CGS ชี้หุ้นไทยเสี่ยงผันผวน หากยุบสภา-เลือกตั้งใหม่ หวั่นนโยบายพรรคส้มกดดันตลาด

3 ก.ย. 2568 - 14:14

  • หุ้นไทยพุ่ง–เงินบาทอ่อน รับข่าวการเมือง

  • เสี่ยงยุบสภา หวั่นนโยบายพรรคประชาชนกดดันตลาด

  • กลยุทธ์ลงทุน CGS แนะทองคำ–หุ้นสหรัฐฯ–ตลาดพันธบัตรฯ

CGS ชี้หุ้นไทยเสี่ยงผันผวน หากยุบสภา-เลือกตั้งใหม่ หวั่นนโยบายพรรคส้มกดดันตลาด

กรรณ์ หทัยศรัทธา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน และนักเศรษฐศาสตร์ สายงานวิจัย (ลูกค้ารายย่อย) บริษัทหลักทรัพย์ CGS International (ประเทศไทย) ประเมินทิศทางตลาดเงิน–ตลาดทุนไทย หลังความเคลื่อนไหวการเมืองล่าสุดที่พรรคพลังประชาชนประกาศสนับสนุน อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ขณะที่พรรคเพื่อไทยยื่นเรื่องทูลเกล้าฯ เสนอยุบสภา โดยมองว่าตลาดหุ้นตอบรับเชิงบวกระยะสั้น แต่เงินบาทกลับอ่อนค่าลง สะท้อนความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ยังคงอยู่

หุ้นขึ้นรับความหวังเลือกตั้งใหม่ แต่ไม่ใช่ “เคสปกติ”

กรรณ์กล่าวว่า ปกติแล้ว สถิติชี้ว่าการยุบสภามักหนุนตลาดหุ้น เนื่องจากมีความหวังเรื่องการเลือกตั้งและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ แต่รอบนี้อาจแตกต่างจากเดิม เพราะกรณี “ยุบสภาขณะนายกฯ รักษาการ” ถือเป็นสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นักลงทุนจึงควรทยอยแบ่งขายทำกำไรบางส่วน และถือรอความชัดเจนอีกส่วน

นโยบายพรรคประชาชนอาจกดดันตลาดหากชนะเลือกตั้ง

หากมีการยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ ความกังวลต่อตลาดหุ้นอาจกลับมาอีกครั้ง เนื่องจากคาดว่าพรรคประชาชน (อดีตก้าวไกล) มีโอกาสได้คะแนนเสียงสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และนโยบายอาจไม่เป็นมิตรต่อตลาดทุน เน้นฐานรากและการกระจายรายได้มากกว่าการเอื้อประโยชน์ต่อตลาดการเงิน

กรรณ์ยกตัวอย่างว่า ในการเลือกตั้งครั้งก่อน หุ้นไทยปรับตัวลงทันทีราว 30–40 จุด หลังพรรคก้าวไกลชนะเลือกตั้ง และถึงแม้รอบนี้ตลาดอาจไม่ตกใจเท่าเดิม แต่แรงกดดันยังมีอยู่ โดยคาดว่าดัชนีหุ้นไทยไม่น่าหลุด 1,200 จุด แต่การทะลุ 1,300 จุด ยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตาม

เครดิตเรตติ้งไทยเสี่ยงถูกหั่น

อีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงคือ เครดิตเรตติ้งประเทศ กรรณ์ชี้ว่า หากความไม่แน่นอนทางการเมืองยืดเยื้อ อาจทำให้สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือลดเครดิตเรตติ้งลงมาอีก หลังจากมูดี้ส์ปรับลดแนวโน้มของไทยไปก่อนหน้านี้แล้ว แม้จะมีแรงขายออกมาบ้าง แต่ตลาดเกิดใหม่มักเผชิญความเสี่ยงลักษณะนี้อยู่แล้ว และนักลงทุนสถาบันมีการบริหารจัดการในระดับหนึ่ง

กลยุทธ์ลงทุน: ทยอยแบ่งขาย-เน้นหุ้นปันผล-กระจายต่างประเทศ

กรรณ์แนะนำว่า นักลงทุนไม่ควร “โหลดหุ้นไทย” มากเกินไปในช่วงนี้ แต่ควรกระจายไปยัง หุ้นสหรัฐฯ, ทองคำ และพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ได้อานิสงส์จากการลดดอกเบี้ยของเฟด

ส่วนหุ้นไทยที่ยังน่าสนใจ ได้แก่

• CPALL (ค้าปลีก) ราคายังอยู่ระดับต่ำและได้อานิสงส์จากการเลือกตั้งและดอกเบี้ยขาลง

• KTB (ธนาคาร) ได้แรงหนุนจากปันผลสูง แม้มีโอกาสที่ กนง. จะลดดอกเบี้ยอีก 2 รอบ

• MTC, TIDLOR (ไฟแนนซ์-นอนแบงก์) ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลงและกระแสเงินสะพัด

นอกจากนี้ นักลงทุนควรติดตามหุ้นพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานอย่าง PTTEP Gulf, GPSC โดยมองว่าควรถือเพื่อกระจายความเสี่ยงมากกว่าการเก็งกำไร

ตลาดต่างประเทศ: สหรัฐฯ น่าสะสม – เวียดนามราคาสูง

ด้านตลาดต่างประเทศ CGS International แนะนำให้น้ำหนักไปที่สหรัฐฯ โดยเฉพาะการทยอยสะสม (DCA) กองทุน S&P500 ช่วงที่ตลาดย่อตัว เพราะหุ้นกลุ่มใหญ่ปรับขึ้นไปมากแล้ว แต่หุ้นที่เหลือยังมีโอกาสฟื้นตัว ขณะที่เวียดนามแม้เศรษฐกิจบูม แต่ระดับราคาค่อนข้างสูง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์