เปิดสัญญาโอนหุ้น ‘ไชยชนก’ ให้พี่น้อง 7 บริษัท
พบข้อมูลน่าสนใจในการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สิน ไชยชนก ชิดชอบ มีสัญญาโอนหุ้น 7 บริษัทให้พี่น้อง มูลค่ารวม 13.727 ล้านบาท กำหนดชำระ 30% ภายในมีนาคม 2566 และส่วนที่เหลือภายในธันวาคมปีเดียวกัน
สิ่งที่น่าตรวจสอยต่อคือ การชำระเงินจริง สถานะสิทธิเรียกร้อง และความถูกต้องของการแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ย้ำการมีสัญญาปรากฏในเอกสารยังไม่ใช่หลักฐานว่ามีการกระทำผิด
ข้อมูลบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของ ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ระบุว่ามีทรัพย์สินรวม 161,920,281 บาท โดยมีรายการในหมวดสิทธิและสัมปทาน 8 รายการ มูลค่ารวม 18,940,034 บาท ตามข้อมูลที่นำมาใช้ประกอบการตรวจสอบ
ในจำนวนนี้ มีรายการที่เกี่ยวข้องกับสัญญาโอนหุ้นบริษัท 7 รายการ ซึ่งมีมูลค่ารวมตามเอกสาร 13,727,000 บาท ประกอบด้วย บริษัท บี อาร์ เพาเวอร์ จำกัด 2.5 ล้านบาท บริษัท บี อาร์ กรีน จำกัด 707,000 บาท บริษัท บี.พี.เอ็น.2014 จำกัด 35,000 บาท บริษัท เค2011 สปอร์ต จำกัด 7.35 ล้านบาท บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จำกัด 835,000 บาท บริษัท บุรีรัมย์ยูไนเต็ดอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จำกัด 0 บาท และบริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต จำกัด 2.3 ล้านบาท
เอกสารประกอบบัญชีทรัพย์สินที่ระบุว่าเป็นข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แสดงว่าผู้รับโอนหุ้นเป็นบุคคลในครอบครัว ได้แก่ ชิดชนก ชิดชอบ ชนน์ชนก ชิดชอบ และโชติชนก ชิดชอบ อย่างไรก็ตาม การจับคู่ผู้รับโอนกับหุ้นของแต่ละบริษัทควรตรวจสอบกับสัญญาต้นฉบับก่อน
เปิดเงื่อนไขสัญญา กำหนดชำระครบตั้งแต่ปี 2566
ประเด็นสำคัญอยู่ที่เงื่อนไขการชำระเงินในสัญญาโอนหุ้นทั้ง 7 รายการ ตามข้อมูลที่นำมาตรวจสอบกำหนดให้ผู้รับโอนชำระเงินงวดแรก 30% ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2566 และชำระส่วนที่เหลืออีก 70% ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2566
หากคำนวณจากมูลค่ารวม 13.727 ล้านบาทตามเอกสาร เงินงวดแรกคิดเป็น 4,118,100 บาท ส่วนที่เหลือคิดเป็น 9,608,900 บาท รวมเป็นเงิน 13,727,000 บาท
กำหนดชำระดังกล่าวทำให้เกิดคำถามว่า ผู้รับโอนได้ชำระเงินครบตามสัญญาหรือไม่ มีการแก้ไขข้อตกลงหรือขยายเวลาชำระเงินหรือไม่ และหากยังมีเงินค้างชำระ สิทธิเรียกร้องตามสัญญายังคงมีอยู่ ณ วันที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินหรือไม่
ตัวเลขที่คำนวณจากสัญญาเป็นเพียงยอดเงินตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ ไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่ามีการชำระเงินจริงแล้ว หรือยังมีหนี้ค้างชำระอยู่ในปัจจุบัน สัญญายังปรากฏในบัญชีทรัพย์สิน ต้องแยกสถานะเอกสารออกจากสิทธิที่มีอยู่จริง
