Tokenization โทเคนตัวช่วย SMEs โต

1 ธ.ค. 2566 - 14:47

  • สนค. ชี้จุดเด่น Tokenization เป็นตัวช่วยใหม่สำหรับการเจริญเติบโตของธุรกิจ

  • สร้างสภาพคล่องทางการเงิน ลดต้นทุนการทำธุรกรรม และสร้างโอกาสและความเท่าเทียมทางการค้า

Business_tokenization_smes_buppesannivas2_movie_SPACEBAR_Hero_19728de820.jpg

พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) กระทรวงพาณิชย์ มองโอกาสผู้ประกอบการ ใช้เทคโนโลยี เพื่อเพิ่มโอกาส โดยเฉพาะ ‘Tokenization’ หรือคือ เทคโนโลยี แปลง-ทำให้สินทรัพย์อยู่ในรูปแบบดิจิทัล ที่เรียกว่า ‘โทเคน’ (Token) โดยเมื่อเป็นโทเคนแล้ว ก็สามารถย้าย จัดเก็บ หรือบันทึกบน Blockchain ได้ ซึ่งสิ่งนี้ผู้ประกอบการอาจนำมาใช้ แปลงมูลค่าของวัตถุ เช่น ทองคำ โฉนดที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ หุ้น ภาพวาด ทรัพย์สินทางปัญญา และ Carbon Credit เป็นโทเคน เพื่อถ่ายโอนหรือแปลงสิทธิ์การเป็นเจ้าของได้ 

โดยหน่วยงานสำคัญอย่าง WTO (World Trade Organization) และ World Economic Forum (ศูนย์บริการข้อมูลเศรษฐกิจระหว่างประเทศ) ระบุว่า Tokenization นับเป็นหนึ่งเทคโนโลยีสำคัญที่จะส่งผลต่อการค้าและธุรกิจในอนาคต สนค.จึงแนะช่องทางให้ผู้ประกอบการศึกษา และนำมาใช้ เพราะปัจจุบัน Tokenization เป็นที่นิยมสำหรับภาคการเงินและการลงทุน เนื่องจาก Tokenization มีคุณลักษณะสำคัญคือ ช่วยในการสร้างสภาพคล่องให้กับสินทรัพย์ ความปลอดภัย และความโปร่งใส

Business_tokenization_smes_buppesannivas2_movie_SPACEBAR_Photo02_d040172a24.jpg

Tokenization ทำอะไรได้บ้าง?

ผอ.สนค. บอกว่า ผู้ประกอบการ SMEs ในต่างประเทศ เริ่มใช้ประโยชน์จาก Tokenization กับกิจกรรมหลากหลายประเภทแล้ว ทั้งในด้านการค้า สิ่งแวดล้อม การถ่ายโอนเอกสาร การชำระเงิน การเป็นเจ้าของร่วม รวมถึงการกุศล อาทิ 

\- TradeFinex ให้บริการเปลี่ยนเอกสารทางการค้า เช่น ใบตราส่งสินค้า (Bill of Lading) หรือ ใบแจ้งหนี้ (Invoice) เป็นโทเคน ซึ่งสามารถนำไปขายต่อ หรือใช้เพิ่มสภาพคล่องทางการเงินได้ โดยข้อมูลต่าง ๆ ที่ถูกเปลี่ยนเป็นโทเคนจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานของ Smart Contract การยืนยันตัวตนของลูกค้า (Know-your-customer) และการป้องกันการฟอกเงิน (Anti-money-laundering) 

\- RAAYRE คือกระเป๋าเงินดิจิทัลในเยอรมนี ที่บริษัทจัดการทรัพย์สินใช้สำหรับให้โทเคนกับผู้เช่าอสังหาริมทรัพย์ เพื่อจูงใจพฤติกรรมของผู้เช่าตามที่ต้องการ อาทิ ชำระเงินตรงเวลา ใช้พลังงานอย่างประหยัด และรายงานความเสียหายหรือความเสี่ยงบริเวณที่พัก โดยผู้เช่าสามารถนำโทเคนไปแลกเป็นส่วนลดค่าเช่ารายเดือนได้ และ

\- STAXE คือโทเคนที่ผลิตในสเปน ใช้สำหรับระดมทุนในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และวัฒนธรรม และโครงสร้างพื้นฐานทางวัฒนธรรม อาทิ การจัดคอนเสิร์ต งานประชุม หรืองานเทศกาล เป็นต้น

สำหรับประเทศไทย มีการใช้โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนและระดมทุนแล้ว ซึ่งเป็นการระดมทุนแบบใหม่ที่ถูกต้องตามกฎหมายและขยายโอกาสให้ผู้ต้องการเงินทุนและผู้ลงทุน อาทิ เดสทินี โทเคน (Destiny Token) ที่เสนอขาย เมื่อเดือนพฤษภาคม 2565 เป็นโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนสำหรับดำเนินโครงการใดโครงการหนึ่ง (Project Based) มีระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี ราคาขายเริ่มต้น 5,559 บาทต่อโทเคน โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนถูกนำไปลงทุนในโครงการผลิตภาพยนตร์บุพเพสันนิวาส ๒ เช่น การทำ Post-Production การทำการตลาด ช่องทางการจัดจำหน่ายภาพยนตร์ รวมถึงการจัดหาสิทธิประโยชน์และผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือโทเคน ร้อยละ 2.99 ต่อปี

Business_tokenization_smes_buppesannivas2_movie_SPACEBAR_Photo03_6a2ce8bb4b.jpg

ดังนั้น Tokenization สามารถสร้างโอกาสใหม่และความสามารถในการแข่งขันให้กับ SMEs ได้ โดยเฉพาะการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ซึ่งทำได้หลายทาง อาทิ การระดมทุนจากนักลงทุนจำนวนมาก (Crowdfunding) การเพิ่มจำนวนนักลงทุน โดยนักลงทุนสามารถเป็นเจ้าของบางส่วนได้ (Fractional Ownership) และการแปลงสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องต่ำให้เป็นหลักทรัพย์ที่ปลอดภัย และโปร่งใส เพื่อให้สามารถซื้อขายในตลาดรอง หรือใช้โทเคนเป็นหลักทรัพย์สำหรับการกู้เงินได้อีกด้วย

นี่จึงเป็นที่มาให้ทุกภาคส่วน ทั้งรัฐ-เอกชน ควรศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับโอกาสและความเป็นไปได้ที่ผู้ประกอบการรวมถึง SMEs จะสามารถประยุกต์ใช้ Tokenization นอกจากนี้ ภาครัฐควรจะเผยแพร่องค์ความรู้ให้กับผู้ประกอบการ เพื่อสร้างโอกาสและพัฒนาความสามารถในการแข่งขันทางการค้าควบคู่กับการกำกับดูแลการค้าและการลงทุนในโทเคนดิจิทัล ให้ปลอดภัย เชื่อถือได้ และสะดวกรวดเร็วตามมาตรฐานสากล

ปัจจุบัน ตลาด Tokenization มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทวิจัยด้านการตลาด Markets and Markets รายงานว่า ในปี 2564 ตลาด Tokenization ทั่วโลก มีมูลค่าประมาณ 2.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดการณ์ว่าในปี 2569 ตลาด Tokenization จะเพิ่มขึ้นเป็น 5.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 19 ต่อปี นอกจากนี้ McKinsey & Company คาดการณ์ว่า ตลาด Tokenization ทั่วโลกอาจเติบโตอย่างมาก และมีมูลค่าถึง 4 - 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2573

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์