แบงก์ชาติ กดเพดานโอนเงิน 5 หมื่น/วัน กันคอลเซ็นเตอร์ดูดบัญชี

19 ส.ค. 2568 - 18:01

  • แบงก์ชาติ ชี้ มิจฉาชีพยังระบาดหนัก ความเสียหาย 6,000 ล้าน/ไตรมาส

  • เล็งคุมวงเงินโอน ลดโอกาสสูญเงิน

แบงก์ชาติ กดเพดานโอนเงิน 5 หมื่น/วัน กันคอลเซ็นเตอร์ดูดบัญชี

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือ แบงก์ชาติ ออกมาตรการใหม่สกัดภัยมิจฉาชีพออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยสั่งให้ธนาคารพาณิชย์กำหนดวงเงินโอนและชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ขั้นต้น ไม่เกิน 50,000 บาทต่อวัน สำหรับลูกค้าทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็กต่ำกว่า 15 ปี และผู้สูงอายุเกิน 65 ปี ที่ตกเป็นเหยื่อบ่อยครั้ง

ดารณี แซ่จู ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับระบบการชำระเงินและคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดความเสียหาย หากประชาชนถูกหลอกให้โอนเงินไปยังบัญชีม้า โดยการจำกัดวงเงินจะทำให้มิจฉาชีพไม่สามารถถ่ายโอนเงินก้อนใหญ่ได้ทันที เพิ่มโอกาสที่ระบบจะตรวจพบและระงับบัญชีได้รวดเร็วขึ้น

“หลายครั้งเหยื่อรู้ตัวช้า เงินก็ถูกโอนไปหมดแล้ว เราจึงต้องทำให้เงินออกไปได้ยากขึ้นตั้งแต่ต้นทาง”

ดารณี กล่าว

หลักการคุมโอนเงิน 2 ข้อสำคัญ

1. ลดโอกาสถ่ายโอนเงินก้อนใหญ่ของมิจฉาชีพ เพื่อให้ระบบสามารถกักเงินผู้เสียหายได้ทัน
2. จำกัดความเสียหายของเหยื่อ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงสูงที่ตกเป็นเป้า เช่น เด็กและผู้สูงอายุ

ทั้งนี้ ธนาคารแต่ละแห่งจะพิจารณากำหนดวงเงินที่เหมาะสมตามพฤติกรรมธุรกรรมของลูกค้า เช่น หากเป็นลูกค้าใหม่จะเริ่มจากวงเงินโอน 50,000 บาทต่อวัน แต่เมื่อใช้งานต่อเนื่องและมีประวัติที่น่าเชื่อถือ ธนาคารอาจปรับเพิ่มวงเงินได้ ขณะที่ลูกค้ารายใหญ่ (M หรือ L segment) อาจโอนได้สูงกว่าขั้นต่ำ เช่น 200,000 บาทต่อวัน

การปรับวงเงินขึ้น ลูกค้าอาจไม่ต้องส่งเอกสารเพิ่ม แต่หากต้องการวงเงินสูงเกินกว่าปกติ อาจต้องติดต่อคอลเซ็นเตอร์หรือแสดงหลักฐานเพิ่มเติม

เริ่มบังคับใช้สิ้นปีนี้

ธปท. กำหนดให้ลูกค้าปัจจุบันเริ่มมีผลบังคับใช้ภายในสิ้นปี 2568 ส่วนลูกค้าใหม่บังคับใช้ทันที เพื่อปกป้องไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ แต่หากธนาคารใดพร้อมสามารถนำมาตรการมาใช้ได้ก่อน

สถานการณ์ภัยการเงินยังรุนแรง

ข้อมูล ธปท. ระบุว่า ไตรมาส 2/2568 ความเสียหายจากการถูกหลอกโอนเงินยังสูงกว่า 6,000 ล้านบาท แม้ลดลงจาก 8,590 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ยังเฉลี่ยเดือนละ 2,000 ล้านบาท โดยในเดือนมิถุนายนเพียงเดือนเดียว พบกว่า 24,500 เคส มูลค่ารวม 2,800 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 114,000 บาทต่อราย

ยอดการโอนที่สูงสุดอยู่ที่ 4.9 ล้านบาท ขณะที่ธุรกรรมที่เหยื่อโอนเกิน 50,000 บาท พบว่าถูกถ่ายออกไปภายใน 3 นาที คิดเป็น 50% ของความเสียหายทั้งหมด และส่วนใหญ่กว่าครึ่ง เหยื่อจะแจ้งข้อมูลเข้าระบบล่าช้ากว่า 19 ชั่วโมง

ที่ผ่านมา ธปท. และธนาคารพาณิชย์ได้เร่งระงับบัญชีต้องสงสัยรวมกว่า 3 ล้านบัญชี คิดเป็นบัญชีม้า 177,000 รายชื่อ แต่แนวโน้มการหลอกลวงยังคงอยู่ในระดับสูง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์