ครม.อนุมัติโครงการทางพิเศษภูเก็ต ระยะกะทู้–ป่าตอง ปรับรูปแบบลงทุนรัฐเดินหน้าเอง
ครม. อนุมัติการขอทบทวนรูปแบบการลงทุนของโครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 1 ช่วงกะทู้-ป่าตองของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย
ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ทบทวนและปรับรูปแบบการลงทุนโครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 1 ช่วงกะทู้-ป่าตอง ระยะทาง 3.98 กิโลเมตร จากเดิมที่วางแผนให้เอกชนร่วมลงทุน (PPP Net Cost) เป็นการให้ กทพ. ดำเนินการเองโดยวิธี จ้างออกแบบควบคู่การก่อสร้าง (Design & Build) ด้วยวงเงินลงทุนรวมค่าก่อสร้างและค่าควบคุมงาน 10,964.77 ล้านบาท
การปรับเปลี่ยนนี้เกิดขึ้นหลังจากการเปิดเชิญชวนเอกชนเข้าร่วมลงทุนในปี 2566 ปรากฏว่าไม่มีเอกชนรายใดมายื่นข้อเสนอ โดยเหตุผลหลักของภาคเอกชนคือ ค่าลงทุนสูง เสี่ยงที่จะไม่ได้ผลตอบแทนเพียงพอ และผลตอบแทนทางการเงินต่ำกว่าที่คาดหวัง ทำให้ กทพ. ต้องทบทวนรูปแบบลงทุนใหม่
คณะรัฐมนตรียังอนุมัติให้ กทพ. สามารถ กู้เงินและ/หรือออกพันธบัตร เพื่อใช้ดำเนินโครงการในกรอบวงเงินดังกล่าว พร้อมทั้งให้ขอ การอุดหนุนค่าใช้เขตทางหลวงจากรัฐบาล ปีละ 7.75 ล้านบาท ตลอดอายุโครงการ ซึ่งค่าใช้จ่ายนี้ไม่รวมในมูลค่าลงทุนรวมของโครงการ
รายละเอียดของโครงการระบุว่าเป็นทางยกระดับ 4 ช่องจราจรต่อทิศทาง โดยมีอุโมงค์กลางทางยาว 1.85 กิโลเมตร จุดเริ่มต้นเชื่อมกับถนนพระเมตตาในตำบลป่าตอง และสิ้นสุดที่ตำบลกะทู้ ระบบเก็บค่าผ่านทางเป็นแบบเปิด (Flat Rate) ปรับทุก 5 ปี คาดว่าจะสร้างรายได้รวม 30 ปี ประมาณ 39,234 ล้านบาท อัตราผลตอบแทนทางการเงิน (FIRR) ร้อยละ 3.75 และทางเศรษฐศาสตร์ (EIRR) ร้อยละ 18.74
โครงการระยะนี้พร้อมก่อสร้าง เนื่องจากรายงาน EIA และการขอใช้พื้นที่ป่าไม้ได้รับอนุมัติแล้ว และเริ่มจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินบางส่วนแล้ว คาดว่าการเปิดใช้โครงการจะเร็วกว่ากรณีรวมทั้งสองระยะประมาณ 1 ปี เพื่อแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุบริเวณเชื่อมต่อกะทู้–ป่าตอง
สำหรับข้อเสนอให้ กทพ. กู้เงินหรือออกพันธบัตร เป็นไปตามพระราชบัญญัติการทางพิเศษแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2550 ที่กำหนดให้ต้องได้รับความเห็นชอบจาก ครม. หากวงเงินเกิน 100 ล้านบาท นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงทรัพยากรฯ สำนักงบประมาณ และสภาพัฒน์ เห็นชอบแล้ว โดยสำนักงานสภาพัฒน์แนะนำให้ กทพ. เร่งศึกษาความเหมาะสมและรูปแบบลงทุนของ โครงการระยะที่ 2 ซึ่งมีระยะทาง 30.62 กิโลเมตร ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว




