ตลาดหุ้นเอเชียเผชิญความผันผวนในวันจันทร์ขณะนักลงทุนเตรียมรอผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในสัปดาห์นี้ที่คาดว่าจะมีการลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง แต่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินในปีหน้ายังคงเป็นประเด็นถกเถียงในหมู่ผู้เชี่ยวชาญ
การลดอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้ได้รับการคาดการณ์ไว้แล้วจากความเห็นของเจ้าหน้าที่ Fed ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ตั้งแต่เดือนที่ผ่านมา รวมถึงข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่าตลาดแรงงานยังคงแย่ลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเงินเฟ้อรอบล่าสุดชี้ให้เห็นว่ายังคงมีงานที่ต้องทำอีกมากเพื่อควบคุมระดับราคา
ข้อมูลเงินเฟ้อยังน่ากังวล
ข้อมูลการใช้จ่ายส่วนบุคคล (PCE) เดือนกันยายน ซึ่งเป็นตัวชี้วัดเงินเฟ้อที่ Fed ให้ความสำคัญ แสดงให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลาง แม้จะมีการปรับตัวเพียงเล็กน้อยจากเดือนสิงหาคม
นักเศรษฐศาสตร์จาก Bank of America ระบุว่า แม้อัตราดอกเบี้ยจะถูกลดลงในสัปดาห์นี้ แต่ข้อความในแถลงการณ์อาจ “ส่งสัญญาณเหยี่ยว” มากขึ้น เช่น การปรับถ้อยคำเรื่องตลาดแรงงานที่ไม่แข็งแรงเหมือนก่อน และการย้ำว่าการลดดอกเบี้ยครั้งต่อไปจะต้องผ่านเงื่อนไขที่เข้มงวดขึ้น
ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวผสม
ดัชนีหุ้นหลักทั้งสามตัวในวอลล์สตรีทปิดในแดนบวกในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ตลาดเอเชียไม่สามารถตามได้ โตเกียวปรับตัวลงเล็กน้อย ขณะที่ฮ่องกง ซิดนีย์ และสิงคโปร์ปรับลง ส่วนเซี่ยงไฮ้ โซล เวลลิงตัน และไทเปปรับขึ้น
นักลงทุนยังคงเฝ้าติดตามความตึงเครียดระหว่างจีนและญี่ปุ่นหลังจากข่าวว่าโตเกียวเรียกเอกอัครราชทูตจีนมาพบหลังเครื่องบินทหารจีนล็อกเรดาร์ใส่เครื่องบินญี่ปุ่น
ความสัมพันธ์จีน-ญี่ปุ่นตึงเครียด
ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเริ่มเย็นชาลงตั้งแต่นายกรัฐมนตรี Sanae Takaichi ของญี่ปุ่นแสดงจุดยืนเมื่อเดือนที่แล้วว่าญี่ปุ่นจะเข้าแทรกแซงทางทหารหากจีนโจมตีไต้หวัน
โตเกียวระบุว่าเครื่องบิน J-15 จากเรือบรรทุกเครื่องบินเหลียวหนิงของจีนล็อกเรดาร์ใส่เครื่องบินญี่ปุ่นสองครั้งในวันเสาร์ที่ผ่านมาในน่านน้ำสากลใกล้โอกินาวา ขณะที่กองทัพเรือจีนปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยระบุว่า "ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงอย่างสิ้นเชิง" และเรียกร้องให้ญี่ปุ่นหยุดการใส่ร้ายป้ายสีทันที




