ไม่แปลก! ที่จะมีความตื่นตระหนกขึ้นในจังหวัดปราจีนบุรี และสร้างผลกระทบไปทั่ว หลังซีเซียม-137 ภายในโรงไฟฟ้าพลังไอน้ำ ของบริษัทแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี หายไป! กระทั่งไปพบอยู่ที่โรงงานหลอมเหล็กแห่งหนึ่ง เกิดคำถามขึ้นว่า จะคล้ายกับเหตุการณ์ที่บราซิล เมื่อปี 1988 หรือไม่? หลังผู้สัมผัสตรง ได้รับผลกระทบกับสุขภาพ ภายในช่วงเวลาไม่กี่วัน
ส่วนที่ จ.ปราจีนบุรีของไทย แน่นอนว่า ก้าวแรกของความเสียหาย คือการตื่นตระหนกของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นคนในพื้นที่ หรือภายนอกล้วนเกี่ยวข้องเชื่อมโยง โดยทันทีที่มีข่าวการหายไปของซีเซียม-137 และมาพบที่ภายในโรงงานหลอมเหล็กในพื้นที่ ก็ส่งผลตรงกับ ‘คำสั่งซื้อ’ หรือ ออร์เดอร์มะยงชิด และผลผลิตทางการเกษตรพื้นที่ปราจีนบุรี ที่ชะงักลงทันที โดยผู้ค้า-ผู้บริโภค ไม่กล้าซื้อมาขายและบริโภค เพราะเกรงมีสารอันตรายปนเปื้อน จึงทำให้เกิดวิกฤตสินค้าเป็นเวลาสั้นๆ ช่วงหนึ่ง
แต่ล่าสุด หลังผู้เชี่ยวชาญและหลายสถาบันการศึกษาออกมาให้ข้อมูลโดยใช้หลักวิทยาศาสตร์อธิบายว่า ซีเซียม-137 ที่พบตอนนี้มีปริมาณน้อยมาก จนไม่เกิดอันตรายอย่างที่คาดคิด อีกทั้ง กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เข้าไปตรวจสอบ ดูแล-แก้ไข และพบว่า ขณะนี้คำสั่งซื้อมะยงชิดจากลูกค้าที่เคยยกเลิก ‘กลับมาแล้ว’
ส่วนที่ จ.ปราจีนบุรีของไทย แน่นอนว่า ก้าวแรกของความเสียหาย คือการตื่นตระหนกของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นคนในพื้นที่ หรือภายนอกล้วนเกี่ยวข้องเชื่อมโยง โดยทันทีที่มีข่าวการหายไปของซีเซียม-137 และมาพบที่ภายในโรงงานหลอมเหล็กในพื้นที่ ก็ส่งผลตรงกับ ‘คำสั่งซื้อ’ หรือ ออร์เดอร์มะยงชิด และผลผลิตทางการเกษตรพื้นที่ปราจีนบุรี ที่ชะงักลงทันที โดยผู้ค้า-ผู้บริโภค ไม่กล้าซื้อมาขายและบริโภค เพราะเกรงมีสารอันตรายปนเปื้อน จึงทำให้เกิดวิกฤตสินค้าเป็นเวลาสั้นๆ ช่วงหนึ่ง
แต่ล่าสุด หลังผู้เชี่ยวชาญและหลายสถาบันการศึกษาออกมาให้ข้อมูลโดยใช้หลักวิทยาศาสตร์อธิบายว่า ซีเซียม-137 ที่พบตอนนี้มีปริมาณน้อยมาก จนไม่เกิดอันตรายอย่างที่คาดคิด อีกทั้ง กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เข้าไปตรวจสอบ ดูแล-แก้ไข และพบว่า ขณะนี้คำสั่งซื้อมะยงชิดจากลูกค้าที่เคยยกเลิก ‘กลับมาแล้ว’

กระนั้นก็ตาม แม้สถานการณ์ความตระหนกจะแผ่วลง แต่ภาคประชาสังคมปราจีนบุรี ยังขอรัฐบาลแก้ปัญหาซีเซียม-137 อย่างเร่งด่วน โดยเข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีไปแล้ว เมื่อ 23 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะในส่วนของเกษตรกร ที่หวาดกลัว จึงต้องการให้เร่งสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง และให้ข้อมูลเชิงลึกที่ชัดเจนโปร่งใส หลังสถานการณ์ขณะนี้ แทบไม่เห็นความคืบหน้าใดๆ
ทั้งนี้ มีรายงานด้วยว่า การได้รับปริมาณรังสีที่แผ่ออกมาจากซีเซียม-137 เป็น ระยะเวลาสั้นๆ จะไม่ส่ง ผลให้เกิดอันตรายที่เห็นผลชัดเจนในทันที แต่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงที่สูงขึ้น ในการเกิดโรคมะเร็งได้
เช่น การได้รับปริมาณรังสีต่อเนื่อง เป็นระยะเวลานาน ๆ อาจทำให้มีอาการ ผิวหนังแสบร้อน และมีผื่นแดงคล้าย น้ำร้อนลวก หรือโดนไฟไหม้ หรืออาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียน
แต่หากได้รับปริมาณรังสีสูง เมื่อซีเซียม-137 เข้าไปในร่างกาย จะเข้าไปสะสมอยู่ในเนื้อเยื่ออ่อนของอวัยวะต่างๆ และแผ่รังสีให้แก่อวัยวะเหล่านี้ ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งของอวัยวะที่ซีเซียม-137 นั้นเข้าไปสะสมอยู่
ไม่กี่วันหลังจากนั้น คนรอบตัวเจ้าของร้านขายของเก่า เพื่อนบ้าน ภรรยา และคนในครอบครัว ต่างเริ่มล้มป่วยด้วยอาการคล้ายๆ กัน คือ ท้องเสีย อาเจียน มีไข้สูง และผมร่วง
และจากนั้นประมาณ 16 วัน ที่ผลึกซีเซียม-137 ที่ถูกเปลี่ยนมือและเดินทางไปทั่วเมือง ยอดผู้ได้รับผลกระทบหนักหนาสาหัสต่างกัน มี ‘ตาย 4 ป่วยหลายร้อย เฝ้าระวังกว่าแสน’ ผู้สัมผัสโดยตรง มีค่ากัมมันตรังสีระหว่าง 400-1,000 เรม (หน่วยปริมาณรังสีสมมูล) หรือเทียบเท่ากับเหยื่อเหตุทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ในฮิโรชิมะ และนางาซากิของญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้รับ โดยอาการของผู้สัมผัสซีเซียม-137 โดยตรงมีอาการปวดหัว วิงเวียนศีรษะ อาเจียน ปวดบวมตามร่างกาย ขาบวมแดงหนัก จนศัลยแพทย์ต้องกรีดเนื้อตายออกมา
หลายปีต่อจากนี้ มีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งที่เชื่อมโยงกับกัมมันตรังสีอีก 3 คนในชุมชน รวมถึงตัวเจ้าของร้านขายของเก่า ที่เสียชีวิตในปี 1994 จากโรคตับแข็ง
ปัจจุบัน สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ร้านขายของเก่า สถานที่ที่แคปซูลถูกเปิดออก ได้ถูกทิ้งร้าง ส่วนคลินิกโรคมะเร็งที่คนเก็บขยะ 2 คน เข้าไปขโมยวัตถุกัมมันตรังสี ถูกสร้างทับด้วยศูนย์ชุมชน แต่ไม่มีป้าย หรืออนุสรณ์ใด ๆ ตั้งไว้ เพื่อเตือนใจถึงโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น
และสำหรับสารซีเซียม-137 และสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ที่ปนเปื้อนกัมมันตรังสีในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมน้ำหนักได้กว่า 6,000 ตัน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ ส่วนของอาคาร แม้กระทั่งดิน ได้ถูกบรรจุใส่ถังและตู้คอนเทนเนอร์เหล็ก ฝังกลบลงในบ่อ
ในกรณีโรงไฟฟ้าไอน้ำ ปราจีนบุรี แห่งนี้ ใช้ซีเซียม-137 เป็นเครื่องมือวัดระดับของขี้เถ้าในไซโลของโรงไฟฟ้า
ขณะที่ในส่วนของเจ้าหน้าที่ ย้ำเพียง ไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนก เพราะสถานการณ์ทั้งหมดได้ถูกควบคุม โดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว
ทั้งนี้ มีรายงานด้วยว่า การได้รับปริมาณรังสีที่แผ่ออกมาจากซีเซียม-137 เป็น ระยะเวลาสั้นๆ จะไม่ส่ง ผลให้เกิดอันตรายที่เห็นผลชัดเจนในทันที แต่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงที่สูงขึ้น ในการเกิดโรคมะเร็งได้
เช่น การได้รับปริมาณรังสีต่อเนื่อง เป็นระยะเวลานาน ๆ อาจทำให้มีอาการ ผิวหนังแสบร้อน และมีผื่นแดงคล้าย น้ำร้อนลวก หรือโดนไฟไหม้ หรืออาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียน
แต่หากได้รับปริมาณรังสีสูง เมื่อซีเซียม-137 เข้าไปในร่างกาย จะเข้าไปสะสมอยู่ในเนื้อเยื่ออ่อนของอวัยวะต่างๆ และแผ่รังสีให้แก่อวัยวะเหล่านี้ ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งของอวัยวะที่ซีเซียม-137 นั้นเข้าไปสะสมอยู่
ถอดบทเรียนจากบราซิล ซีเซียม-137 หายไป!
