Group 7 วิธีทำงานจนตาย
ถ้าได้ยินใครพูดว่า “งานหนักไม่ทำให้ใครตาย” ส่ง link นี้ให้เขาดูนะคะ บทความนี้จะมาเล่าให้ฟังว่าการทำงานแบบไม่มีสมดุลมันจะพรากชีวิตไปจากคุณได้อย่างไรวิธีที่ 1 โดนสั่งงานระหว่างขับรถ
4 วินาที ที่คุณก้มดูจอมือถือตอนขับรถ คุณตายได้เลยนะ การดึงออฟฟิศมาอยู่บนที่นั่งคนขับรถ เป็นช่องทางพุ่งข้ามไปโลกหน้าได้ง่ายที่สุดทางหนึ่ง งานควรอยู่แค่ที่ทำงาน สำนักความปลอดภัยบนทางหลวงประเทศสหรัฐอเมริกา รายงานจำนวนผู้เสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุรถชน 5,870 ราย มีสาเหตุจากการใช้โทรศัพท์ระหว่างขับรถ ไม่ว่าจะรับสายหรือกดข้อความ การก้มมองโทรศัพท์แค่ 4 วินาที เท่ากับคุณกำลังอยู่ในกล่องเหล็กหนัก 1,000 กิโลกรัม พุ่งด้วยความเร็วเท่าที่คุณขับ เป็นระยะราว 1 สนามฟุตบอล แบบไม่มองทาง มีโอกาสตาย 8% (NHTSA report)
วิธีที่ 2 นั่งทำงานนิ่งๆ ติดต่อกันเกิน 6 ชั่วโมง
นั่งทำงานนานๆ ติดกันเกิน 6 ชั่วโมง คุณอาจจะไม่ได้ตายคาเก้าอี้ แต่ชีวิตคุณจะสั้นลงได้ จากงานวิจัย American Cancer Society บอกว่าผู้ที่นั่งนานติดกันเกิน 6 ชั่วโมงต่อวัน มีโอกาสเสียชีวิตภายใน 14 ปี กับความเสี่ยงโรคหัวใจ และเบาหวาน นับตั้งแต่เริ่มมีพฤติกรรมนั่งนานต่อเนื่อง [1] งานนี้แม้ว่าคุณจะบอกว่า ฉันออกกำลังกายสม่ำเสมอ หลัง หรือก่อนเข้างานก็ไม่ช่วย ตราบที่คุณยังนั่งทำงานตาติดคอม ก้นติดเก้าอี้ ไม่ยอมลุกไปไหน เกิน 6 ชั่วโมง คุณเสี่ยงอายุไม่ยืนแล้ว.... เอ้า! ลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายเร็วค่ะ
วิธีที่ 3 มีเจ้านายแย่ๆ
การมีเจ้านายแย่ๆ เป็นปัจจัยที่ทำให้ชีวิตสั้นลงได้ เพราะมันส่งผลกระทบทั้งทางร่างกายและจิตใจ ไม่ว่าจะทำให้เกิดความหวาดวิตกกังวล อับอาย หรือการโดนเพื่อนร่วมงานกลั่นแกล้ง นักจิตวิทยาชาวสวีเดนชื่อ Anna Nyberg ทำการสำรวจคนทำงานชนชั้นกลาง 3,000 คน พบว่าคนที่มีเจ้านายไม่ดี มีโอกาสเสียชีวิตเร็วขึ้นด้วยอาการเครียด ที่นำไปสู่การเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ
วิธีที่ 4 ทำงานจนอดหลับอดนอน
การนอนไม่พอเป็นตัวเร่งความตายอย่างเนิบๆ ทั้งคนนอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน นอนหลับไม่สนิทและนอนหลับเวลาแปลกๆ เช่น คนทำงานกะกลางคืน แล้วต้องมานอนตอนกลางวันแทน งานวิจัยจาก University of Warwick ประเทศอังกฤษ ทำการสำรวจคน 1,300,000 คน และการตาย 100,000 ครั้ง 25 ปีที่ผ่านมา และตีพิมพ์ใน Francesco Cappucio, journal of sleep ยืนยันว่าการนอนน้อย นำไปสู่ความเสี่ยงโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคอ้วนผิดปกติ การนอนไม่ดีจะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมามากเป็นตัวที่ทำให้ความดันโลหิตสูง เลือดเหนียว เกิดเป็นลิ่มเลือดอุดตันเส้นเลือดหัวใจ และหัวใจวายตายนั่นเอง
วิธีที่ 5 ทำงาน ที่ต้องกลัวตกงาน
ความเครียดเรื่องตกงานเป็นหนึ่งในความเครียดที่หนักที่สุดในชีวิตมนุษย์ รองจากการหย่าร้างและคนรักเสียชีวิต งานวิจัยของ Daniel G. Sullivan จาก Columbia University เก็บข้อมูลการตายของชายวัยทำงานชาวเพนซิลเวเนียปี 1970 - 1980 ระหว่างเกิดเศรษฐกิจตกต่ำรุนแรง คนตกงานจำนวนมาก ทำให้ปีถัดมาผู้คนในวัยเกษียณ และผู้ที่ตกงานมีอัตราการตายสูงขึ้น 50% - 100% มากกว่าปีที่ผ่านมา
วิธีที่ 6 ทำงานล่วงเวลาเกิน 11 ชั่วโมงต่อวัน
สาย OT รับทราบพร้อมกัน ใครทำงานเกินวันละ 11 ชั่วโมงต่อวันนานๆ มีโอกาส 60% หัวใจวายตาย แม้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันจะยากต่อการปฏิเสธเงิน OT หรือค่าล่วงเวลา คุณก็ยังมีเหตุผลที่ต้องดูแลตารางงานกับชีวิตพักผ่อนให้สมดุล เพราะไม่รู้ว่าเงิน OT จะพอจ่ายค่าค่าบายพาสหัวใจไหม จากงานวิจัยของ British Civil servants บอกว่า 60% ของคนที่ชอบทำงานเกิน 11 ชม. มีโอกาสเสียชีวิตด้วยโรคเครียด ความดันโลหิตสูง และหัวใจวายตายในที่สุด [2]
วิธีที่ 7 ทำงานในพื้นที่เสี่ยง
ที่ทำงานเสี่ยงตายอาจไม่ใช่ที่สูงๆ หรือบนเรือกลางท้องทะเล แต่ในที่ทำงานปกตินี่แหละ รัฐบาลอังกฤษประกาศอย่างเป็นทางการปี 2009 ว่าฝุ่นจากแร่หิน เป็นสาเหตุการตายหลักในที่ทำงานประเทศอังกฤษ เช่น อาชีพช่างทาสี ช่างไฟ ช่างประปา ทำงานในเหมือง นักดับเพลิง มีคนตายด้วยสาเหตุนี้เฉลี่ยปีละ 4,000 คน อาการพี่พบคือ มะเร็งปอด
มันก็จริงอยู่ที่เราจำเป็นต้องทำงาน ไม่งั้นจะเอาอะไรกิน แต่การทำงานที่เกินขีดจำกัดของร่างกาย อย่างน้อยก็ 7 วิธีที่ว่ามา มันทำให้เราป่วยหรือตายเร็วได้ ถ้าโชคร้ายกว่านั้นคือป่วยออดๆ แอดๆ และไม่ตายสักที มันก็ดูไม่คุ้มเลยที่จะจ่ายชีวิต แลกกับเงินที่ไม่มากพอ



