นายกฯ ชู อาเซียน ‘สงบ-ไร้ขัดแย้ง’ ยุทธศาสตร์น่าลงทุน

7 ต.ค. 2567 - 19:36

  • ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ คือความเป็นห่วง เศรษฐกิจโลก-เศรษฐกิจไทย

  • ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระดับโลก แนะ ‘อาเซียน’ ผนึกกำลัง รับความเสี่ยงวิกฤติโลก

  • ขณะที่ ‘นายกฯ แพทองธาร’ มองโอกาสไทย-อาเซียน เป็นตลาดใหญ่เหมาะลงทุน เป็นศูนย์กลาง เชื่อมศักยภาพ AI สู่เพื่อนบ้านอาเซียน

asean_economic_outlook_2025_renewing_opportunity_SPACEBAR_Hero_58fcaef80c.png

ท่ามกลางการเฝ้าจับตาสถานการณ์ทางเศรษฐกิจโลก และภายในแต่ละประเทศ ที่ขณะนี้กล่าวได้ว่า ห้อมล้อมไปด้วยประเด็นสำคัญฉุดรั้งการเติบโต โดยเฉพาะสงครามความขัดแย้ง ภูมิรัฐศาสตร์โลก ที่ยังคงยืดเยื้อ เป็นปัจจัยลบกับนานาประเทศ เวที ASEAN Economic Outlook 2025: The Rise of ASEAN, A Renewing Opportunity ที่จัดโดย กรุงเทพธุรกิจ จับทิศทาง แสวงหาโอกาส และทางออกให้ประเทศในภูมิภาค หลังมองแนวโน้มความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ที่ปะทุขึ้นทั่วโลก ยังอาจทวีความรุนแรงมากขึ้น เป็นความเสี่ยงต่อการขยายตัวเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอลง การรวมกลุ่มในระดับภูมิภาคของ ‘อาเซียน’ จึงมีความจำเป็นอย่างมาก ใช้ความร่วมมือในระดับภูมิภาค เพื่อลดความเสี่ยง และนี่จึงอาจเป็นทางรอดที่สำคัญ

ประเด็นนี้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ใช้โอกาสขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “Thailand Economic Big Move” ชี้ทิศทางเดียวกันว่า การรวมกลุ่มของอาเซียน ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการก้าวผ่านช่วงเวลาผันผวนและอันตรายของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่กำลังเกิดขึ้น โดยชู 4 ประเด็น ที่เป็นเป้าหมายของรัฐบาลไทย ในฐานะประเทศสมาชิก ที่ต้องการผลักดันให้เกิดขึ้น ได้แก่ 

1\. GDP ของประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ที่ในวันนี้มีมูลค่ารวมกันสูงถึง 3.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐหรือ 119 ล้านล้านบาท และมีแนวโน้มจะขยายตัวอีก 4-5% ต่อปีต่อเนื่องในอนาคต เป็นตลาดอันดับ 5 ของโลก และมีประชากร กว่า 670 ล้านคน อาเซียน จึงถือเป็นตลาดขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของโลก ดังนั้น อาเซียนจำเป็นต้องปลดล็อคศักยภาพทางเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า โดยประเทศสมาชิกจำเป็นต้องรวมกันเป็นหนึ่งเดียวในด้านเศรษฐกิจ ทำให้ตลาดอาเซียน มีกฎเกณฑ์การค้า การลงทุน และการเก็บภาษี สอดคล้องไปด้วยกันทั้งภูมิภาค เพื่อทำให้นักลงทุนรู้สึกว่า การลงทุนในประเทศสมาชิกหรือ ประเทศไทย จะเท่ากับการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนดึงดูดการลงทุนให้มากขึ้น 2\. อาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีความสงบ ไม่มีความขัดแย้งระหว่างประเทศ และมีความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ (Peace and Prosperity) เป็นจุดเด่นสำคัญซึ่งเหมาะแก่การลงทุน และเป็นจุดที่ตั้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ที่ดี เป็นพื้นที่เจรจาลดความขัดแย้งของโลก โดยเฉพาะในเวลานี้ที่โลกกำลังประสบปัญหาความขัดแย้งอย่างรุนแรง

