ด้วยการเติบโตมาทางสายธุรกิจ จึงมองการแข่งขันในธุรกิจการบินในอีกรูปแบบหนึ่ง ในความเป็นจริงแต่ละธุรกิจมีปัจจัย ข้อจำกัด ที่แตกต่างกัน ไม่สามารถนำมาเปรียบกันได้ อดีตพนักงานและผู้บริหารการบินไทย จึงอรรถาธิบายเรื่องธุรกิจการบินให้นายกรัฐนตรีได้รับทราบ
อดีตกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ การบินไทย เปิดคอร์สสอนธุรกิจการบินเข้มข้น ให้กับนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ที่มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนหลายเรื่อง โดยเฉพาะเส้นทางบินตรงไทย - สหรัฐของการบินไทย
จากความเห็นของนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ที่พาดพิงถึงการบินไทยว่าไม่มีเส้นทางตรงจากไทยไปสหรัฐทำให้โอกาสทางธุรกิจหลุดมือไปกลายเป็นเรื่องที่ถูกหยิบยกขึ้นมาสะท้อนข้อเท็จจริงกัน ซึ่งเริ่มจากรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ของ ดนัย เอกมหาสวัสดิ์ และ อมรรัตน์ มหิทธิรุกข์ ทางช่อง 9 ได้เสนอความเห็นของนายกฯ เศรษฐาผ่านทางรายการ
เมื่อรายการจบ ไม่ได้หมายความว่าผู้เกี่ยวข้องจะจบลงไปด้วย ล่าสุด กัปตันโยธิน ภมรมนตรี ก็ได้เขียนข้อความถึงผู้จัดรายการ เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นและทำความเข้าใจในธุรกิจการบินผ่านไปถึงนายกฯ เศรษฐา
กัปตันโยธิน ภมรมนตรี ทำงานกับการบินไทนมายาวนานถึง 35 ปี จากตำแหน่งกัปตันขึ้นสูงสุดเป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่การบินไทย รหัสพนักงาน 00361 เข้าใจเรื่องการบินแบบครบวงจร
ในข้อความของกัปตันโยธิน อธิบายว่าเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2558 องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ICAO เป็นหน่วยงานพิเศษของสหประชาชาติ ซึ่งมีสมาชิก 193 ประเทศ เป็นผู้ให้ธงแดง
หนึ่งเดือนหลังจากนั้นกรกฎาคม 2558 ทาง FAA เข้ามาประเมินสถานะของประเทศไทยด้านการบิน พบข้อบกพร่องที่มีนัยยะสำคัญหลายข้อจนเป็นสาเหตุที่มาของการพิจารณาลดระดับความน่าเชื่อถือ โดย FAA ซึ่งยึดหลักตามมาตรฐานของ ICAO (หลายท่านเปรียบเทียบกับ ธงแดงของ ICAO นั่นเอง) และในที่สุดเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2558 ทาง FAA จึงประกาศลดระดับความเชื่อถือจากระดับ CAT 1 เป็น ระดับ CAT 2
การที่ FAA ลดระดับมาตรฐานของประเทศไทยด้วยเหตุผลหลักข้อเดียวคือไม่ได้มาตรฐานในหลายหัวข้อของ ICAO ซึ่งเป็นองค์การหลักของการบินของโลก และเขาก็บอกไว้ชัดแต่แรกแล้วไม่ใช่ว่าเราไม่ได้มาตรฐานของทาง FAA ตามที่หลายคนอาจเข้าใจผิดมาโดยตลอด
สำหรับประเด็นเหตุผลที่ว่าทำไมปัจจุบันประเทศไทยยังไม่ได้ถูกยกระดับความน่าเชื่อถือกลับคืนมา เหตุผลก็คือ ความผิดพลาดในเรื่องของเวลาที่เกิดขึ้นจากผู้เกี่ยวข้อง อธิบายได้ดังนี้
การปลดธงแดงของ ICAO ก่อนหน้านี้ที่ทำให้ประเทศไทยพ้นภาวะที่เลวร้ายด้านการบิน หากยังคงมีสถานะติดธงแดงอยู่เป็นการปลดธงแดงแบบมีเงื่อนไขที่ถือว่าสอบผ่าน และก็ได้ดำเนินการกำหนดที่จะมีแผนการที่ชัดเจนล่วงหน้าเพื่อจะเข้ามาตรวจยืนยันสำหรับประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง (Full ICAO Coordinated Validation Mission หรือ Full ICVM ) ในวันที่ 13-22 พฤษภาคม 2562 ซึ่งเป็นการตรวจอย่างละเอียด 7 ด้านที่สำคัญๆ และเพื่อยืนยันการปลดธงแดงแบบมีเงื่อนไขให้หมดไปจากการตรวจครั้งก่อน
แต่เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารระดับสูงได้ทำการเชื้อเชิญ FAA ให้เดินทางมาตรวจสอบประเทศไทยก่อน ในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 โดยมีความคาดหวังว่าจะได้มีการยกระดับมาตรฐาน และเป็นผลงานของตนอย่างภาคภูมิเป็นที่สุด โดยหารู้ไม่ว่านั่นคือสิ่งที่เรียกว่า (ภาษาชาวบ้าน) อ่อนหัดที่สุด เพราะอะไรหรือ
