BOI to IPO ต่อท่อทุน ดัน New Economy สู่ตลาดทุน

18 ก.ย. 2569 - 12:33

  • BOI ต่อท่อสู่ตลาดทุน เปิดทางธุรกิจที่ได้รับส่งเสริมระดมทุนผ่าน SET และ mai

  • New Economy ได้แรงจูงใจเพิ่ม รับสิทธิประโยชน์ภาษีเพิ่มเติมควบคู่การเตรียม IPO

  • ตลาดทุนรับธุรกิจใหม่ หวังเพิ่มบริษัทศักยภาพสูงและต่อยอดการลงทุนในไทย

BOI to IPO ต่อท่อทุน ดัน New Economy สู่ตลาดทุน

BOI to IPO ต่อท่อการลงทุนสู่ตลาดทุน
ตลท.โรดโชว์สหรัฐฯ-อังกฤษ ดัน New Economy เข้าเทรดรายแรกปลายปี 2570

การส่งเสริมการลงทุนของไทยกำลังขยับจากโจทย์ ‘ดึงเงินลงทุนเข้าประเทศ’ ไปสู่การสร้างเส้นทางให้ธุรกิจเติบโตต่อในไทย หลังสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงาน ก.ล.ต. ร่วมลงนาม MOU เดินหน้าโครงการ BOI to IPO เชื่อมผู้ประกอบการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนเข้าสู่ตลาดทุน

boi-to-ipo-new-economy-SPACEBAR-Photo01.jpg

ภาพของมาตรการนี้จึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การสนับสนุนให้บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แต่เป็นการเชื่อมเครื่องมือ 3 หน่วยงาน ตั้งแต่ การส่งเสริมการลงทุน การเตรียมความพร้อมเข้าตลาดทุน ไปจนถึงการระดมทุนเพื่อขยายธุรกิจ โดยมุ่งเน้นกลุ่ม New Economy ซึ่งเป็นธุรกิจที่ภาครัฐต้องการให้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในโครงสร้างเศรษฐกิจไทย

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการส่งเสริมการลงทุน ระบุว่า ทิศทางเศรษฐกิจไทยกำลังอยู่ในช่วงปรับโครงสร้างจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ห่วงโซ่อุปทาน และการแข่งขันดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยรัฐบาลต้องการใช้การลงทุนเป็นเครื่องยนต์สร้างการเติบโตใหม่ หรือ Investment-led Growth

ภายใต้แนวคิดดังกล่าว เป้าหมายจึงไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการให้การลงทุนสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศ ทั้งการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามา การสร้างงานทักษะสูง การพัฒนาบุคลากรไทย และการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมสมัยใหม่

BOI to IPO จึงเข้ามาเติมช่วงต่อของการเติบโต จากเดิมที่มาตรการส่งเสริมการลงทุนเน้นการดึงธุรกิจเข้ามาตั้งฐานในประเทศไทย โครงการนี้พยายามสร้างช่องทางให้ธุรกิจที่มีศักยภาพสามารถระดมทุนในตลาดทุนไทยและนำเงินทุนไปใช้ขยายกิจการต่อได้

นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการ BOI ระบุว่า BOI จะทำหน้าที่ด้านสิทธิประโยชน์และแรงจูงใจ ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ ก.ล.ต. สนับสนุนการเตรียมความพร้อมและกระบวนการเข้าจดทะเบียนใน SET หรือ mai ทำให้ทั้ง 3 หน่วยงานเข้ามาเชื่อมกันเป็นกระบวนการเดียวมากขึ้น

ในส่วนของแรงจูงใจ บริษัท New Economy ที่ได้รับการรับรองจากตลาดหลักทรัพย์ฯ จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติมจาก BOI โดยสามารถเลือก ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่ม 3 ปี หรือ ลดหย่อน 50% เพิ่ม 5 ปี ขณะที่บริษัททั่วไปจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมตามประเภทกิจการในระดับยกเว้น 2 ปี หรือลดหย่อน 50% เพิ่ม 3 ปี

อีกด้านหนึ่ง อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลท.กล่าวว่า โครงการ ‘BOI to IPO’ ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีบทบาทสำคัญในการเป็นตัวเชื่อมโยงระหว่างนักลงทุนกับบริษัทที่ต้องการระดมทุน โดยได้มีการปรับเกณฑ์การรับหลักทรัพย์ใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับการสนับสนุนของ บีโอไอ ที่มุ่งเน้น 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายในกลุ่ม New Economy