อีกประเด็นที่ต้องตรวจสอบคือ การปรากฏของสัญญาโอนหุ้นในเอกสารประกอบบัญชีทรัพย์สินปี 2568 มีความหมายอย่างไร โดยต้องพิจารณาว่ารายการดังกล่าวถูกแสดงเป็นทรัพย์สินหรือสิทธิประเภทใด และมูลค่าที่ระบุเป็นมูลค่าของหุ้น ราคาตามสัญญา หรือข้อมูลประกอบธุรกรรมในอดีต
หากผู้โอนได้รับชำระเงินครบแล้ว ต้องตรวจสอบว่ามีสิทธิหรือทรัพย์สินอื่นใดจากธุรกรรมที่ยังคงเหลืออยู่หรือไม่ และการแสดงรายการในบัญชีทรัพย์สินสอดคล้องกับสถานะ ณ วันที่อ้างอิงหรือไม่
ในทางกลับกัน หากผู้รับโอนยังชำระเงินไม่ครบ ต้องตรวจสอบว่าสิทธิเรียกร้องเงินส่วนที่เหลือยังมีผลอยู่หรือไม่ และได้รับการแสดงไว้ในบัญชีทรัพย์สินอย่างถูกต้องครบถ้วนหรือไม่
เอกสารประกอบบัญชีทรัพย์สินเพียงอย่างเดียว ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าผู้ยื่นบัญชีแสดงรายการผิดพลาด หรือมีการปกปิดทรัพย์สิน จำเป็นต้องตรวจสอบเอกสารต้นฉบับและสถานะของธุรกรรมประกอบกัน
ตรวจการโอนหุ้นจริง ทะเบียนผู้ถือหุ้น และสิทธิรับผลประโยชน์
ควรตรวจสอบว่าการโอนหุ้นของทั้ง 7 บริษัทมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายหรือไม่ โดยพิจารณาสัญญาโอนหุ้น การดำเนินการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 ตลอดจนทะเบียนผู้ถือหุ้นและเอกสารที่เกี่ยวข้องของแต่ละบริษัท
การตรวจสอบควรครอบคลุมถึงวันที่มีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้ถือหุ้น ผู้รับโอนมีสิทธิออกเสียงและรับเงินปันผลหรือไม่ รวมถึงผู้โอนยังมีสิทธิหรือได้รับผลประโยชน์จากหุ้นดังกล่าวภายหลังการโอนหรือไม่
การโอนหุ้นให้พี่น้องไม่ใช่ความผิดโดยตัวมันเอง และการมีความสัมพันธ์ทางครอบครัวก็ไม่ใช่หลักฐานว่าการโอนเป็นเพียงการโอนในนาม สิ่งที่ต้องพิจารณาคือธุรกรรมเกิดขึ้นจริงหรือไม่ และผู้เกี่ยวข้องยังมีสิทธิหรือผลประโยชน์อย่างไรหลังการโอน
ข้อจำกัดเรื่องการถือหุ้น ต้องพิจารณาตามช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่ง
ในทางกฎหมาย หากต้องตรวจสอบว่าการถือหุ้นหรือการโอนหุ้นเกี่ยวข้องกับข้อจำกัดของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่ จำเป็นต้องพิจารณารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 184 และมาตรา 187 ตามสถานะของบุคคลและช่วงเวลาที่เกี่ยวข้อง
มาตรา 184 มีข้อห้ามบางประการเกี่ยวกับการเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในกิจการที่เข้าลักษณะตามรัฐธรรมนูญ ส่วนมาตรา 187 เกี่ยวข้องกับข้อจำกัดของรัฐมนตรีและการจัดการหุ้นตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
กรณีนี้จึงต้องแยกช่วงเวลาที่ทำสัญญาในปี 2566 ออกจากช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในภายหลัง พร้อมตรวจสอบว่าการโอนมีผลสมบูรณ์แล้วหรือไม่ และในช่วงเวลาที่กฎหมายกำหนด บุคคลดังกล่าวยังมีสถานะการถือหุ้นหรือผลประโยชน์ที่เข้าข่ายข้อจำกัดหรือไม่
