ธนาคาร ANZ แห่งออสเตรเลีย หนึ่งในสี่ธนาคารใหญ่ของประเทศ ตกลงจ่ายค่าปรับจำนวน 240 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (159.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) หลังถูกพบว่ามีการประพฤติมิชอบอย่างแพร่หลาย
โดยคณะกรรมการหลักทรัพย์และการลงทุนออสเตรเลีย (ASIC) ประกาศว่า การปรับครั้งนี้เป็นค่าปรับที่สูงที่สุดเท่าที่ ASIC เคยสั่งปรับกับสถาบันการเงินเดียว โดย ANZ ถูกปรับเงินจากการ กระทำที่ไม่สมควร ในการจัด การดีลพันธบัตรมูลค่า 14 พันล้านดอลลาร์กับรัฐบาลออสเตรเลีย
ประเด็นการละเลยลูกค้า
ธนาคารยังถูกลงโทษเพิ่มเติมจากการ ‘ล้มเหลวในการตอบสนองต่อหนังสือแจ้งปัญหาทางการเงินของลูกค้าหลายร้อยฉบับ’ การให้ข้อมูลเท็จหรือทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ และความล้มเหลวในการคืนเงินค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากลูกค้าที่เสียชีวิตแล้ว
โจ ลองโก ประธาน ASIC กล่าวว่า ANZ ทรยศต่อความไว้วางใจของชาวออสเตรเลียหลายครั้ง ธนาคารต้องได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าและรัฐบาล ผลลัพธ์นี้แสดงให้เห็นถึงการไม่คำนึงถึงความไว้วางใจที่สำคัญต่อระบบธนาคารอย่างที่ยอมรับไม่ได้
ซาราห์ คอร์ต รองประธาน ASIC เสริมว่า ในฐานะธนาคารใหญ่ของออสเตรเลีย ลูกค้าไว้วางใจให้ ANZ ทำในสิ่งที่ถูกต้อง แต่แม้แต่เรื่องพื้นฐานอย่างการจ่ายดอกเบี้ยในอัตราที่ถูกต้อง ธนาคารก็ยังทำไม่ได้
แผนปรับโครงสร้างและการตอบสนอง
ANZ ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ธนาคารที่ครองตลาดบริการทางการเงินของออสเตรเลีย ประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าจะลดพนักงานกว่า 3,500 คนภายในกันยายนปีหน้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนปรับโครงสร้างที่คาดว่าจะมีต้นทุนกว่า 500 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย
พอล โอซุลลิแวนซ์ ประธานกรรมการ ANZ ยืนยันว่าธนาคารตกลงรับการปรับเงิน โดยกล่าวว่า ความเป็นจริงคือเราทำผิดพลาดซึ่งส่งผลกระทบอย่างนัยสำคัญต่อลูกค้า ในนามของ ANZ ขอโทษ และให้ความมั่นใจแก่ลูกค้าว่าเราได้ดำเนินการที่จำเป็น รวมถึงการให้ผู้บริหารที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบ




