Bitcoin เข้าสู่เดือนตุลาคม ท่ามกลางความคาดหวังจากสถิติว่าเป็นหนึ่งในเดือนที่ตลาดคริปโทฯ ทำผลงานได้ดี แต่รอบนี้ราคายังเผชิญแรงกดดันจากน้ำมัน เงินเฟ้อ และ Bond Yield ขณะที่แรงซื้อจาก Bitcoin ETF และความหวังต่อทิศทางดอกเบี้ยยังเป็นปัจจัยพยุงตลาด
เดือนตุลาคมมักถูกเรียกว่า “Uptober” ในตลาดคริปโทฯ เพราะสถิติในอดีตสะท้อนว่า Bitcoin มีแนวโน้มสร้างผลตอบแทนเป็นบวกในเดือนนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่เดือนตุลาคม 2569 ภาพของตลาดกลับไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกับ Seasonal Trend อย่างชัดเจน
ข้อมูลจาก Bitget ระบุว่า หากย้อนดูสถิติการซื้อขาย Bitcoin ตลอด 13 ปีที่ผ่านมา เดือนตุลาคมมีโอกาสประมาณ 77% ที่ Bitcoin จะให้ผลตอบแทนเป็นบวก และมีผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 18.64% ขณะที่แนวโน้มเชิงบวกมักต่อเนื่องไปถึงเดือนพฤศจิกายน
แต่สำหรับปีนี้ Bitcoin ยังต้องเผชิญกับแรงกดดันจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค โดยราคาล่าสุดเคลื่อนไหวบริเวณ 84,000 ดอลลาร์ และปรับตัวลดลงท่ามกลางราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น
“Uptober” ยังมีแรงส่ง แต่ Macro กำลังดึงตลาดกลับ
หนึ่งในปัจจัยที่ตลาดจับตาคือราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงความเสี่ยงด้านการผลิตน้ำมันในสหรัฐฯ เมื่อราคาพลังงานสูงขึ้น ตลาดจึงกังวลว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้ออาจกลับมา ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายได้ยากขึ้น
ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin ต้องเผชิญกับแรงกดดัน เพราะต้นทุนเงินและผลตอบแทนจากสินทรัพย์ปลอดภัยมีความน่าสนใจมากขึ้น
นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Bitcoin ยังไม่สามารถเดินหน้าตามภาพ “Uptober” ได้อย่างเต็มที่ แม้สถิติในอดีตจะสนับสนุนเดือนตุลาคมก็ตาม
เงินสถาบันยังไหลเข้า Bitcoin ETF
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีแรงหนุนสำคัญจากฝั่งนักลงทุนสถาบัน ข้อมูลที่ Bitget เปิดเผยระบุว่า Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิประมาณ 2.65 พันล้านดอลลาร์ในเดือนกันยายน ถือเป็นยอดเงินไหลเข้ารายเดือนที่สูงเป็นอันดับ 2 นับตั้งแต่เริ่มเปิดซื้อขาย สะท้อนว่าความต้องการ Bitcoin จากนักลงทุนสถาบันยังไม่ได้หายไป
ขณะเดียวกัน Crypto Fear & Greed Index อยู่ที่ระดับ 69 เข้าสู่โซน “Greed” สะท้อนว่าความเชื่อมั่นของตลาดกลับมาแข็งแกร่งขึ้น แม้ราคาจะยังเคลื่อนไหวต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิม แรงซื้อผ่าน ETF จึงเป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่อาจช่วยพยุง Bitcoin หากตลาดเผชิญแรงขายจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค
Fed ยังเป็นตัวแปรสำคัญ
อีกประเด็นที่ตลาดกำลังจับตาคือทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed ด้าน 'เกรซี่ เฉิน' (Gracy Chen) กรรมการผู้จัดการของ Bitget มองว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาด ช่วยเพิ่มความหวังว่าการประชุม FOMC ในเดือนตุลาคมอาจเห็นการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะเป็นปัจจัยบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึง Bitcoin
อย่างไรก็ตาม ภาพดังกล่าวยังต้องพิจารณาควบคู่กับเงินเฟ้อและราคาพลังงาน หากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง ตลาดอาจกลับมากังวลว่า Fed จะไม่สามารถลดดอกเบี้ยได้ตามที่คาด หรืออาจต้องกลับมาพิจารณานโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นในช่วงปลายปี ดังนั้น ในระยะสั้น ตัวเลขเงินเฟ้อและตลาดพันธบัตรอาจมีน้ำหนักต่อ Bitcoin มากกว่าสถิติ Seasonal Trend
