ครม.ลดสมทบแรงงาน เยียวยาอุทกภัยใต้ พยุงจ้างงาน

30 ธ.ค. 2568 - 16:55

  • ครม.ไฟเขียวลดเงินสมทบประกันสังคม รับมืออุทกภัยร้ายแรงภาคใต้

  • ครอบคลุมนายจ้าง-ผู้ประกันตน ม.33 และ ม.39 รวม 9 จังหวัด

  • ลดภาระต้นทุน ฟื้นฟูกิจการ รักษาการจ้างงาน ไม่กระทบกองทุน

ครม.ลดสมทบแรงงาน เยียวยาอุทกภัยใต้ พยุงจ้างงาน

ครม.ไฟเขียวลดเงินสมทบประกันสังคม 6 เดือน เยียวยานายจ้าง-ผู้ประกันตน 9 จังหวัดภาคใต้ รับมืออุทกภัยร้ายแรง

สถานการณ์อุทกภัยรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้ยังคงสร้างผลกระทบต่อการดำรงชีพ การจ้างงาน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในวงกว้าง ล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการเร่งด่วน ลดภาระต้นทุนให้นายจ้างและผู้ประกันตน เพื่อช่วยประคองเศรษฐกิจฐานรากและการฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ

ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบในหลักการ ร่างประกาศกระทรวงแรงงาน ว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การลดหย่อนการออกเงินสมทบกองทุนประกันสังคม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่นายจ้างและผู้ประกันตนในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยอย่างร้ายแรงในภาคใต้

มาตรการดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี พัทลุง ยะลา สงขลา สตูล และสุราษฎร์ธานี ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยแล้ว

สำหรับสาระสำคัญ ครม.เห็นชอบให้ ลดอัตราเงินสมทบเป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่งวดเดือน ธันวาคม 2568 ถึงพฤษภาคม 2569 โดยมีรายละเอียดดังนี้
• นายจ้างและผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ลดอัตราเงินสมทบจากเดิมฝ่ายละร้อยละ 5 เหลือฝ่ายละร้อยละ 3 ของค่าจ้าง
• ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ลดเงินสมทบจากเดิมเดือนละ 432 บาท เหลือเดือนละ 283 บาท

ลลิดากล่าวว่า มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของนายจ้างและผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เปิดโอกาสให้สามารถนำเงินที่ประหยัดได้ไปใช้ฟื้นฟูกิจการ รักษาการจ้างงาน และดูแลการดำรงชีพของครอบครัวในช่วงวิกฤต

รองโฆษกฯ ย้ำว่า การลดหย่อนเงินสมทบครั้งนี้ไม่กระทบต่อเสถียรภาพของกองทุนประกันสังคม และไม่เป็นภาระงบประมาณของรัฐ อีกทั้งเป็นการดำเนินการภายใต้อำนาจตามกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม ไม่ก่อให้เกิดภาระผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดถัดไป และสอดคล้องกับแนวทางการปฏิบัติภายหลังการยุบสภาผู้แทนราษฎร

มาตรการดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของภาครัฐในการพยุงเศรษฐกิจพื้นที่ประสบภัย ควบคู่กับการฟื้นฟูรายได้ การจ้างงาน และความเชื่อมั่นของประชาชนในระยะถัดไป

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์