ไชยชนก พร้อมให้ตรวจสอบ PDPC รายงานตรวจแล้วไม่ผิด

16 ธ.ค. 2568 - 11:28

  • ไชยชนก พร้อมให้ตรวจสอบหลังโดนฟ้อง ม.157 มั่นใจมารดาไม่ผิด

  • รมว.ดีอี ชี้แจงดำเนินการตามกระบวนการถูกต้อง

  • ผอ.pdpc ออกแถลงการณ์รายงานผลการตรวจสอบ

ไชยชนก พร้อมให้ตรวจสอบ PDPC รายงานตรวจแล้วไม่ผิด

ไชยชนก พร้อมให้ตรวจสอบ PDPC รายงานผลตรวจสอบแล้วไม่ผิด

ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม ออกมายืนยันว่า พร้อมให้ตรวจสอบตามกฎหมาย  หลังถูกแจ้งความ ฐานไม่ดำเนินการ หลัง นางกรุณา ชิดชอบ มารดา โพสต์ ทะเบียนราษฎร คู่กรณี บนสื่ออนไลน์ ยืนยันตรวสอบแล้ว และไม่เข้าข่าย ผิด 157 

 จากกรณีที่นางกรุณา ชิดชอบ มารดา นำทะเบียนราษฎรของบุคคลอื่นมาโพสต์ เผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ กรณีดังกล่าวถ้าไม่ใช่เกมการเมือง ก็เห็นใจผู้ที่ร้องเรียน ตอนแรกคิดว่ามีความผิดเหมือนกัน แต่ภายหลังพบว่า เรื่องนี้ไม่สามารถดำเนินการได้ตามมาตรา 157

 ด้านผอ.สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้ชี้แจงในข้อกฎหมายแล้ว จึงยืนยันว่า ได้ทำเต็มที่แล้ว ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย และตนเองไม่ได้เข้าข้างแน่นอน

"พอมีเรื่องของการกระทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าใครก็ตามไม่มีทางจะเข้าข้าง วันนั้นถึงได้มีการแนะนำและให้สัมภาษณ์ไปด้วยว่า พอมีการตรวจสอบแล้ว มันไม่เข้าข่าย PDPA จริงๆ แต่อาจจะต้องดำเนินการว่าผิดอย่างไร ให้ดำเนินการในเรื่องของหมิ่นประมาท ดังนั้นแม้จะยืนเคียงข้างแม่ แต่ก็ไม่มีทางเข้าข้าง ถ้าเป็นเรื่องการกระทำผิดทางกฎหมาย"

 พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC หรือ สคส.) ออกแถลงการณ์เพื่อชี้แจงความคืบหน้าและหลักการในการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลในสื่อสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับบุคลลใกล้ชิดของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดีอี โดยเลขาธิการ PDPC ยืนยันว่า สำนักงานฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบทุกประเด็นอย่างรวดเร็วและเป็นไปตามหลักนิติธรรม โดยยึดถือบทบัญญัติของกฎหมาย PDPA เป็นสาระสำคัญ

PDPC ได้สรุปผลการตรวจสอบเบื้องต้นและแนวทางการบังคับใช้กฎหมายใน 2 ประเด็นหลัก ดังนี้ ประเด็นการกระทำของผู้โพสต์ข้อมูล (กรณีมาตรา 4(1)) สำนักงานฯ ได้พิจารณาการกระทำของผู้โพสต์ข้อมูลดังกล่าวแล้ว พบว่า เนื่องจากเป็นการโพสต์ข้อมูลส่วนบุคคลของคู่กรณีในลักษณะการประชดประชัน และ มิได้มีเจตนาในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอย่างสม่ำเสมอเพื่อกิจการในทางธุรกิจหรือวิชาชีพ การกระทำนี้จึงเข้าข่ายการดำเนินการเพื่อประโยชน์ส่วนตน ซึ่งไม่อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมาย PDPA ตามมาตรา 4(1)

ส่วนประเด็นการรั่วไหลของข้อมูลจากผู้ควบคุมข้อมูล (Data Controller) ในส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ข้อมูลที่ถูกนำมาโพสต์อาจเป็นข้อมูลที่รั่วไหลมาจากการควบคุมดูแลของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ถือเป็น "ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล" ตามกฎหมาย PDPA นั้น เลขาธิการ PDPC ชี้แจงว่า "ประเด็นนี้อยู่ภายใต้การบังคับใช้กฎหมาย PDPA อย่างเต็มรูปแบบ โดย สตช. มีหน้าที่ตามกฎหมายในการตรวจสอบและแจ้งเหตุการละเมิดมายัง PDPC ภายใน 72 ชั่วโมง ซึ่งขณะนี้ สตช. ได้ดำเนินการแจ้งเหตุการละเมิดเข้ามาแล้ว แต่ข้อมูลที่แจ้งมานั้น ยังไม่ครบถ้วนเพียงพอต่อการสรุปข้อเท็จจริง ดังนั้น PDPC จึงได้ส่งหนังสือให้ สตช. ชี้แจงและจัดส่งข้อมูลเพิ่มเติมเป็นการเร่งด่วน"

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์