ตลท.ปรับลดเกณฑ์การรับหลักทรัพย์ สำหรับ New Economy ได้แก่ ระยะเวลาประวัติการดำเนินธุรกิจ (Track Record) จากเดิม มากกว่า 2 ปี ให้ลดเหลือ 1 ปี และ มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) สำหรับตลาด SET ลดจาก 7,500 ล้านบาท เหลือ 3,000 ล้านบาท และ ตลาด mai ลดจาก 2,000 ล้านบาท เหลือ 1,000 ล้านบาท ข่าวธุรกิจการตลาด

เพื่อเปิดทางให้กิจการที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI เข้าจดทะเบียนได้สะดวกขึ้น รวมถึงมีการสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเข้าจดทะเบียน ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ ก.ล.ต. อยู่ระหว่างการทดลองปรับกระบวนการ IPO ให้กระชับและใช้เวลาสั้นลง

นอกจากนี้ ตลท.อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งกลุ่มอุตสาหกรรม (Sector) ใหม่ คือกลุ่ม Technology อ้างอิงจากรูปแบบของตลาดต่างประเทศ โดยอยู่ในขั้นตอนการนิยาม (Define) ว่าธุรกิจประเภทใดจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มนี้ เพื่อสนับสนุนให้ตลาดหลักทรัพย์ของไทยมีกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้น

ขณะเดียวกัน ในสัปดาห์หน้าผู้บริหาร ตลท.จะร่วมเดินทางไปกับคณะของนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เพื่อไปโรดโชว์ที่สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ซึ่งจะมีโอกาสหารือกับนักลงทุนต่างประเทศ ในรูปแบบ Group Meeting คาดว่าจะมีกองทุนระดับเมกะฟันด์เข้าร่วม 10-15 ราย และ การประชุมแบบรายบุคคล (Individual Meeting) กับกองทุนยักษ์ใหญ่ของโลก โดยจะนำเสนอนโยบายระดับมหภาคของรัฐบาล รวมถึงนำเสนอโครงการ ‘BOI to IPO’

ผลที่น่าจับตาจึงอยู่ที่จำนวนบริษัทที่สามารถเดินจาก BOI ไปสู่ IPO ได้จริง เพราะหากเกิดขึ้นในวงกว้าง โครงสร้างเงินทุนของธุรกิจ New Economy ในไทยจะมีทางเลือกเพิ่มขึ้น และตลาดทุนไทยก็จะมีโอกาสรับบริษัทจากอุตสาหกรรมใหม่เข้ามามากขึ้น

ขณะเดียวกัน การเข้าสู่ตลาดทุนยังมาพร้อมข้อกำหนดด้านการเปิดเผยข้อมูล ระบบควบคุมภายใน และธรรมาภิบาล ทำให้บริษัทต้องยกระดับระบบบริหารจัดการก่อนเข้าระดมทุน ซึ่งเป็นอีกกลไกที่อาจช่วยให้ธุรกิจเติบโตบนมาตรฐานที่สูงขึ้น

สำหรับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ครอบคลุมตั้งแต่ เกษตรและอาหารขั้นสูง เชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ การแพทย์และสุขภาพ การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ยานยนต์สมัยใหม่ การบินและโลจิสติกส์ ดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ รวมถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรม

หากมองในภาพใหญ่ BOI to IPO จึงเป็นการพยายามต่อ ‘ท่อ’ ระหว่าง นโยบายส่งเสริมการลงทุนกับตลาดทุน ให้เงินลงทุนที่เข้ามาในประเทศไทยมีโอกาสเดินหน้าสู่การขยายธุรกิจ การจ้างงาน การพัฒนาเทคโนโลยี และการระดมทุนรอบใหม่ ขณะที่ตลาดทุนก็มีโอกาสเปลี่ยนผ่านไปพร้อมกับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย

โจทย์หลังจากนี้จึงอยู่ที่การทำให้เส้นทางจาก BOI ถึง IPO เกิดขึ้นจริงในจำนวนที่มากพอ และทำให้บริษัทเหล่านั้นสามารถใช้ประเทศไทยเป็นฐานสำหรับการเติบโตในระยะยาวได้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์