น้ำมันอาเซียนสะท้อนต้นทุนจริง ไทยยังไม่แพงสุด

18 มี.ค. 2569 - 12:45

  • เปิดโครงสร้างราคาน้ำมันอาเซียน ต่างกันที่ภาษี-อุดหนุน

  • สิงคโปร์แพงสุดตามตลาด บรูไน–มาเลเซียอุดหนุนหนัก

  • ไทยใช้กองทุนน้ำมันพยุงราคา แต่เริ่มสะท้อนต้นทุนจริง

น้ำมันอาเซียนสะท้อนต้นทุนจริง ไทยยังไม่แพงสุด

กรมธุรกิจพลังงาน เปิดราคา ‘น้ำมันอาเซียน’ สะท้อนต้นทุนจริง ไทยยังไม่แพงสุดแม้แรงกดดันโลกพุ่ง

กรมธุรกิจพลังงาน รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันเฉลี่ยในภูมิภาคอาเซียน ณ วันที่ 16 มีนาคม 2569 เพื่อสะท้อน ‘ต้นทุนพลังงานที่แท้จริง’ ในแต่ละประเทศ ท่ามกลางแรงกดดันจากตลาดโลกและความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กำลังผลักราคาน้ำมันให้ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง

ข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ราคาน้ำมันในแต่ละประเทศไม่ได้สะท้อนเฉพาะต้นทุนน้ำมันดิบ แต่ยังขึ้นอยู่กับโครงสร้างภาษี การจัดเก็บเงินเข้ากองทุน และมาตรการอุดหนุนพลังงานของภาครัฐ ซึ่งแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญในแต่ละประเทศ

สำหรับภาพรวมราคาน้ำมันเบนซิน/แก๊สโซฮอล์ (อ้างอิงชนิดที่ใช้มากที่สุดในแต่ละประเทศ) พบว่า

• สิงคโปร์ อยู่ในระดับสูงสุดของภูมิภาค เฉลี่ยราว 80–85 บาท/ลิตร สะท้อนราคาตลาดเต็มรูปแบบ แทบไม่มีการอุดหนุน
• ลาว เฉลี่ยประมาณ 50-55 บาท/ลิตร
• กัมพูชา อยู่ที่ราว 48-52 บาท/ลิตร
• ฟิลิปปินส์ เฉลี่ย 42-46 บาท/ลิตร (อิงตลาดโลกค่อนข้างมาก)
• เมียนมา อยู่ในช่วง 45-50 บาท/ลิตร
• เวียดนาม เฉลี่ยประมาณ 38-42 บาท/ลิตร
• ไทย (แก๊สโซฮอล์ 95 E10) อยู่ที่ประมาณ 37-40 บาท/ลิตร
• อินโดนีเซีย ประมาณ 30-35 บาท/ลิตร (มีอุดหนุนพลังงานบางส่วน)
• มาเลเซีย ต่ำสุดในภูมิภาค ราว 15-20 บาท/ลิตร (มีการอุดหนุนราคาพลังงานในระดับสูง)
• บรูไน ต่ำมากราว 12-15 บาท/ลิตร (อุดหนุนพลังงานเต็มรูปแบบจากรัฐ)

asean-oil-real-cost-SPACEBAR-Photo V01.jpg

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนชัดว่า ประเทศที่ ‘ปล่อยราคาตามกลไกตลาด’ เช่น สิงคโปร์ จะมีราคาสูง ขณะที่ประเทศที่ใช้งบประมาณอุดหนุน เช่น มาเลเซีย จะสามารถ ‘กดราคาหน้าปั๊มให้ต่ำ’ ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ในกรณีของประเทศไทย ราคาน้ำมันที่เห็นในปัจจุบันเป็นผลจากการผสมผสานหลายกลไก โดยเฉพาะการใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาช่วยพยุงราคา และการส่งเสริมการใช้แก๊สโซฮอล์ (E10) ซึ่งมีเอทานอลผสม ทำให้ราคาถูกกว่าน้ำมันเบนซินบริสุทธิ์ อย่างไรก็ตาม ภาระของกองทุนฯ ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องสะท้อนว่า ‘การตรึงราคา’ ไม่สามารถทำได้ในระยะยาว

กรมธุรกิจพลังงานระบุว่า ในหลายประเทศเพื่อนบ้านยังคงมีการอุดหนุนราคาพลังงานอยู่ แต่แนวโน้มในระยะต่อไปอาจต้องทยอยปรับลดการอุดหนุนลงตามภาระงบประมาณ เช่นเดียวกับไทยที่เริ่มขยับราคาน้ำมันให้สะท้อนต้นทุนจริงมากขึ้น

ทั้งนี้ การเปรียบเทียบราคาน้ำมันในระดับภูมิภาคครั้งนี้ เป็นภาพสะท้อนสำคัญว่า ราคาน้ำมันที่ผู้บริโภคต้องเผชิญ ไม่ได้เป็นเพียง ‘ตัวเลขที่รัฐกำหนด’ แต่คือผลลัพธ์ของโครงสร้างพลังงานทั้งระบบ ตั้งแต่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก อัตราแลกเปลี่ยน ไปจนถึงนโยบายภาครัฐของแต่ละประเทศ

ในช่วงที่ตลาดพลังงานโลกยังผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ราคาน้ำมันในอาเซียนจึงมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นในทิศทางเดียวกัน แม้ระดับราคาจะแตกต่างกันไปตามนโยบายของแต่ละประเทศ แต่ ‘ต้นทุนจริง’ ของพลังงานกำลังถูกส่งผ่านมายังผู้บริโภคมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์