สายการบินทั่วโลกสั่นคลอน! สงครามตะวันออกกลางดันราคาเชื้อเพลิงพุ่งเท่าตัว กระทบแผนท่องเที่ยวฤดูร้อน

11 มี.ค. 2569 - 19:36

  • ราคาน้ำมันเครื่องบินพุ่งสูงถึง 173.91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากช่วงต้นปี

  • สายการบินยุโรปสามารถรับมือได้ในระยะสั้นด้วยการซื้อน้ำมันล่วงหน้าในราคาคงที่

  • การปรับขึ้นค่าโดยสารอาจส่งผลกระทบต่อฤดูท่องเที่ยวช่วงหน้าร้อน

สายการบินทั่วโลกสั่นคลอน! สงครามตะวันออกกลางดันราคาเชื้อเพลิงพุ่งเท่าตัว กระทบแผนท่องเที่ยวฤดูร้อน

สายการบินทั่วโลกกำลังเผชิญแรงกระแทกจากสงครามในตะวันออกกลาง หลังราคาน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ผู้โดยสารเริ่มทบทวนแผนการเดินทางของตน

ราคาเชื้อเพลิงพุ่งเท่าตัวในเวลาไม่ถึง 3 เดือน

สงครามครั้งนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ประกาศจะปิดกั้นการสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซ หนึ่งในเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก

ราคาเฉลี่ยน้ำมันเครื่องบินทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าราคาน้ำมันดิบ โดยทำสถิติอยู่ที่ 173.91 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ตามดัชนี Platts ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าตัว เมื่อเทียบกับระดับราคาเมื่อต้นเดือนมกราคม

สายการบินตะวันออกกลางรับหนักสุด — ยักษ์ใหญ่ทั่วโลกไม่รอด

สายการบินในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทั้ง Qatar Airways, Emirates และ Etihad ได้รับผลกระทบหนักที่สุด แต่สายการบินระหว่างประเทศรายใหญ่อื่นๆ ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เนื่องจากล้วนมีเส้นทางบินผ่านภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย

"ทันทีที่ราคาน้ำมันดิบต่อบาร์เรลพุ่งขึ้น กำไรของสายการบินก็ร่วงลง และในทางกลับกันเช่นเดียวกัน" ปอล เกียมบาเรตโต ศาสตราจารย์ด้านกลยุทธ์และการตลาด Montpellier Business School และผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งทางอากาศ กล่าว

กลยุทธ์ล็อกราคาเชื้อเพลิง — ใครรอดใครเจ็บ

สายการบินยุโรปหลายแห่งยังพอรับมือได้ในระยะสั้น เนื่องจากใช้กลยุทธ์การซื้อเชื้อเพลิงล่วงหน้าที่ราคาคงที่ (Fuel Hedge) ไว้ก่อนแล้ว

Lufthansa เปิดเผยเมื่อต้นเดือนมีนาคมว่า ได้ล็อกราคาเชื้อเพลิงล่วงหน้าไว้แล้วถึง 80% ของความต้องการใช้ทั้งปี ส่วน Air France-KLM ระบุว่าได้ล็อกราคาไว้ที่ 70% สำหรับสองไตรมาสแรก และ 60% สำหรับไตรมาสถัดไป ขณะที่ Ryanair ก็ได้รับการคุ้มครองในลักษณะเดียวกัน ตามรายงานของนักวิเคราะห์จาก Bernstein

อย่างไรก็ดี บางสายการบินเริ่มขึ้นราคาตั๋วแล้ว โดย SAS สายการบินสแกนดิเนเวีย ประกาศเพิ่มค่าโดยสาร "ชั่วคราว" เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

ในส่วนของสหรัฐฯ รายงาน Bernstein ระบุว่า 3 สายการบินใหญ่ที่สุดอย่าง United, Delta และ American ไม่ได้ใช้กลยุทธ์ Hedge เลย ซึ่งอาจทำให้เสียเปรียบในการแข่งขันกับสายการบินยุโรปบนเส้นทาง North Atlantic อย่างหนัก

เอเชีย-แปซิฟิกขึ้นค่าตั๋ว — ลูกค้าแบกรับต้นทุนสุดท้าย

สายการบินในเอเชีย-แปซิฟิก ทั้ง Qantas, Air India และ Cathay Pacific ต่างประกาศขึ้นค่าโดยสารแล้ว หรืออยู่ระหว่างดำเนินการ เพื่อรองรับต้นทุนเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น

นักวิเคราะห์ชี้ว่า หากราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูง สายการบินทั้งหมดจะไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากผลักภาระต้นทุนไปยังผู้โดยสาร

กระทบแผนท่องเที่ยวฤดูร้อน — นักท่องเที่ยวชะลอจองตั๋ว

สงครามปะทุขึ้นในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกำลังอยู่ในโหมดจองแพ็กเกจท่องเที่ยวฤดูร้อน ซึ่งเป็นช่วงที่มีผู้โดยสารหนาแน่นที่สุดของปี

โอลิวิเยร์ มัดซุกเคลลี ซีอีโอของ Transavia France กล่าวเมื่อวันอังคารว่า "ความขัดแย้งครั้งนี้ส่งผลเชิงลบต่อความต้องการเดินทางอยู่แล้ว หากเพิ่มการขึ้นราคาตั๋วเข้าไปอีก ก็จะยิ่งส่งผลลบซ้ำเป็นชั้นที่สอง"

ด้าน ศาสตราจารย์เกียมบาเรตโต คาดการณ์ว่า "ผู้โดยสารมีแนวโน้มที่จะลังเลและชะลอการจองตั๋วล่วงหน้า" ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เคยพบมาแล้วในช่วงการระบาดของโควิด-19

สายการบินยุโรปหันเพิ่มเส้นทางเอเชีย รับอานิสงส์จากวิกฤต

ท่ามกลางวิกฤต สายการบินยุโรปอาจได้รับอานิสงส์จากกลุ่มลูกค้าที่หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านตะวันออกกลาง โดย Lufthansa และ Air France ต่างประกาศเพิ่มเที่ยวบินไปยังเอเชียแล้วนับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้น

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์