ตลาดหุ้นทั่วเอเชียประสบกับการขายท้ิงอย่างหนักในวันพุธ โดยมีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นตัวนำ หลังจากนักลงทุนเริ่มกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับฟองสบู่ในหุ้นปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่อาจเกิดขึ้น ภายหลังจากการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดปีที่ผ่านมาจนถึงระดับสถิติสูงสุด
การขายทิ้งครั้งใหญ่ในตลาดเอเชีย
ตลาดหุ้นทั่วโลกได้รับประโยชน์จากกระแสเงินลงทุนมหาศาลที่ไหลเข้าสู่บริษัทที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ ทั้งยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ อย่าง Nvidia, Amazon และ Apple รวมถึงบริษัทเอเชียอย่าง Samsung และ Alibaba แต่แม้จะมีผลประกอบการที่แข็งแกร่งในไตรมาสที่ผ่านมา นักเทรดเริ่มตั้งคำถามถึงความสมเหตุสมผลของการไล่ตามราคาที่สูงขึ้นเรื่อยๆ
ตลาดโซลและโตเกียวได้รับผลกระทบหนักที่สุด หลังจากเพิ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ ตลาด Kospi ในเกาหลีใต้ร่วงลงถึง 6% ในช่วงหนึ่ง โดยหุ้นยักษ์ใหญ่ผลิตชิป Samsung และ SK Hynix ปรับตัวลดลงประมาณ 7% ในแต่ละตัว
มุมมองนักวิเคราะห์
ชุงแฮชัง นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ไดชิน กล่าวกับสำนักข่าว AFP ว่า "ผมมองการลดลงในวันนี้เป็นการปรับตัวเพื่อลดความร้อนแรงของตลาดที่ร้อนจัดเกินไป เป็นขั้นตอนของการปรับตัว" เขาเตือนเพิ่มเติมว่าดัชนี Kospi อาจปรับตัวลดลงอีก 5% และ SK Hynix กับ Samsung อาจเห็นการปรับตัวลงตามสัดส่วนของการขึ้นก่อนหน้านี้
ในญี่ปุ่น ดัชนี Nikkei ร่วงลงมากกว่า 4% โดย SoftBank ยักษ์ใหญ่ด้านการลงทุนเทคโนโลยีปรับตัวลง 14% และ Sony ลดลงกว่า 2% อย่างไรก็ตาม Nintendo กลับกระโดดขึ้นกว่า 10% ในช่วงสั้นๆ หลังจากบริษัทเกมปรับคาดการณ์รายได้จาก Switch 2 และผลกำไรประจำปีในทิศทางที่ดีขึ้น
แรงกดดันจากหลายปัจจัย
นอกจากความกังวลเรื่องฟองสบู่เทคโนโลยีแล้ว ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากคำเตือนของธนาคารกลางสหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า การลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมไม่ใช่เรื่องที่แน่นอน ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนเปลี่ยนทัศนคติ
คริส เวสตัน จาก เปปเปอร์สโตน อธิบายว่า ภาพที่ตลาดกลายเป็นทะเลสีแดงในวงกว้าง และชี้ว่านักเทรดกำลังลดตำแหน่งในหุ้นที่ชนะและล็อกผลตอบแทน โดยตะกร้าหุ้น Magnificent Seven และหุ้น AI เป็นตัวขับเคลื่อนให้ความเสี่ยงในตลาดหุ้นลดลง
ผลกระทบในตลาดอื่น
ความไม่แน่นอนในตลาดยังส่งผลไปยังตลาดสกุลเงินดิจิทัลด้วย โดย Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐครั้งแรกตั้งแต่เดือนมิถุนายน หลังจากทำสถิติสูงสุดที่กว่า 126,000 ดอลลาร์เมื่อเดือนที่แล้ว
ตลาดหุ้นไต้หวันปรับตัวลดลงกว่า 2% โดย TSMC บริษัทผลิตชิปรายใหญ่ปรับลง 3% ขณะที่ตลาดฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ สิงคโปร์ ซิดนีย์ เวลลิงตัน มะนิลา และจาการ์ตาก็ประสบกับการปรับตัวลดลงในวงกว้าง




