บีโอไอเร่งดึงลงทุนชิปสหรัฐฯ ปั้นไทยฐานเทคโนโลยี

20 เม.ย. 2569 - 17:32

  • ไทยเปิดเกมรุก เจรจาบริษัทชิปสหรัฐฯ ดึงลงทุนต้นน้ำ-ปลายน้ำ

  • เซมิคอนดักเตอร์โตแรง รับ AI หนุนตลาดโลกแตะล้านล้านดอลลาร์

  • 5 ปี เงินลงทุนสหรัฐฯ เข้าไทยกว่า 2.2 แสนล้านบาท

บีโอไอเร่งดึงลงทุนชิปสหรัฐฯ ปั้นไทยฐานเทคโนโลยี

ท่ามกลางการแข่งขันดึงดูดการลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูงที่ทวีความเข้มข้นทั่วโลก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่กลายเป็น ‘หัวใจ’ ของเศรษฐกิจยุคใหม่ ไทยเร่งเปิดเกมรุกเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อยกระดับบทบาทในห่วงโซ่อุปทานโลก และสร้างฐานการเติบโตระยะยาวให้เศรษฐกิจ

การเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) นำคณะ ‘ทีมไทยแลนด์’ เยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 13-17 เมษายน 2569 เพื่อเข้าร่วมการประชุม IMF-World Bank Spring Meetings 2026 พร้อมเดินหน้าขยายความร่วมมือเศรษฐกิจและเจรจาดึงดูดการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก

boi-us-chip-invest-SPACEBAR-Photo01.jpg

ภารกิจสำคัญของการเยือนครั้งนี้ คือการเข้าหารือกับผู้ผลิตชิปชั้นนำของสหรัฐฯ เพื่อเชิญชวนให้ขยายการลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วตามความต้องการใช้งานด้าน AI และดิจิทัล โดยคาดว่ามูลค่าตลาดโลกอาจทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2569

หนึ่งในบริษัทที่หารือคือ Phononic ผู้พัฒนาเทคโนโลยีชิปควบคุมอุณหภูมิ ที่มีความสำคัญต่อระบบประมวลผลขั้นสูง โดยได้เลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลัก และมีการลงทุนแล้วกว่า 3,000 ล้านบาทในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา พร้อมมีแผนย้ายฐานการผลิตวัสดุเซมิคอนดักเตอร์ต้นน้ำมายังไทยเพิ่มเติมภายในปี 2570 ซึ่งจะยกระดับไทยสู่การเป็นฐานผลิตแบบครบวงจร

ขณะเดียวกัน GlobalFoundries ผู้ผลิตชิปอันดับ 5 ของโลก ได้แสดงความสนใจในศักยภาพของประเทศไทย โดยเฉพาะการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมปลายน้ำ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้าและ Data Center ซึ่งต้องใช้ชิปจำนวนมาก โดยฝ่ายไทยได้เชิญชวนให้พิจารณาตั้งโรงงานผลิตเวเฟอร์ (Wafer Fab) ในประเทศ

ด้าน Teradyne ผู้นำด้านเครื่องทดสอบเซมิคอนดักเตอร์และระบบอัตโนมัติระดับโลก ซึ่งมีฐานลูกค้ารายใหญ่ เช่น Intel และ Samsung ก็มีแผนเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนและการผลิตในประเทศไทยมากขึ้น

นอกจากการหารือรายบริษัท คณะยังได้พบกับ SEMI สมาคมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก เพื่อขยายความร่วมมือผ่านเครือข่ายผู้ประกอบการกว่า 4,000 บริษัททั่วโลก รวมถึงหารือแนวทางการจัดงาน SEMICON ในประเทศไทย เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมชิปของไทยในเวทีโลก

อีกหนึ่งเวทีสำคัญคือการหารือกับ U.S. Chamber of Commerce โดยมีบริษัทชั้นนำเข้าร่วม อาทิ Dow Chemical Chevron Netflix PepsiCo Visa และ IBM ซึ่งต่างยืนยันว่า ไทยยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางธุรกิจระดับภูมิภาค ไม่ใช่เพียงฐานการผลิตเพื่อส่งออก

นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ระบุว่า อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กำลังเป็นตัวกำหนดอนาคตเศรษฐกิจโลก และการแข่งขันเพื่อดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมนี้มีความเข้มข้นอย่างมาก การเชื่อมโยงกับสหรัฐฯ ซึ่งเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีโลก จะช่วยเปิดทางให้ไทยก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง สร้างงานคุณภาพ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

ทั้งนี้ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2564–2568) นักลงทุนจากสหรัฐอเมริกายื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในไทยรวม 232 โครงการ มูลค่ากว่า 220,300 ล้านบาท โดยกระจุกตัวในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ ดิจิทัล และเทคโนโลยีชีวภาพ สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพของไทยในฐานะฐานการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การเดินเกมรุกของไทยในครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการดึงเม็ดเงินลงทุน แต่ยังเป็นการ ‘ปักหมุด’ ประเทศไทยในแผนที่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลก ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจที่ผันผวนและการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นในเวทีระหว่างประเทศ

boi-us-chip-invest-SPACEBAR-Photo02.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์