นอกจากนี้ อาเซียนมีจุดเด่น ที่สนับสนุนการค้าการลงทุนอย่างเสรี หลายประเทศที่แม้มีความขัดแย้งกัน แต่ก็สามารถทำมาหากินกันได้ไม่มีปัญหาในภูมิภาคอาเซียน ขณะนี้ ‘การสู้รบในเมียนมา’ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่อาเซียนต้องแก้ไขให้ได้ ซึ่งเราจะเน้นการทำงานร่วมกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย นายอันวา อิบราฮิม ซึ่งจะดำรงตำแหน่งประธานของอาเซียนในปีหน้า รวมถึงใช้กลไกทางการทูตเพื่อแก้ปัญหานี้ให้คลี่คลายโดยเร็วที่สุด 3\. การขนส่ง ที่เชื่อมโยงประเทศต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน จะเป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับศักยภาพของอาเซียน ในอนาคตอาเซียนจะต้องเชื่อมต่อระบบการขนส่งระหว่างประเทศ ที่อยู่บนผืนแผ่นดินเอเชีย เชื่อมเข้าด้วยกันให้ทั้งระบบเชื่อมโยงกัน ทำให้ส่งสินค้าติดต่อกันได้สะดวก เราต้องพัฒนาโครงสร้างคมนาคมร่วมกันทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ สร้างถนน สร้างรถไฟความเร็วสูง รวมทั้งพัฒนาท่าเรือ ซึ่งทั้งหมดนี้ประเทศไทยกำลังดำเนินการทั้ง รถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค และ แลนด์บริดจ์ ที่จะเป็นศูนย์กลางการขนส่ง ภาพที่เรามองเห็นคือสินค้ามากมายหลายรูปแบบ รวมถึงภาพของท่าเรือขนาดใหญ่ที่เชื่อม 2 มหาสมุทร อ่าวไทย และ อันดามันเข้าด้วยกัน  จะลดค่าใช้จ่าย ลดต้นทุนการผลิตให้กับทุกธุรกิจ และอนาคตอาเซียนจะกลายเป็นศูนย์กลางของการขนส่งอีกแห่งนึงของโลก

และ 4\. ปัญหาสิ่งแวดล้อม ตอนนี้กลายเป็นโลกเดือดไม่ใช่ภาวะโลกร้อน เพราะความรุนแรงจากภัยธรรมชาติ จะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี รวมถึงไทย ก็ได้รับผลกระทบหนักจากปัญหาน้ำท่วม เช่น เชียงราย ดังนั้น เราต้องเตรียมพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิด เป็นโจทย์ใหม่ที่ต้องช่วยกันแก้ปัญหา แม้ต้องใช้เวลาในการแก้ไขหลายปี 

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ขณะนี้เรากำลังเร่งรัดนโยบายเพื่อให้เห็นผลในทางปฏิบัติ ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ตนเองจะนำไปหารือกับประเทศสมาชิกอาเซียนที่ประเทศลาว ในงานประชุมที่จะเริ่มขึ้นวันพรุ่งนี้

ทำไม Big Tech ตบเท้าเข้าลงทุนอาเซียน

แน่นอนว่า ชื่อเสียงของ ‘อาเซียน’ ในท่ามกลางเปลวไฟสงคราม และสงครามการค้า สื่อชั้นนำของโลก ยกให้อาเซียนเป็น ‘หลุมหลบภัยชั้นดี’ ด้วยนโยบายที่เป็นกลาง ความได้เปรียบเชิงพื้นที่เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ และยังพรั่งพร้อมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ แรงงานที่มีฝีมือ พร้อมรองรับการย้ายฐานการผลิตจากทั่วโลก นอกจากนี้ อาเซียนยังเป็นแหล่งพลังงานสีเขียวขนาดใหญ่ ที่มีนโยบายที่จะเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ทำให้บรรดาบริษัทชั้นนำ และบิ๊กเทคฯ ระดับโลก ตบเท้าเข้ามาลงทุนกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะในกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ ทั้งในมาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม รวมถึงประเทศไทย

AIS บิ๊กเทคฯ ไทย ชูศักยภาพ Data Center Thailand

และไม่น่าแปลกใจ ที่เวทีเสวนา Development & Future of AI & Data Centers in ASEAN ภายในงาน ASEAN ECONOMIC OUTLOOK 2025 the rise of asean a renewing opportunity ครั้งนี้ บิ๊กเทค อย่าง เอไอเอส มีโอกาสได้ให้มุมมอง “ดาต้าเซ็นเตอร์ และศักยภาพการประมวลผลเปรียบเสมือนมันสมอง” โดย ปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส เผย ในฐานะผู้ให้บริการโทรคมนาคม เอไอเอสเองมีการลงทุนอย่างมากในการขยายดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อรองรับการประมวลผล พัฒนาการให้บริการลูกค้า

