ธนาคารกลางสองแห่งในยุโรปพร้อมใจคงอัตราดอกเบี้ยในวันพฤหัสบดีเดียวกัน สะท้อนให้เห็นความระมัดระวังในการดำเนินนโยบายการเงินท่ามกลางความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ และยังคงส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วตลาดการเงินโลก
อังกฤษ: คงดอกเบี้ย 3.75% แม้เงินเฟ้อยังเกินเป้า
ธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.75% โดยผู้ว่าการ แอนดรูว์ เบลีย์ ชี้แจงว่า แม้ราคาน้ำมันจะปรับลดลงบ้างในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่ยังคงสูงกว่าช่วงก่อนสงครามอย่างมีนัยสำคัญ และราคาพลังงานที่พุ่งสูงในช่วงสี่เดือนที่ผ่านมาได้สะสมแรงกดดันเงินเฟ้อเอาไว้แล้ว
ข้อมูลทางการที่เผยแพร่วันพุธระบุว่าอัตราเงินเฟ้อรายปีของอังกฤษอยู่ที่ 2.8% ในเดือนพฤษภาคม สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลาง อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการนโยบายการเงิน 7 ใน 9 คน รวมถึงเบลีย์ เลือกคงดอกเบี้ยไว้ก่อน ขณะที่กรรมการอีก 2 คนเสนอให้ขึ้นทันที 0.25% สู่ระดับ 4.0% สะท้อนว่าแรงกดดันภายในคณะกรรมการยังมีอยู่
การตัดสินใจครั้งนี้สอดคล้องกับท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่ประชุมไปเมื่อวันพุธ ซึ่งเลือกคงดอกเบี้ยเช่นกัน แต่ส่งสัญญาณชัดว่าอาจปรับขึ้นในช่วงปลายปีนี้
"ไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ราคาพลังงานที่สูงขึ้นในช่วงสี่เดือนที่ผ่านมาหมายความว่ามีแรงกดดันเงินเฟ้อสะสมอยู่แล้วในระบบ"
ด้านตลาดแรงงาน สำนักงานสถิติแห่งชาติ (ONS) รายงานว่าอัตราการว่างงานโดยรวมลดลงเล็กน้อยสู่ 4.9% ในไตรมาสสิ้นสุดเดือนเมษายน จาก 5.0% ในไตรมาสก่อน แต่ภาพรวมยังน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนที่มีอัตราว่างงานสูงกว่า 16% และจำนวนเยาวชนอายุ 16-24 ปีที่ไม่มีงาน ไม่ศึกษา และไม่ฝึกอาชีพทะลุ 1 ล้านคนในไตรมาสแรก จนรายงานของรัฐบาลเตือนว่าอังกฤษเสี่ยงสร้าง "คนรุ่นที่สูญหาย"
การเมืองอังกฤษเพิ่มความไม่แน่นอน
ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจอังกฤษหดตัวเล็กน้อยในเดือนเมษายน และความขัดแย้งภายในพรรคแรงงานยิ่งทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจมัวหมอง วันพฤหัสบดีนี้ยังมีการเลือกตั้งซ่อมสำคัญที่เขตเลือกตั้งเมกเกอร์ฟิลด์ (Makerfield) ซึ่ง แอนดี้ เบิร์นแฮม (Andy Burnham) นายกเทศมนตรีกรมเกรตเตอร์แมนเชสเตอร์ ลงสมัครเพื่อเปิดทางเข้าสู่การแข่งขันชิงตำแหน่งผู้นำพรรคแรงงาน ท่ามกลางกระแสกดดันต่อนายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ (Keir Starmer) ที่ครองอำนาจมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2024
สวิตเซอร์แลนด์: คงดอกเบี้ยศูนย์เปอร์เซ็นต์ จับตาฟรังก์แข็งค่า
ธนาคารแห่งชาติสวิส (SNB) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยที่ 0% ตามที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ โดยประธาน มาร์ติน ชเลเกล แถลงว่า แม้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะดันราคาพลังงานและเงินเฟ้อสูงขึ้นในหลายประเทศ แต่สวิตเซอร์แลนด์ได้รับผลกระทบน้อยกว่า โดยเงินเฟ้อปัจจุบันอยู่ที่เพียง 0.6% ซึ่งอยู่ในกรอบเสถียรภาพราคาที่กำหนดไว้ระหว่าง 0-2%
ความกังวลหลักของ SNB ในขณะนี้คือค่าเงินฟรังก์สวิส ซึ่งถูกมองเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยระดับโลกเทียบเคียงกับทองคำและพันธบัตรเยอรมนี เมื่อสงครามเริ่มต้น เงินฟรังก์เผชิญแรงกดดันแข็งค่าอย่างหนัก แม้จะคลายตัวลงบ้างในช่วงหลัง เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยในกลุ่มประเทศหลักปรับสูงขึ้นจนช่วยลดส่วนต่างลง แต่ SNB ยังคงเตือนว่าความเสี่ยงต่อการแข็งค่ารุนแรงยังมีอยู่ และพร้อมเข้าแทรกแซงตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราหากจำเป็น
SNB คาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะปรับขึ้นเล็กน้อยในไตรมาสหน้าก่อนจะลดลงอีกครั้ง ขณะที่ตั้งเป้าการเติบโตทางเศรษฐกิจไว้ที่ราว 1% สำหรับปีนี้ และ 1.5% ในปี 2027 นักเศรษฐศาสตร์จาก Capital Economics มองว่า SNB จะคงดอกเบี้ยในระดับนี้ต่อไปอีกอย่างน้อยสองถึงสามปี โดยให้ความสำคัญกับการดูแลอัตราแลกเปลี่ยนเป็นหลัก

โลกแยกทาง: ขึ้น-คง แตกต่างกันไปตามสภาพเศรษฐกิจ
ขณะที่อังกฤษและสวิตเซอร์แลนด์เลือกคง ธนาคารกลางญี่ปุ่นปรับขึ้นดอกเบี้ยสู่ระดับสูงสุดในรอบ 31 ปี และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023 สะท้อนให้เห็นว่าโลกการเงินกำลังเผชิญกับบททดสอบเดียวกัน แต่แต่ละธนาคารกลางเลือกตอบสนองต่างกันตามบริบทของตัวเอง



