ฮอร์มุซคลาย-หุ้นสหรัฐฯ แรง ดึงเงินไหลกลับ จับตา TISA หนุนหุ้นไทยระยะยาว
บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่า บรรยากาศการลงทุนโลกเริ่มคลายความกังวลจากสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นรับข่าวบวก ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคการผลิตและผลประกอบการหุ้นเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ ส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนไหลกลับเข้าสหรัฐฯ กดดันตลาดหุ้นเอเชียรวมถึงไทย อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายในประเทศยังมีแรงหนุนจากความคืบหน้ากองทุน Thailand Individual Saving Account (TISA) ที่คาดว่าจะเสนอหลักเกณฑ์ภายในเดือนกันยายนนี้ พร้อมแนะนำกลยุทธ์ Selective Buy ชู MAJOR, BDMS และ CPALL เป็นหุ้นเด่น
หุ้นสหรัฐฯ รับข่าวฮอร์มุซคลี่คลาย
เอเซีย พลัส ระบุว่า ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซเริ่มผ่อนคลาย หลังมีความคืบหน้าการเจรจาระหว่างอิหร่านและโอมานเกี่ยวกับเส้นทางเดินเรือชั่วคราว ขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่าการหารืออาจได้ข้อสรุปภายใน 1-2 วัน ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นราว 1.3-2.1% จากแรงซื้อคืนของนักลงทุน แม้ยังต้องติดตามความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด
ขณะเดียวกัน ตัวเลข PMI ภาคการผลิตของสหรัฐฯ เดือนกรกฎาคม อยู่ที่ 55.6 สูงกว่าคาดที่ 53.9 และเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 4 ปี สะท้อนการฟื้นตัวของภาคการผลิต คำสั่งซื้อ การจ้างงาน และการส่งออก แต่ก็เพิ่มโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกหนึ่งครั้งในปีนี้ หากแรงกดดันเงินเฟ้อยังไม่ลดลง
อีกประเด็นที่ตลาดจับตา คือความร่วมมือด้านอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่น ซึ่งอาจนำไปสู่การแทรกแซงค่าเงินเยนร่วมกัน รวมถึงความเป็นไปได้ที่ทั้ง Fed และ BOJ จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน
กำไรหุ้นเทคฯ ดึงฟันด์โฟลว์ออกจากเอเชีย
ฝ่ายวิจัยระบุว่า ผลประกอบการไตรมาส 2 ของบริษัทในดัชนี NASDAQ ที่ประกาศแล้วกว่า 682 บริษัท ออกมาดีกว่าคาดเฉลี่ยถึง 57% นำโดยกลุ่มสินค้าอุปโภคฟุ่มเฟือย กลุ่มสื่อสาร และกลุ่มเทคโนโลยี
หุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่ม Magnificent 7 ยังสร้างความโดดเด่น โดย Amazon และ Alphabet มีกำไรสูงกว่าคาดกว่า 200% ส่งผลให้ประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ของ NASDAQ ถูกปรับเพิ่ม ขณะที่ค่า P/E ลดลงเหลือราว 24 เท่า ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีความน่าสนใจมากขึ้น
ผลดังกล่าวทำให้เกิดแรงโยกย้ายเงินลงทุนจากตลาดหุ้นเอเชียกลับเข้าสหรัฐฯ โดยวันที่ 3 สิงหาคม 2569
• ไต้หวัน ต่างชาติขายสุทธิ 592 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
• เกาหลีใต้ ขายสุทธิ 2,119 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
• อินโดนีเซีย ขายสุทธิ 39 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
• ไทย ขายสุทธิ 48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
• ฟิลิปปินส์ มีเงินทุนไหลเข้าสุทธิ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
• จับตา ‘TISA’ หนุนเม็ดเงินลงทุนระยะยาว
สำหรับปัจจัยในประเทศ เอเซีย พลัสมองว่า ความคืบหน้าการจัดตั้งกองทุน Thailand Individual Saving Account (TISA) จะเป็นประเด็นสำคัญในช่วงเดือนกันยายนนี้ หลังกระทรวงการคลังเตรียมเสนอหลักเกณฑ์อย่างเป็นทางการ
เบื้องต้นคาดว่าจะเปิดให้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 600,000 บาทต่อปี ครอบคลุมการลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ และกองทุนรวม เพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว
หากโครงการเดินหน้า จะช่วยดึงเม็ดเงินเข้าสู่หุ้นพื้นฐานดี หุ้นปันผล และหุ้นที่มีมาตรฐาน ESG โดยหุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่
• ธนาคาร : BBL, KTB, KBANK, SCB
• พลังงานและสาธารณูปโภค : PTT, GULF, BGRIM
• สื่อสาร : ADVANC
• ค้าปลีกและอาหาร : CPALL, CRC, BJC, CPF
• โรงพยาบาล : BDMS, PR9
• 3 หุ้นเด่นรับตลาดผันผวน
เอเซีย พลัสแนะนำกลยุทธ์ Selective Buy โดยเลือกหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ได้แก่
• MAJOR ได้แรงหนุนจากกระแสภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ The Odyssey ทำให้ยอดผู้ชมฟื้นตัว และยังมีปัจจัยบวกจากฐานะการเงินและโครงการซื้อหุ้นคืน
• BDMS เป็นหุ้น Defensive ที่มีแนวโน้มกำไรครึ่งปีหลังเติบโตต่อเนื่อง พร้อม Upside จากราคาปัจจุบัน
• CPALL ได้อานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และการใช้จ่ายที่มีแนวโน้มฟื้นตัว
มองต่างประเทศ แนะเก็งกำไรผ่าน DR
ฝ่ายวิจัยยังแนะนำการลงทุนใน DR เพื่อกระจายพอร์ต ได้แก่
• BABA80 รับแรงหนุนจากการเปิดตัว AI รุ่นใหม่ Qwen 3.8 Max และแนวโน้มผลประกอบการที่ฟื้นตัว
• SONY80 จากความแข็งแกร่งของธุรกิจบันเทิงและภาพยนตร์
• PLTR06 หลังผลประกอบการเติบโตโดดเด่นจากธุรกิจภาครัฐและการปรับเพิ่มประมาณการทั้งปี
• LMT03 จาก Backlog ที่แข็งแกร่งในธุรกิจอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
โดยภาพรวม เอเซีย พลัสมองว่า แม้ตลาดหุ้นไทยยังเผชิญแรงกดดันจากกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลกลับเข้าสหรัฐฯ แต่ปัจจัยภายในประเทศ โดยเฉพาะความคืบหน้าของกองทุน TISA และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ยังมีโอกาสช่วยประคองบรรยากาศการลงทุนในช่วงครึ่งหลังของปีได้ ขณะที่กลยุทธ์การลงทุนยังควรเน้นคัดเลือกหุ้นรายตัวที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีปัจจัยหนุนเฉพาะตัวเป็นสำคัญ