นอกจากนี้ มีการใช้ AI เพื่อลดต้นทุน ช่วยในการประมวลผล ลดการใช้พลังงานซึ่งทำให้การประสิทธิภาพการบริหารจัดการสูงขึ้นไม่น้อยกว่า 15% ทั้งยังได้ร่วมมือกับผู้ประกอบการกว่า 3 แสนร้านค้าทั่วประเทศ พัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า และเพิ่มโอกาสการขายให้มากขึ้น

สำหรับประเทศไทย ประโยชน์โดยตรงที่เห็นได้แล้วชัดเจน คือภาคการบริการ อีกทางหนึ่งสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับภาคธุรกิจในหลากหลายมิติ

อย่างไรก็ดี โอกาสทางธุรกิจมีอยู่กว้างมากในหลายเซ็กเตอร์ และที่มองเห็นว่าจะมีส่วนสำคัญในการทรานส์ฟอร์มคือ ภาคการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำจากที่เด็กๆ แต่ละพื้นที่ได้รับโอกาสที่ไม่เท่ากัน เป็นเครื่องมือในการช่วยสอน เทคนิควิธีการใหม่ๆ ซึ่งจะทำให้การเรียนการสอนเด็กๆ ในพื้นที่ห่างไกลมีความใกล้เคียงกับเด็กในเมือง

เช่นเดียวกับ ภาคการผลิต เห็นประโยชน์ชัดเจนในการเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ลดการใช้งานคน และต่อไปปูทางไปสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและกระจายสินค้าในระดับภูมิภาค

“AI เป็นเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเท่าเทียม ทำให้โอกาสเข้าถึงทุกคน ส่วนการก้าวไปข้างหน้าที่สำคัญคือการสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ รวมถึงวางกฏเกณฑ์และกฎหมายที่เอื้อต่อการทำธุรกิจและดึงดูดนักลงทุน”

ความพร้อม 5G หนึ่งในก้าวสำคัญ

ผู้บริหารเอไอเอสเผยว่า ด้วยความเปิดกว้างของคลาวด์ การขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ และAI ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาให้ความสำคัญยังมีการเก็บดาต้าสำคัญภายในประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องของความมั่นคงเมื่อมีการประมวลผลและนำไปใช้ข้อมูลที่สอดคล้องไปกับการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้พัฒนาประเทศและในระดับภูมิภาค

ประเมินขณะนี้ นับว่าดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยยังมีอยู่น้อย จำเป็นต้องขยายให้เร็วกว่านี้ โดยเชื่อว่าถ้าทำได้จะมีส่วนสำคัญต่อการยกระดับศักยภาพในการแข่งขันให้กับประเทศ พร้อมรองรับการลงทุนที่จะเข้ามา

ส่วนของภาครัฐ ได้เห็นว่ามีการเตรียมความพร้อมด้านนโยบายที่รองรับทั้งคลาวด์ AI ทว่าข้อใหญ่ใจความต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีพร้อมวางกฏเกณฑ์ที่เอื้อต่อการลงทุน

เขากล่าวว่า การพัฒนาของแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน แต่ไทยนับว่ามีความได้เปรียบอย่างมากจากความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและการสื่อสาร การเข้าถึงสมาร์ตโฟนที่มีมากกว่า 140% ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเปิดกว้างสำหรับโอกาสการเติบโต

โดยหนึ่งในก้าวสำคัญคือ การให้บริการ 5G ซึ่งไทยมีความพร้อมอย่างมาก ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ และเอไอเอสเองมีการขยายโครงข่ายที่สามารถเข้าถึงแล้วในทุกพื้นที่ของประเทศไทย

“ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเป็นรากฐานสำคัญ และจะยิ่งดึงดูดนักลงทุนได้มากขึ้นหากมีสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและกฏเกณฑ์ที่เหมาะสม ถนนการสื่อสารที่มีความพร้อมทำให้ประเทศสามารถเดินหน้าต่อและเกิดการพัฒนาต่อยอดในเชิงบวก”

นับเป็นเวทีสำคัญ ที่มีบุคคลจากหลากวงการมาร่วมหาทางออก-แสวงหาความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและประเทศในอาเซียน เพื่อโอกาสใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในภูมิภาค ซึ่งจะทำให้อาเซียนก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญของโลกภายในปี 2025 โดยแนวทางที่สำคัญ ที่การก้าวไปในทิศทางเดียวกัน ที่ไม่ว่าจะเป็น การส่งออกและการค้าข้ามพรมแดน การดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล และความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมเสริมสร้าง ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิก และการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับภูมิภาค เพื่อก้าวข้ามไฟสงคราม ที่กำลังกระทบทั่วโลกเพื่อผ่านพ้นไปด้วยกัน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์