ครม.ตั้ง ‘เอกนิติ’ นำทีมเจรจาภาษีทรัมป์ หวังลดภาษีต่ำกว่า 19%

14 ต.ค. 2568 - 12:57

  • ครม.แต่งตั้งแล้ว ‘เอกนิติ’ นำทีมเจรจาภาษีทรัมป์

  • นายกฯ เร่งภารกิจ 4 เดือน ปกป้องส่งออกไทย เดินหน้าควบเจรจา FTA ไทย-EU

  • ทีมเศรษฐกิจ 6 กระทรวง ร่วมขับเคลื่อนนโยบายการค้าโลก

ครม.ตั้ง ‘เอกนิติ’ นำทีมเจรจาภาษีทรัมป์ หวังลดภาษีต่ำกว่า 19%

หลังจากถกเถียงกันมาหลายเดือนว่าใครจะรับไม้หนักเจรจาภาษีการค้ากับสหรัฐฯ? วันนี้ (14 ตุลาคม 2568) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งจัดขึ้น ณ อาคารรัฐสภา ก็มีมติแต่งตั้ง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เป็น ประธานคณะทำงานยุทธศาสตร์เพื่อเจรจาการค้ากับสหรัฐอเมริกา อย่างเป็นทางการ

โดยคณะทำงานดังกล่าวจะมีรัฐมนตรีจาก 6 กระทรวงหลัก ร่วมเป็นกรรมการ เพื่อบูรณาการการทำงานในระดับนโยบาย โดยมีเป้าหมายหลักคือ เจรจาลดภาษีการค้าระหว่างไทย-สหรัฐฯ ให้ต่ำกว่าหรือเท่ากับระดับปัจจุบันที่ 19% เพื่อปกป้องภาคการส่งออก อุตสาหกรรม เกษตรกรรม และการจ้างงานของประเทศ

สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การแต่งตั้งคณะทำงานครั้งนี้ เป็นไปตามข้อสั่งการของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เน้นให้ทีมเศรษฐกิจเร่งเจรจาให้ได้ข้อสรุปภายใน 4 เดือน เพื่อเตรียมรับมือมาตรการภาษีใหม่ของรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

อนุทิน ชี้ว่า สหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของไทย นโยบายภาษีจึงมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยตรง การเจรจาครั้งนี้จึงถือเป็น ‘ภารกิจเร่งด่วน’ เพื่อปกป้องความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ขณะเดียวกัน ยังมอบหมายให้ทีมเศรษฐกิจเดินหน้าการเจรจา ความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป (EU) ควบคู่ไปด้วย เพื่อวางรากฐานการค้าและการลงทุนระยะยาว

“การเจรจากับสหรัฐฯ และ FTA ไทย-EU เป็นหัวใจสำคัญในนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล เราต้องเร่งสร้างสมดุลทางการค้า ปรับกฎระเบียบให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และเปิดประตูให้สินค้าไทยแข่งขันได้ในตลาดโลก”

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวในที่ประชุม ครม.

ในอีกด้านหนึ่ง นายกรัฐมนตรีได้รายงานความคืบหน้าการ หารือ 4 ฝ่ายระหว่างไทย-สหรัฐฯ-กัมพูชา-มาเลเซีย ภายใต้การเชิญของนายกรัฐมนตรีมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยได้เข้าร่วมในลักษณะ ‘Working Visit’ โดยมีสัญญาณบวกต่อทิศทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจและความมั่นคงในภูมิภาค

พร้อมกันนี้ นายอนุทินยังได้สั่งการให้ กระทรวงมหาดไทยและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เตรียมความพร้อมช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา หากเกิดกรณีอพยพซ้ำซ้อน และให้พิจารณาทบทวนมติ ครม. ที่เกี่ยวข้องโดยเร่งด่วนหากจำเป็น

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์