การมีสัญญาโอนหุ้นในปี 2566 เพียงอย่างเดียว ยังไม่สามารถใช้สรุปว่ามีการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญได้
หุ้นมูลค่า 0 บาท ต้องตรวจฐานการระบุราคา
อีกจุดที่ควรตรวจสอบคือ รายการบริษัท บุรีรัมย์ยูไนเต็ดอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จำกัด ที่ระบุมูลค่า 0 บาท โดยต้องตรวจสอบว่าตัวเลขดังกล่าวหมายถึงราคาซื้อขายตามสัญญา มูลค่าที่ใช้ในเอกสารประกอบบัญชีทรัพย์สิน หรือเป็นการระบุค่าในลักษณะอื่น
ข้อมูลที่ควรนำมาประกอบ ได้แก่ จำนวนหุ้น ราคาที่ตกลงซื้อขาย ทุนที่ชำระแล้ว สถานะทางบัญชีของบริษัท และหลักฐานการทำธุรกรรมจริง
การระบุมูลค่า 0 บาทเพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้สรุปว่ามีการแจ้งมูลค่าทรัพย์สินต่ำกว่าความเป็นจริง หรือมีการหลีกเลี่ยงภาษี เพราะต้องพิจารณาความหมายของตัวเลขและหลักฐานที่เกี่ยวข้องก่อน
ป.ป.ช. ต้องตรวจข้อเท็จจริงอะไรบ้าง
ประเด็นที่ควรตรวจสอบต่อไปมีอย่างน้อย 4 ด้าน ได้แก่
เส้นทางการเงิน มีหลักฐานการชำระค่าหุ้นตามสัญญาครบถ้วนหรือไม่ ทั้งรายการเดินบัญชี หลักฐานโอนเงิน และเอกสารรับชำระ
สถานะการโอนหุ้น มีการเปลี่ยนแปลงทะเบียนผู้ถือหุ้นและสิทธิในหุ้นของแต่ละบริษัทจริงหรือไม่
สิทธิเรียกร้องคงเหลือ หากมีเงินที่ยังไม่ได้รับชำระ สิทธิดังกล่าวยังมีผลอยู่ ณ วันที่ยื่นบัญชีหรือไม่ และได้รับการแสดงรายการถูกต้องหรือไม่
ความถูกต้องของบัญชีทรัพย์สิน รายการสัญญาโอนหุ้นและมูลค่าที่แสดงสอดคล้องกับลักษณะรายการและข้อเท็จจริง ณ วันที่อ้างอิงหรือไม่
ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 114 มีบทบัญญัติเกี่ยวกับกรณีจงใจไม่ยื่นบัญชี จงใจยื่นข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบตามเงื่อนไขของกฎหมาย อย่างไรก็ตาม การจะพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดหรือไม่ ต้องมีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพียงพอ ไม่อาจสรุปจากการพบสัญญาโอนหุ้นในเอกสารเพียงอย่างเดียว
ข้อเท็จจริงที่ยังต้องได้รับคำชี้แจง คือ ผู้เกี่ยวข้องได้ชำระเงินตามสัญญาครบถ้วนแล้วหรือไม่ รายการสัญญาในบัญชีทรัพย์สินมีสถานะอย่างไร และมีสิทธิเรียกร้องหรือผลประโยชน์จากหุ้นดังกล่าวเหลืออยู่หรือไม่
ควรตรวจสอบกับเอกสารต้นฉบับของ ป.ป.ช. สัญญาโอนหุ้นทั้ง 7 ฉบับ และทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้อง พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจงข้อเท็จจริง
ณ ข้อมูลที่มีอยู่ ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่มีการกระทำผิดกฎหมายหรือมีความผิดปกติทางธุรกิจ ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การตรวจสอบธุรกรรมจริงและความถูกต้องของการแสดงบัญชีทรัพย์สินตามกฎหมาย