ดังที่ได้กล่าวไว้แล้วว่า FAA เขาปรับลดมาตรฐานความเชื่อมั่นของไทย จากผลตรวจต่ำกว่ามาตรฐานของทาง ICAO ดังนั้นการไปเชื้อเชิญ FAA เข้ามาตรวจตัดหน้า ICAO ซึ่งในมุมมองของ FAA มีหรือที่เขาจะประกาศว่า ประเทศไทยสมควรได้มาตรฐาน ตัดหน้า ICAO (ผู้กำหนดมาตรฐาน) การกระทำดังกล่าว นอกจากจะเสียค่าใช้จ่ายมหาศาล (ค่าโง่) เสียหน้า แล้วยังจะสูญเสียเวลาที่จะเริ่มต้นนับใหม่อีกนานที่เดียว (ต่อคิวตรวจรอบใหม่)
เพื่อโปรดทราบ ช่วงที่ FAA ลดความเชื่อมั่น ประเทศไทย มาอยู่ที่ CAT 2 ทาง FAA เขามิได้ห้ามสายการบินของประเทศไทยบินเข้าออกสหรัฐอเมริกา เพียงแต่เขามีข้อกำหนดช่วงที่ถูกลดความเชื่อมั่น ‘ห้ามสายการบินของประเทศไทย ( เช่น การบินไทย ) เพิ่มเที่ยวบิน ห้ามเปลี่ยนแบบเครื่องบินที่บินอยู่ ห้ามเพิ่มจำนวนที่นั่งในเครื่องบินแบบนั้นที่บินเข้าสหรัฐ ห้ามเปลี่ยนจุดบิน และยกเลิกสัญญา Code Share กับสายการบินของประเทศสหรัฐอเมริกา’ ที่บริษัทการบินไทยไม่สามารถทำการบินเข้า สหรัฐอเมริกาได้ ก็เพราะบริษัทการบินไทยไป ยกเลิกเที่ยวบินเข้าสหรัฐอเมริกาตามนโยบายหดเพื่อโตก่อนที่ FAA จะลดระดับความเชื่อถือการจะกลับไปบินจึงต้องเข้าสู่กระบวนการนับหนึ่งใหม่ และที่สำคัญจะต้องสอบผ่านหรือถูกยกระดับสถานะเป็น CAT 1 เสียก่อนนั่นเอง
จากความเห็นส่วนตัวของ นายกฯ เศรษฐา ว่าทำไมการบินไทยไม่จัดเที่ยวบินแบบบินตรงไปสหรัฐอเมริกา ขอให้ความเห็นเพิ่มเติมในเรื่องนี้ บริษัทการบินไทยได้เคยทำการบินตรงจากประเทศไปสหรัฐอเมริกาในปี 2547 ในเส้นทาง กรุงเทพ-นิวยอร์ก, กรุงเทพ-ลอสแอนเจลิส โดยใช้เครื่องบินแบบ A340-500 ผลประกอบการ 5 ปี ขาดทุน 7,026 ล้านบาท
ถ้าหากจะทำการบินในเส้นทาง กรุงเทพฯ ไป ลอสแอนเจลิส แบบบินตรงอีกครั้ง (13,300 กิโลเมตร) เครื่องบินที่เหมาะสมในเส้นทางนี้ คือ A350-900 ULR (Ultra Long Range) จะใช้เวลาบิน 16 ชั่วโมง 45 นาที มีค่าใช้จ่าย ตกประมาณ 11 ล้านบาท คิดคำนวณจากจำนวนที่นั่ง 276 ที่
ซึ่งปัจจุบันเครื่อง A350-900 ของการบินไทยมีที่นั่ง 321 ที่ จำเป็นต้องลดลงเหลือ 276 ที่นั่ง กรณีที่จะนำไปใช้ทำการบินตรงเกือบ 17 ชั่วโมง ตามหลักเกณฑ์ที่นอกเหนือจากความสะดวกสบายของผู้โดยสารแล้ว ยังมีเหตุผลทางการแพทย์ประกอบอีกด้วยเกี่ยวกับการนั่งนานๆ (Blood Circulation)
ข้อมูลค่าใช้จ่ายนี้ได้มาจากผู้เชี่ยวชาญด้านการเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายของเครื่องบินแต่ละแบบ เปรียบเทียบแบบตรงไปตรงมาไม่มีผลประโยชน์ซับซ้อน คำนวณออกมาเป็นค่าใช้จ่าย 3 บาทต่อที่นั่งต่อกิโลเมตร ที่จำนวนที่นั่งทั้งหมด 276 หรือ 100% ของที่นั่งทั้งหมด ที่ราคาน้ำมันลิตรละ 30 บาท ค่าโดยสารที่ต้องขายโดยบินแล้วไม่ขาดทุนในเส้นทางบินตรงนี้คือ 80,000 บาทไปกลับ ที่จำนวนผู้โดยสารเต็มลำ (276 คน)
แต่ถ้าคำนวณที่จำนวนผู้โดยสาร 248 คน (90% CF-ไม่เต็มลำ) จะต้องขายที่ราคา 88,578 บาท จึงจะไม่ขาดทุน ในขณะที่ราคาในตลาด ถ้าบินไปต่อเที่ยวบินหรือแวะเปลี่ยนเครื่องที่ ญี่ปุ่น ราคาค่าโดยสารจะอยู่ที่ประมาณ 40,000 บาท หากไปในเส้นทางตะวันออกกลาง จะอยู่ที่ ประมาณ 50,000 บาท และตัวเลขเปรียบเทียบคร่าวๆ นี้ คือ เหตุผลสำคัญอันหนึ่งที่สายการบินยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯเอง เช่น United Airlines และ Northwest Airlines หยุดทำการบินเข้าและออกจากประเทศไทย
ผู้ไม่รู้ประวัติศาสตร์ ก็คงจะทำเหมือนเดิมอีก
— กัปตัน โยธิน ทิ้งท้ายด้วยคำคมของ Edmund Burke




