เรียกได้ว่า ยิ้มรับกันเลยทีเดียว สำหรับโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 4 วงเงิน 7,643.86 ล้านบาท ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพิ่งอนุมัติเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2566 พร้อมเห็นชอบโครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์ ระยะที่ 2 วงเงินกู้ยืม 20,000 ล้านบาท ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอประกันรายได้แค่ 2 เดือน
คุณสมบัติเข้าร่วมโครงการ ต้องเป็นเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2565 และเป็นเกษตรกรที่ปลูกยางในพื้นที่มีเอกสารสิทธิเท่านั้น ซึ่งมีประมาณ 1.6 ล้านคน รวมพื้นที่สวนยางกรีดได้ 18.18 ล้านไร่
เช็กรายละเอียดโครงการประกันรายได้
สำหรับโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง เฟส 4 วงเงิน 7,643.86 ล้านบาท มีระยะเวลาโครงการตั้งแต่เดือนมกราคม – กันยายน 2566 ระยะเวลาประกันรายได้รวม 2 เดือน คือ ตุลาคม – พฤศจิกายน 2565คุณสมบัติเข้าร่วมโครงการ ต้องเป็นเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2565 และเป็นเกษตรกรที่ปลูกยางในพื้นที่มีเอกสารสิทธิเท่านั้น ซึ่งมีประมาณ 1.6 ล้านคน รวมพื้นที่สวนยางกรีดได้ 18.18 ล้านไร่

หลักเกณฑ์และเงื่อนไข
1) สวนยางที่ร่วมโครงการ ต้องเป็นสวนยางอายุ 7 ปีขึ้นไปที่เปิดกรีดแล้ว รายละไม่เกิน 25 ไร่2) ราคายางที่ประกันรายได้ ประกอบด้วย
- ยางแผ่นดิบคุณภาพดี 60 บาท/กิโลกรัม
- น้ำยางสด (DRC 100%) 57 บาท/กิโลกรัม
- ยางก้อนถ้วย (DRC 50%) 23 บาท/กิโลกรัม
สินเชื่อทุนหมุนเวียน 2 หมื่นล้าน ‘กิจการไม้ยาง’
ส่วนจัดสินเชื่อ 2 หมื่นล้านกิจการไม้ยาง เป็นโครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์ ระยะที่ 2 วงเงินสินเชื่อ 2 หมื่นล้านบาท มีระยะเวลา 2 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ ครม. มีมติอนุมัติ โดยโครงการมีรายละเอียด ดังนี้สนับสนุนสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการแปรรูปไม้ยางและผลิตภัณฑ์ที่จดทะเบียนในประเทศไทย มีผู้ถือหุ้นที่มีสัญชาติไทยมากกว่า 50% เป็นทุนหมุนเวียนในการรับซื้อไม้ยาง การดำเนินงานกิจการไม้ยาง การขยายกำลังการผลิตและปรับเปลี่ยนเครื่องจักรการผลิตแก่ผู้ประกอบกิจการไม้ยางพาราและผลิตภัณฑ์

ทั้งนี้ รัฐบาลจะชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการในอัตรา 3% ต่อปี และค่าดำเนินการ รวมวงเงิน 604 ล้านบาท มีเป้าหมาย คือ
การดำเนินโครงการในระยะที่ผ่านมา สามารถสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบกิจการแปรรูปไม้ยางพาราที่ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องจากสถานการณ์โควิด-19 ได้กว่า 38 บริษัท และสามารถดูดซับไม้ยางจากการโค่นต้นยางได้ 4.22 ล้านตัน จากเป้าหมายที่กำหนดไว้ 6 ล้านตัน
- ลดพื้นที่ปลูกยาง จำนวน 200,000 ไร่
- ราคาไม้ยางไม่ต่ำกว่า 1,500 บาทต่อตัน
การดำเนินโครงการในระยะที่ผ่านมา สามารถสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบกิจการแปรรูปไม้ยางพาราที่ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องจากสถานการณ์โควิด-19 ได้กว่า 38 บริษัท และสามารถดูดซับไม้ยางจากการโค่นต้นยางได้ 4.22 ล้านตัน จากเป้าหมายที่กำหนดไว้ 6 ล้านตัน





