ขนมรส ‘เค็มและหวาน’ ยังเป็นฐานทำเงินได้ หลังต่างชาติ โดยเฉพาะชาวอเมริกันชื่นชอบขนมขบเคี้ยว ‘รสลาบ-รสต้มยำ’ ซิกเนเจอร์สำคัญของอาหารไทยมาก ทราบดังนี้แล้ว พาณิชย์ไทย ไม่รอช้า รีบให้ข้อมูล และพาผู้ประกอบการขนมขบเคี้ยวเค็ม-หวาน ไปบุกตลาดสหรัฐ หลังพบแล้วว่า มีโอกาสขายได้มาก
ภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เผย เทรนด์ขนมที่กำลังมาแรงในสหรัฐฯ และรสชาติยอดนิยมที่โดนใจชาวอเมริกันปี 2566 ขนมกรุบกรอบรสเค็มขายดีสุด ตามด้วยคุกกี้ แครกเกอร์ และขนมประเภทกราโนล่าบาร์
ส่วนรสชาติที่ผสมผสานระหว่างความเค็มและความหวานมาแรงสุด รวมถึงรสชาติที่แสดงถึง Street Food อย่างลาบ ต้มยำ มีโอกาสขายได้ ดังนั้น จึงชวนร่วมงานแสดงสินค้า เพื่อเปิดตัวและแนะนำสินค้าไทย จะช่วยเข้าสู่ตลาดได้ง่ายขึ้น
และในงานที่ว่านี้ มีจัดแสดงเป็นประจำทุกปีในสหรัฐอเมริกาอยู่แล้ว เช่น งาน Winter Fancy Food จัดที่ลาสเวกัส ในวันที่ 15-17 มกราคม 2566 และงาน Summer Fancy Food Show จัดที่นิวยอร์ก ในวันที่ 12-14 มิถุนายน 2566
ภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เผย เทรนด์ขนมที่กำลังมาแรงในสหรัฐฯ และรสชาติยอดนิยมที่โดนใจชาวอเมริกันปี 2566 ขนมกรุบกรอบรสเค็มขายดีสุด ตามด้วยคุกกี้ แครกเกอร์ และขนมประเภทกราโนล่าบาร์
ส่วนรสชาติที่ผสมผสานระหว่างความเค็มและความหวานมาแรงสุด รวมถึงรสชาติที่แสดงถึง Street Food อย่างลาบ ต้มยำ มีโอกาสขายได้ ดังนั้น จึงชวนร่วมงานแสดงสินค้า เพื่อเปิดตัวและแนะนำสินค้าไทย จะช่วยเข้าสู่ตลาดได้ง่ายขึ้น
และในงานที่ว่านี้ มีจัดแสดงเป็นประจำทุกปีในสหรัฐอเมริกาอยู่แล้ว เช่น งาน Winter Fancy Food จัดที่ลาสเวกัส ในวันที่ 15-17 มกราคม 2566 และงาน Summer Fancy Food Show จัดที่นิวยอร์ก ในวันที่ 12-14 มิถุนายน 2566

เผยผลสำรวจความนิยม
อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ยังเผยถึงชนิดขนมกรุบกรอบรสเค็ม ก็ได้แก่จำพวก มันฝรั่งทอด เพรทเซล และป๊อปคอร์นพร้อมรับประทาน มียอดขายมากที่สุด สัดส่วน 59.3% รองลงมา ได้แก่ ขนมประเภทคุกกี้ สัดส่วน 18.6% ขนมประเภทแครกเกอร์ สัดส่วน 15.3% และขนมประเภทกราโนล่าบาร์ สัดส่วน 12.9%สำหรับรสชาติที่เป็นที่นิยมในตลาดสหรัฐฯ มีผลสำรวจจากบริษัท T. Hasegawa ซึ่งเป็นบริษัทผลิตผงปรุงรสและกลิ่นปรุงแต่งสัญชาติญี่ปุ่น ซึ่งสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 2,000 คนทั่วโลก พบว่า ผู้บริโภคกว่า 55% ให้ความสนใจกับขนมรสชาติ Hot Honey ซึ่งรสชาติดังกล่าวเริ่มมาแรงในตลาดสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2561 และมีแนวโน้มว่าจะยังคงเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคสหรัฐฯ ต่อไป
ส่วนปี 2566 รสชาติขนมที่น่าจะมาแรงในสหรัฐฯ จากการสำรวจของ Institute of Food Technologies (IFT) ได้แก่ รสชาติที่มีความผสมผสานระหว่างความเผ็ดและความหวาน (Sweet Plus Heat) โดยพบว่า เมนูขนมในสหรัฐฯ มีรสชาติที่มีความผสมผสานระหว่างความเผ็ดและความหวานเพิ่มขึ้นถึง 138% ซึ่งรสชาติในรูปแบบนี้ที่เห็นได้ตามท้องตลาดสหรัฐฯ เช่น รส Dark Chocolate and Chili Pepper และ รส Chili infused honey, maple หรือ syrups
ส่วนรสชาติที่น่าจะมาแรงในปี 2566 ได้แก่ รสชาติที่แสดงถึง Street Food โดยรสชาติ Street Food Mexican เช่น ข้าวโพดย่างราดด้วยมายองเนส ชีส cotija พริก มะนาว และผักชี ได้รับความนิยมอย่างมากในสหรัฐฯ ในปีที่ผ่านมา และยังพบว่ารสชาติ Street Food ที่มีความผสมผสานของมะม่วงและพริกของอินเดีย เช่น รส Chaat Masala ก็เริ่มที่จะได้รับความนิยมในสหรัฐฯ เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจของ บริษัท T. Hasegawa พบว่า รสชาติขนมที่เป็นเอกลักษณ์ไทย เป็นรสชาติที่ชาวอเมริกันอยากที่จะลิ้มลองเป็นอันดับ 6 รองจากรสชาติขนมแบบเม็กซิกัน อิตาเลียน จีน ญี่ปุ่น และละติน โดยพบว่า ผู้บริโภคสนใจที่จะลองรสชาติเอกลักษณ์ไทยกับขนมมันฝรั่งอบกรอบมากที่สุด 39% รองลงมา ได้แก่ รสชาติเอกลักษณ์ไทยกับขนม Tortilla Chips 36% ตามด้วยรสชาติเอกลักษณ์ไทยกับขนมมันฝรั่งทอด 34%
“ด้วยเหตุนี้ รสชาติของ Street Food ไทย เช่น รสลาบ และรสต้มยำ ซึ่งมีเอกลักษณ์ในด้านความเผ็ดและความแปลกใหม่ จึงน่าจะเป็นที่นิยมในสหรัฐฯ ผู้ประกอบการไทยที่ต้องการจะทำตลาดสหรัฐฯ จึงควรติดตามเทรนด์สินค้าและความนิยมใหม่ ๆ ในสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด



