สลากรูปแบบใหม่ 6 หลัก-เลข 3 ตัวมาแล้ว! ลุ้นโต๊ด-เต็ง-แจ็กพอต ถูกกฎหมาย

15 มี.ค. 2566 - 10:24

  • ครม. เห็นชอบ รูปแบบสลากฯ 6 หลัก-ตัวเลข 3 หลักแล้ว หวังลดการเสี่ยงโชคนอกระบบและผิดกฎหมายให้ลดน้อยลง

  • ด้านคลัง เชื่อ สลากทั้ง 2 รูปแบบ จะช่วยแก้ไขปัญหาการจำหน่ายสลากฯ เกินราคาได้ เนื่องจากจำหน่ายรูปแบบดิจิทัล

Cabinet_approves_6_digit_lottery_3_numbers_digital_overpriced_SPACEBAR_Thumbnail_921f1f3f2d.jpeg
อนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. เห็นชอบหลักการการกำหนดประเภทและรูปแบบสลากกินแบ่งรัฐบาลประจำปี 2565 ได้แก่ สลากฯ 6 หลัก (Lottery 6 : L6) และสลากฯ ตัวเลข 3 หลัก (Numbers 3: N3)  หวังเพิ่มช่องทางจำหน่ายสลากฯ ในรูปแบบดิจิทัล จากการจำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่าย เพิ่มทางเลือกในการซื้อสลากแบบถูกกฎหมายมากขึ้น โดยผู้ซื้อสามารถเลือกตัวเลข ได้ตามความต้องการ ช่วยลดการเสี่ยงโชคนอกระบบและผิดกฎหมายให้ลดน้อยลง 

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้จัดทำแผนวิสาหกิจประจำปี 2564 - 2570 ซึ่งกำหนดเป้าหมายระยะสั้นให้มีผลิตภัณฑ์ใหม่  โดย ในประชุมคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เมื่อ 28 เมษายน 2565 เห็นชอบ การกำหนดประเภทและรูปแบบสลากฯ ประจำปี 2565 ได้แก่ สลากฯ L6 และสลากฯ N3 สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้  
1. รูปแบบสลากฯ ได้แก่ 
  • สลากฯ 6 หลัก (Lottery 6: L6)  ประกอบด้วยตั้งแต่ 000000 - 999999 จำหน่ายออกเป็นชุด ชุดละ 1 ล้าน ฉบับ/รายการ  โดยเป็นการกำหนดหมายเลขไว้ล่วงหน้า (มีหมายเลขจำกัด) ไม่สามารถเลือกเลขซ้ำกันได้ในแต่ละชุด  โดยจำหน่ายทั้งแบบใบ และแบบดิจิทัล (เป็นรูปแบบเดียวกับที่ สนง.สลากฯ ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน)  
  • สลากฯ ตัวเลข 3 หลัก (Numbers 3: N3) ประกอบด้วยหมายเลข 3 หลัก ตั้งแต่ 000 - 999 ไม่มีการกำหนดหมายเลขไว้ในระบบ ผู้ซื้อสามารถเลือกตัวเลขได้ ตามความต้องการ ซึ่งทุกๆ การซื้อ 1 รายการ จะได้ หมายเลขรางวัลพิเศษ 1 หมายเลข (เป็นรูปแบบใหม่ที่ สนง.สลากฯ ยังไม่เคยดำเนินการมาก่อน) ทั้งนี้ จำหน่ายเฉพาะแบบดิจิทัล  
2. การจ่ายเงินรางวัลนั้น เงินรางวัลคิดเป็นร้อยละ 60 ของยอดการจำหน่ายสลากในแต่ละงวด โดยกำหนดสัดส่วนในการจัดสรรเงินรางวัลประเภทต่างๆ ดังนี้  
  • สลาก L6 มีเงินรางวัล 9 ประเภท คือ รางวัลที่ 1  (1 รางวัล) รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 (2 รางวัล) รางวัลที่ 2  (5 รางวัล) รางวัลที่ 3 (10 รางวัล) รางวัลที่ 4 (50 รางวัล) รางวัลที่ 5 ( 100 รางวัล) รางวัลเลขหน้า 3 ตัว (2,000 รางวัล)  รางวัลเลขท้าย 3 ตัว  (2,000 รางวัล) รางวัลเลขท้าย 2 ตัว (10,000 รางวัล)  
* ไม่สมทบเงินรางวัล กรณีที่งวดใดไม่มีผู้ถูกรางวัล ให้นำเงินรางวัล ส่งเป็นรายได้แผ่นดิน *
  • สลาก N3 มีเงินรางวัล 4 ประเภท ได้แก่ รางวัล 3 ตรง (ถูกทุกหมายเลขและทุกตำแหน่ง) ร้อยละ 30 รางวัล 3 สลับหลัก (ถูกทุกหมายเลขแต่สลับตำแหน่ง)  ร้อยละ 30 รางวัล 2 ตรง ถูกทุกหมายเลขและทุกตำแหน่ง ร้อยละ 39 และรางวัลพิเศษ (ตรงกับรางวัลพิเศษ) ร้อยละ 1                                      
นอกจากนี้ จะมีการสบทบเงินรางวัล  กรณีที่งวดใด ไม่มีผู้ถูกรางวัล จะนำเงินรางวัลในงวดนั้นไปสมทบเพื่อจ่ายเป็น เงินรางวัลในงวดถัดไปอีก 1 งวด และหากไม่มีผู้ถูกรางวัลอีกให้นำเงิน รางวัลส่งเป็นรายได้แผ่นดิน 

กระทรวงการคลัง แจ้งว่า การกำหนดประเภทสลากฯ ทั้ง 2 รูปแบบดังกล่าว เชื่อได้ว่าจะช่วยแก้ไขปัญหาการจำหน่ายสลากฯ เกินราคาได้ เนื่องจากเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสลากฯ ในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งมีการกำหนดราคาซื้อ - ขายจากระบบการจำหน่ายได้เอง และการจำหน่ายสลากฯ N3 ผู้ซื้อสามารถเลือกตัวเลขได้ตามความต้องการ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มทางเลือกในการซื้อสลากฯ แบบถูกกฎหมายมากขึ้น ช่วยให้การเสี่ยงโชคนอกระบบและผิดกฎหมายลดน้อยลง นอกจากนี้ การจำหน่ายสลากฯ ทั้ง 2 รูปแบบจะช่วยให้ สนง.สลากฯ มีรายได้เพิ่มขึ้น และมีเงินนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินเพิ่มขึ้นด้วย 

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้ย้ำในที่ประชุมครม. ให้พิจารณาดำเนินการด้วยความรัดกุม รอบคอบและเหมาะสม  โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มผู้ขายที่เป็นผู้ด้อยโอกาสและคนพิการ นอกจากนี้ ให้พิจารณาข้อจำกัดในการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยขายสลากแบบดิจิทัลด้วย รวมทั้งดูแลกลุ่มผู้ขายสลากฯ แบบใบ ที่อาจมีรายได้ลดลงจากการถูกปรับลดจำนวนสลากฯ เนื่องจากมีการขายสลากฯ แบบดิจิทัลควบคู่กัน เป็นต้น

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์