ตกงานไปแล้ว 150,000 ตำแหน่ง บริษัทเทคฯ ยันเดินหน้าปลดอีก!

7 ก.พ. 2566 - 21:49

  • Meta เดินหน้าเตรียมปลดพนักงานเพิ่มอีก

  • เทรนด์การปลดพนักงานทั่วโลก

  • เหตุผลมหากาพย์การปลดพนักงาน

Business_150000_lmassive_layoff_SPACEBAR_Thumbnail_d720148fae.jpeg
ตกงานไปแล้ว 150,000 ตำแหน่ง บริษัทเทคฯยันเดินหน้าปลดอีก! 

พนักงาน Meta เตรียมหลุดจากเก้าอี้กันต่อ หลัง มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก พูดในที่ประชุม เดินหน้าเตรียมปลดพนักงานออกอีกครั้ง เพื่อปรับโครงสร้างองค์กรให้เบาขึ้น กำจัดวิธีทำงานที่มันมีหลายชั้นซ้อนกันมากเกินไปเช่น มี ผู้จัดการคุมผู้จัดการ แล้วก็คุมผู้จัดการอีกที ทำให้ทีมใหญ่โดยไม่จำเป็น 

ก่อนหน้านี้มีบริษัทเทคฯ ขนาดใหญ่ปลดพนักงานออกแล้วหลายหมื่นตำแหน่ง Meta เองปลดออกแล้ว 13,000 คน, Amazon ปลดออก 18,000 คน, Microsoft ปลดออก 11,000 คน, FedEx ปลดพนักงานออก 10% หรือหลายหมื่นตำแหน่ง  

เทรนด์การเลิกจ้างของบริษัทยังใหญ่ปลดพนักงานออกไปแล้วมากกว่า 150,000 ตำแหน่ง [1]  

คำถามสำคัญคือ ทำไมบริษัทเหล่านี้ ต้องรีบลดต้นทุนลงขนาดนี้ มีอะไรเกิดขึ้นกับระบบเศรษฐกิจ หรือเพราะเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนแปลง 

แต่เหตุผลลางๆ ที่ยังใจชื้นได้คือ ในจำนวนบริษัทเหล่านี้ ไม่ได้ปลดพนักงาน ลดค่าใช้จ่าย เพราะขาดเงินหมุนเวียน ยกตัวอย่าง Microsoft ที่ปลดพนักงานไป11,000คน แต่ก็มีเงินทุนกว่า 3 แสนล้านบาท ไปลงกับ OpenAI 

Forbes รายงานสาเหตุของการปลดครั้งใหญ่ ว่าต้องย้อนกลับไปช่วงโควิด บริษัทเทคฯ เติบโตอย่างรวดเร็ว มีการจ้างงานเพิ่ม และให้เงินเดือนที่สูงลิบ 2 ปีผ่านไปเมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ การจ้างงานที่บวมมากช่วงโควิดจึงต้องโดนตัดออกไป  

แต่คนที่ถูกออกในคราวนี้กลับไม่ใช่พนักงานที่เพิ่งจ้างเข้ามาใหม่ ส่วนใหญ่เป็นพนักงานที่มีประสบการณ์เพราะเงินเดือนสูง และการตัดทีมเงินเดือนสูงออกประหยัดงบได้มากกว่า 

ตัวเลขที่น่าสนใจคือ ตำแหน่งที่โดนออก 28% เป็น HR พนักงานฝ่ายบุคคล ซึ่ง 2 เหตุผลที่เป็นไปได้คือ บริษัทลดการจ้างงาน พนักงานน้อยลง ก็ไม่ต้องสัมภาษณ์คนเยอะ ไม่ต้องดูแลคนเยอะและอีกเหตุผล คือ งาน HR ถูกทดแทนได้ด้วยระบบ AI 

สรุปแล้วก็เป็นการผสม 2 ปัจจัยทั้งการที่บริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่บวมมาก และโตเร็วเกินไปในช่วงโควิดที่ผ่านมา และนวัตกรรม AI กำลังเข้ามาเป็นตัวเลือกให้บริษัทใช้หุ่นยนต์แทนคน เพื่อประหยัดเงินได้มากและรวดเร็ว 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์