Regulation สหรัฐฯ ช่วยสร้างความเชื่อมั่น แต่ยังมีโจทย์รออยู่
นอกจากปัจจัยด้านดอกเบี้ยแล้ว ทิศทางกฎระเบียบของสหรัฐฯ ก็เป็นอีกแรงหนุนของตลาดคริปโทฯ Bitget ระบุว่า SEC และ CFTC มีท่าทีสนับสนุนการพัฒนาตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น รวมถึงการเปิดทางให้เกิดการซื้อขายหลักทรัพย์ในรูปแบบโทเคนดิจิทัล ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาด
แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความไม่แน่นอนด้านกฎหมายยังคงอยู่ โดยเฉพาะความคืบหน้าของ CLARITY Act ที่ยังไม่สามารถผ่านการรับรองจากวุฒิสภาสหรัฐฯ ได้ ตลาดจึงยังอยู่ในช่วงที่ได้รับแรงหนุนจาก Regulatory Tailwind แต่ยังต้องติดตามว่ากรอบกฎหมายจะเดินหน้าได้เร็วเพียงใด
พฤศจิกายนอาจเป็นจุดที่ตลาดต้องระวัง
แม้เดือนตุลาคมจะมีสถิติที่น่าสนใจ แต่ความเสี่ยงอาจเพิ่มขึ้นเมื่อเข้าใกล้เดือนพฤศจิกายน โดยเฉพาะ การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ข้อมูลจาก Bitget ชี้ว่า ในอดีตตลาดหุ้นและ Bitcoin มักมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นก่อนการเลือกตั้ง ก่อนจะเผชิญแรงขายหลังจากนั้น หากรูปแบบดังกล่าวเกิดขึ้นอีกครั้ง นักลงทุนอาจต้องเตรียมรับมือกับความผันผวนที่เพิ่มขึ้น
ดังนั้น ภาพของตลาดในช่วงนี้จึงอาจไม่ใช่เพียงคำถามว่า Bitcoin จะขึ้นต่อหรือไม่ แต่เป็นคำถามว่า ตลาดจะสามารถรักษาแรงซื้อไว้ได้จนผ่านช่วงความเสี่ยงทางการเมืองและเศรษฐกิจในเดือนพฤศจิกายนหรือไม่
Bitcoin มีโอกาสไปต่อ แต่ “Uptober” ไม่ได้แปลว่าขึ้นทางเดียว
สำหรับมุมมองระยะสั้น Bitget ประเมินแนวต้านของ Bitcoin ไว้ที่ประมาณ 87,300 ดอลลาร์ ขณะที่แนวรับอยู่บริเวณ 82,500 ดอลลาร์ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนภาพตลาดที่ยังอยู่ในช่วงตัดสินใจ หาก Bitcoin สามารถยืนเหนือแนวรับและกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านได้สำเร็จ ก็อาจเปิดทางให้ตลาดกลับมาทดสอบระดับที่สูงขึ้น ขณะที่การหลุดแนวรับอาจทำให้แรงขายกลับมาเพิ่มขึ้น
ท้ายที่สุดแล้ว สถิติ 13 ปีที่ชี้ว่าเดือนตุลาคมมีโอกาสให้ผลตอบแทนเป็นบวกถึง 77% เป็นเพียง “หนึ่งในข้อมูล” ไม่ใช่คำตอบว่าตลาดจะขึ้นอย่างแน่นอน เพราะในปี 2569 Bitcoin กำลังเผชิญกับแรงปะทะระหว่าง แรงซื้อจากนักลงทุนสถาบัน ความคาดหวังต่อดอกเบี้ย และความชัดเจนด้านกฎระเบียบ กับอีกด้านที่เป็น ราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ Bond Yield และความเสี่ยงทางการเมือง
คำถามสำคัญของเดือนตุลาคมจึงอาจไม่ใช่แค่ “Bitcoin จะเกิด Uptober หรือไม่?” แต่คือ “แรงซื้อที่มีอยู่ จะมากพอที่จะเอาชนะแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกได้หรือไม่?”
ข้อมูลเพิ่มเติม: Bitget เสริมกองทุนคุ้มครองผู้ใช้งาน
นอกเหนือจากมุมมองตลาด Bitget เปิดเผยว่า Protection Fund กลับมาอยู่เหนือระดับ 300 ล้านดอลลาร์อีกครั้ง ภายในหนึ่งสัปดาห์หลังเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยเมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ Bitget ระบุว่าได้นำกองทุนดังกล่าวมาใช้เพื่อรองรับผลกระทบทางการเงินมูลค่าประมาณ 388 ล้านดอลลาร์ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถถอนสินทรัพย์ได้ตามปกติ
ขณะที่รายงาน Proof of Reserves (PoR) ล่าสุด ณ วันที่ 29 กันยายน 2569 ระบุว่า Overall Reserve Ratio อยู่ที่ 131% หรือสูงกว่าเกณฑ์ 1:1 เมื่อเทียบกับสินทรัพย์ของผู้ใช้งานทั้งหมด ข้อมูลดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ตลาดจับตา เพราะนอกจากทิศทางราคาแล้ว ความสามารถในการบริหารสภาพคล่องและการคุ้มครองสินทรัพย์ของผู้ใช้งานยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นในตลาดคริปโทฯ




