที่เคยทำได้แม็กซิมัมงานเดียว ให้กลายเป็น “โครงสร้างพื้นฐานอเนกประสงค์” ซะเลย ศึกยักษ์ชนยักษ์ สงครามชิปข้ามแดนจาก Data Center สู่ “ข้างเสาไฟฟ้า” การมาถึงของ AI-RAN กำลังทำให้เส้นแบ่งระหว่าง “ชิปโทรคมนาคม” กับ “ชิป AI” สลายไป และนี่คือเหตุผลที่ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีลุกขึ้นมาไหวตัว
NVIDIA ผู้ต้องการขาย “สมอง” ให้เสาทุกต้น
NVIDIA ไม่มีเสาสัญญาณขายแข่งกับใคร แต่สิ่งที่ NVIDIA ทำคือการพัฒนาแพลตฟอร์ม NVIDIA Aerial เพื่อเปลี่ยนงานประมวลผลวิทยุให้กลายเป็น “ซอฟต์แวร์” แล้วจับมาวิ่งบน GPU ของตัวเอง
ดีลสะท้านโลก NVIDIA ลงทุนใน Nokia ถึง 1,000 ล้านดอลลาร์ และร่วมกันเปิดตัว Commercial AI-RAN Platform ในช่วงกลางปี 2026 เพื่อเตรียมความพร้อมมุ่งสู่ 6G หากสำเร็จ ตลาด GPU ของ NVIDIA จะไม่ได้หยุดอยู่แค่ใน Data Center แต่จะขยายลงสู่เสาสัญญาณมือถือหลักแสนหลักล้านต้นทั่วโลก!
Ericsson & Qualcomm สายยืดหยุ่นและการใช้ชิปเฉพาะทาง
Ericsson และ Qualcomm มองว่า GPU อาจไม่ใช่คำตอบของเสาทุกต้น เพราะบางพื้นที่ต้องการชิปที่กินไฟต่ำมากๆ และราคาคุ้มค่า สถาปัตยกรรมในอนาคตจึงน่าจะเป็นแบบ Open & Multi-vendor คือ เสาบางต้นใช้ GPU, บางต้นใช้ ASIC เฉพาะทาง, และบางต้นใช้ชิปประหยัดพลังงานทำงานร่วมกัน
ประเทศไทยอยู่ตรงไหนในเกม AI-RAN
สำหรับประเทศไทย คำถามสำคัญอาจไม่ใช่แค่ "ค่ายไหนจะใช้เสาของใคร?" แต่คือการมองยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลใหม่ทั้งหมด ในอดีต เรามองโทรคมนาคมแค่เรื่อง “ประมูลคลื่นความถี่ ครอบคลุมแค่ไหน หรือโปรเน็ตค่ายไหนถูก” แต่ในยุค 6G และ AI-RAN โทรคมนาคมจะผูกติดกับ “กำลังการคำนวณ (Compute Capacity), ซัพพลายเชนชิป (Semiconductor) และระบบนิเวศ AI”
หากในอนาคต ประเทศไทยต้องการผลักดัน หุ่นยนต์อุตสาหกรรม, รถยนต์เสรีไร้คนขับ, ระบบ Smart City หรือ AI Agent ประจำเมือง เสาสัญญาณมือถือกระจายทั่วประเทศเหล่านี้แหละ คือ "Mini Data Center" ชุมสายสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ
หน้าต่างบานใหม่ของโลกโทรคมนาคม
นักวิจัยโทรคมนาคม กล่าวทิ้งท้ายว่า ถ้าจะสรุป AI-RAN ให้เห็นภาพชัดที่สุด AI-for-RAN ใช้ AI ทำให้เสาสัญญาณคุยกับมือถือได้ฉลาดขึ้น AI-on-RAN เปลี่ยนพื้นที่ข้างเสาเป็นคลาวด์ขนาดจิ๋ว ให้บริการ AI ความเร็วสูง และ AI-and-RAN รวมร่างชิปประมวลผลเน็ตและ AI เป็นชุดเดียว ใช้คุ้มค่า 24 ชั่วโมง
สงครามชิปและความฉลาดของ AI ได้เดินออกจากห้องแอร์เย็นเจี๊ยบของ Data Center มายึดพื้นที่บน "เสาสัญญาณมือถือ" ข้างบ้านคุณเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และในยุค 6G ที่กำลังจะมาถึง เสาไฟที่คุณเดินผ่านทุกวัน... อาจกำลังช่วยประมวลผลสมองกล AI ให้กับคุณอยู่โดยไม่รู้ตัว
#AIRAN #5GAdvanced #6G #เสาสัญญาณ #ผ่าตัดใหญ่ #เปลี่ยนชีวิต #คอมพิวเตอร์ #AI #กระจายตัว #BUSINESS #SPACEBAR




