ตลาดหุ้นเอเชียผันผวน นักลงทุนจับตาข้อมูลสหรัฐฯ ก่อน Fed ประชุมลดดอกเบี้ย

1 ธ.ค. 2568 - 10:50

  • นักลงทุนคาดการณ์ Fed จะลดดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ติดต่อกัน ด้วยความน่าจะเป็น 90%

  • ตลาดหุ้นเอเชียผันผวน โตเกียวร่วง 1.7% ขณะที่ฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ปรับตัวขึ้น

  • น้ำมันดิบพุ่งขึ้น 1% หลัง OPEC+ ยืนยันไม่เพิ่มการผลิตในไตรมาสแรกปี 2026

ตลาดหุ้นเอเชียผันผวน นักลงทุนจับตาข้อมูลสหรัฐฯ ก่อน Fed ประชุมลดดอกเบี้ย

ตลาดหุ้นเอเชียเคลื่อนไหวสวนทางในวันจันทร์ นักลงทุนจับตารอความเคลื่อนไหวของข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะส่งผลต่อการพิจารณาของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ก่อนการประชุมลดดอกเบี้ยที่คาดการณ์ไว้ในสัปดาหน์หน้า

ความเชื่อมั่นในตลาดยังคงแกร่ง

หลังจากตลาดโลกฟื้นตัวในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังคงอยู่ในระดับสูง ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินต่อเนื่องเข้าสู่ปีใหม่ แม้จะมีความกังวลเรื่องฟองสบู่เทคโนโลยี AI ที่อาจแตกและนำไปสู่การปรับตัวลงอย่างรุนแรง

โอกาสลดดอกเบี้ยครั้งที่ 3 อยู่ที่ 90%

แม้ความน่าจะเป็นในการลดดอกเบี้ยครั้งที่สามติดต่อกันในวันที่ 10 ธันวาคมจะอยู่ที่ประมาณ 90% นักซื้อขายยังคงจับตาข้อมูลเศรษฐกิจในสัปดาหน์นี้อย่างใกล้ชิด รายงานสำคัญที่รอเผยแพร่ ได้แก่ การสร้างงานภาคเอกชน กิจกรรมภาคบริการ และค่าใช้จ่ายบุคคลซึ่งเป็นตัวชี้วัดเงินเฟ้อที่ Fed ให้ความสำคัญ

Chris Weston จาก Pepperstone กล่าวว่า "เมื่อเมฆแห่งความกังวลที่แผ่ร่างไปทั่วตลาดจนถึงกลางเดือนพฤศจิกายนค่อยๆ จางหาย มันให้ทางกับอารมณ์ใหม่ โดยเฉพาะความกลัวการไม่ได้มีส่วนร่วมและความเสี่ยงจากผลตอบแทนที่ต่ำกว่าเป้าหมาย"

ตลาดเอเชียปรับตัวแตกต่างกัน

หลังจากการเพิ่มขึ้นในสัปดาหน์ที่แล้วและการฟื้นตัวแกร่งของวอลล์สตรีทในช่วงวันขอบคุณพระเจ้า ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวในทิศทางผสม ฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ สิงคโปร์ และมะนิลาปรับตัวขึ้น ขณะที่ซิดนีย์ โซล เวลลิงตัน และไทเปปรับตัวลง

ตลาดโตเกียวร่วงมากกว่า 1% ในขณะที่เยนแข็งค่าขึ้นจากความคาดหวังว่าธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนนี้ ผู้ว่าการ Kazuo Ueda กล่าวว่าจะ "พิจารณาข้อดีและข้อเสียของการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายและตัดสินใจอย่างเหมาะสม"

ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นหลัง OPEC+ ยืนยันไม่เพิ่มผลิต

ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นมากกว่า 1% หลังจาก OPEC+ ยืนยันจะไม่เพิ่มการผลิตในช่วงสามเดือนแรกของปี 2026 อ้างถึงความต้องการที่ลดลงตามฤดูกาล การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแนวโน้มน้ำมันดิบ ขณะที่นักซื้อขายมองหาสัญญาณความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพยูเครน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์