การหายไปของซีเซียม-137 เคยเกิดขึ้นที่ประเทศบราซิล เมื่อ 35 ปีที่แล้ว (ปี 1988) อันมาจาก ‘ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของคนเก็บขยะ’ ซึ่งขโมยอุปกรณ์บำบัดด้วยรังสี ออกมาจากคลินิกรักษาโรคมะเร็ง ที่พวกเขาไม่รู้ว่า แท้ที่จริงแล้ว ‘วัตถุนั้นคืออะไร?’ ก่อนนำไปขายการเดินทางของซีเซียม-137 สู่หายนะ
บีบีซี รายงานอ้างการเปิดเผยของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ ซึ่งเผยแพร่เมื่อ ปี 1988 ชี้หายนะของวัตถุซีเซียม-137 ครั้งนั้น สารกัมมันตรังสีแพร่กระจายกระทบผู้คนนับแสน หลังร้านรับซื้อของเก่าที่รับซื้อจากคนเก็บขยะ เชื่อว่า เป็นวัตถุมหัศจรรย์ เพราะในช่วงเวลากลางคืนที่มืดสนิท วัตถุมหัศจรรย์นี้ จะมีแสงสีฟ้าส่องประกายออกมาสวยงามมาก จึงพยายามแกะ เมื่อสำเร็จก็พบหินเรืองแสงเล็กๆ มากมายบรรจุอยู่ภายใน มีขนาดเท่าเมล็ดข้าว ก่อนจะพบอีกว่า สามารถขยี้เป็นผุยผงได้ และยังเรืองแสงสวยงามในทุกอณูของผลึกดังกล่าว นั่นจึงทำให้ ‘หินเรืองแสง’ ถูกนำไปแจกจ่ายให้เครือญาติ เพื่อน คนรู้จัก และกระจายออกไปเรื่อยๆ หลายคนทั้งลูบคลำ และนำมันไปแปะตามผิวหนังเพื่อให้เห็นการเรืองแสง คล้ายกากเพชร สวยงามไม่กี่วันหลังจากนั้น คนรอบตัวเจ้าของร้านขายของเก่า เพื่อนบ้าน ภรรยา และคนในครอบครัว ต่างเริ่มล้มป่วยด้วยอาการคล้ายๆ กัน คือ ท้องเสีย อาเจียน มีไข้สูง และผมร่วง
และจากนั้นประมาณ 16 วัน ที่ผลึกซีเซียม-137 ที่ถูกเปลี่ยนมือและเดินทางไปทั่วเมือง ยอดผู้ได้รับผลกระทบหนักหนาสาหัสต่างกัน มี ‘ตาย 4 ป่วยหลายร้อย เฝ้าระวังกว่าแสน’ ผู้สัมผัสโดยตรง มีค่ากัมมันตรังสีระหว่าง 400-1,000 เรม (หน่วยปริมาณรังสีสมมูล) หรือเทียบเท่ากับเหยื่อเหตุทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ในฮิโรชิมะ และนางาซากิของญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้รับ โดยอาการของผู้สัมผัสซีเซียม-137 โดยตรงมีอาการปวดหัว วิงเวียนศีรษะ อาเจียน ปวดบวมตามร่างกาย ขาบวมแดงหนัก จนศัลยแพทย์ต้องกรีดเนื้อตายออกมา
การกำจัดและแก้ปัญหาซีเซียม-137
ทันทีที่นักฟิสิกส์ทางการแพทย์เข้าตรวจสอบ ณ สถานีอนามัยแห่งหนึ่ง ซึ่งมีรายงานว่า มีแคปซูลซีเซียมอยู่ที่นั่น นักฟิสิกส์ถึงกับประหลาดใจ เมื่ออุปกรณ์ตรวจจับกัมมันตรังสีที่เขาพกไปด้วย แสดงค่าการปนเปื้อนในพื้นที่สูงมาก กระทั่งต้องอพยพผู้คนในสถานีอนามัยออก เพื่อความปลอดภัย สอบถามพบว่า มีผู้หญิงคนหนึ่งจากร้านขายของเก่าเป็นคนนำแคปซูลซีเซียม-137 มาส่ง เจ้าหน้าที่จึงตามไปที่ร้านขายของเก่าอีกครั้ง ก่อนที่อุปกรณ์ตรวจจับกัมมันตรังสีจะแสดงค่าทั่วพื้นที่ของร้านอีกครั้ง นักฟิสิกส์จึงแจ้งรัฐบาลท้องถิ่น และคณะกรรมการนิวเคลียร์แห่งบราซิล เพื่อแจ้งเหตุหลายปีต่อจากนี้ มีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งที่เชื่อมโยงกับกัมมันตรังสีอีก 3 คนในชุมชน รวมถึงตัวเจ้าของร้านขายของเก่า ที่เสียชีวิตในปี 1994 จากโรคตับแข็ง
ปัจจุบัน สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ร้านขายของเก่า สถานที่ที่แคปซูลถูกเปิดออก ได้ถูกทิ้งร้าง ส่วนคลินิกโรคมะเร็งที่คนเก็บขยะ 2 คน เข้าไปขโมยวัตถุกัมมันตรังสี ถูกสร้างทับด้วยศูนย์ชุมชน แต่ไม่มีป้าย หรืออนุสรณ์ใด ๆ ตั้งไว้ เพื่อเตือนใจถึงโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น
และสำหรับสารซีเซียม-137 และสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ที่ปนเปื้อนกัมมันตรังสีในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมน้ำหนักได้กว่า 6,000 ตัน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ ส่วนของอาคาร แม้กระทั่งดิน ได้ถูกบรรจุใส่ถังและตู้คอนเทนเนอร์เหล็ก ฝังกลบลงในบ่อ
ทำความรู้จัก ซีเซียม-137
สมาคมนิวเคลียร์แห่งประเทศไทย เผยข้อมูลว่า ซีเซียม-137 (Caesium-137 หรือ Cs-137) เป็นไอโซโทปกัมมันตรังสีของธาตุซีเซียม ซึ่งเป็นผลผลิตฟิชชันที่เกิดจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชัน ซีเซียม-137 มีครึ่งชีวิต 30.17 ปี ประมาณ 95% สลายตัวโดยการปลดปล่อยรังสีบีต้าแล้วกลายเป็นแบเรียม-137m (barium-137m) ซึ่งเป็นไอโซโทปกึ่งเสถียร (metastable) หรือไอโซเมอร์ของแบเรียม-137 (137mBa, Ba-137m) ส่วนอีก 5% สลายตัวไปเป็นไอโซโทปเสถียรโดยตรง แบเรียม-137m (Ba-137m) สลายตัวให้รังสีแกมมา โดยมีครึ่งชีวิต 2.55 นาที ซีเซียม-137 ปริมาณ 1 กรัม มีกัมมันตภาพรังสี 3.215 เทราเบคเคอเรล (terabecquerel, TBq)การนำ ซีเซียม-137 มาใช้ประโยชน์
ซีเซียม-137 ถูกนำมาใช้ประโยชน์เป็น ‘อุปกรณ์วัดระดับ’ (Level gauge) ในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น เครื่องวัดความชื้น เครื่องวัดความหนาแน่น เครื่องวัดระดับการไหลของเหลวในท่อ เครื่องวัดความหนา และเครื่องตรวจสอบชั้นบาดาล ส่วนทางการแพทย์ ใช้เป็นต้นกำเนิดของรังสีแกมมาเพื่อฉายแสงรักษามะเร็งในกรณีโรงไฟฟ้าไอน้ำ ปราจีนบุรี แห่งนี้ ใช้ซีเซียม-137 เป็นเครื่องมือวัดระดับของขี้เถ้าในไซโลของโรงไฟฟ้า
ขณะที่ในส่วนของเจ้าหน้าที่ ย้ำเพียง ไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนก เพราะสถานการณ์ทั้งหมดได้ถูกควบคุม โดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว




