คุณสมบัติ “ประธานกสทช.” วิบากกรรมไม่รู้จบ
ประเด็นเรื่องคุณสมบัติ ประธานกสทช .กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังจากมีคนเปิดอเอกสารลับของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อขอหารือข้อกฎหมายกรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับคุณสมบัติการดำรงตำแหน่งของประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) หลังมีข้อกล่าวอ้างว่าอาจขาดคุณสมบัติตามกฎหมาย
เอกสารระบุว่า มีผู้ร้องเรียนให้นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พิจารณาดำเนินการ กรณีประธาน กสทช. อาจมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 เนื่องจากยังคงมีสถานะเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย และปฏิบัติงานตรวจรักษาผู้ป่วยพร้อมรับค่าตอบแทนเป็นรายชั่วโมง ในช่วงก่อนและใกล้วันได้รับการแต่งตั้ง
รายงานจากเอกสารระบุว่า แม้จะลาออกจากตำแหน่งบริหารในคณะแพทยศาสตร์แล้ว แต่ยังคงประกอบวิชาชีพแพทย์และได้รับค่าตอบแทนต่อเนื่องถึงเดือนเมษายน 2565 อาจเข้าข่ายไม่ลาออกหรือเลิกประกอบอาชีพภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ส่งผลให้เกิดข้อสงสัยว่าอาจเป็นการ “สละสิทธิ” ในการเข้ารับตำแหน่งโดยผลของกฎหมาย
ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้อยู่ที่การตีความว่า หน่วยงานใดมีอำนาจตรวจสอบและวินิจฉัยว่าประธาน กสทช. ขาดคุณสมบัติหรือไม่ โดยก่อนหน้านี้ทั้งสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี วุฒิสภา และสำนักงาน กสทช. เห็นไม่ตรงกัน อ่จเป็นเพราะ กฎหมายไม่ได้ระบุชัดเจนเหมือนองค์กรอิสระอื่น
ข้อความในเอกสารนั้น ระบุว่า คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 1) พิจารณาแล้วเห็นว่า หากข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการขาดคุณสมบัติเกิดขึ้น ก่อนมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง อำนาจในการตรวจสอบและวินิจฉัยยังคงเป็นของ คณะกรรมการสรรหา กสทช. ชุดเดิม ต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด และหากเข้าข่ายสละสิทธิ ต้องมีการดำเนินการสรรหาใหม่ … หรือเปล่า ?
แน่ละว่า กรณีดังกล่าวสะท้อนปัญหาช่องว่างทางกฎหมายเกี่ยวกับกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติและการพ้นจากตำแหน่งของ กสทช. อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อองค์กรอิสระ และจำเป็นต้องมีความชัดเจนเพื่อป้องกันข้อพิพาทในอนาคต แต่เมื่อเรื่องนี้เอามาโยงกับนายกรัฐมนตรี และเป็นช่วงระหว่างการเลือกตั้ง เรื่องนี้ควรพิจารณาอย่างละเอียดอ่อนและชัดเจน
เพราะถ้าคลุมเครือ อาจถูกเอามาใช้ในทางการเมือง และจะเกิดปัญหาตามมทา เรื่องที่ซอยสายลม จึงกลายเป็นวิบากกรรม ไม่รู้จบ ทำให้คนได้ติดตามและตั้งคำถาม ส่วนหนึ่ง คือ ผลของเรื่องที่ที่ผู้รับผิดชอบคือผู้ที่หนังสือกล่าวถึง ทั้ง ตัวผู้ที่ถูกสงสัย ที่ซอยสายลม และ “ผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ” ว่าจะมีผลอะไรหรือไม่ เมื่อเรื่องนี้เคยผ่านตาและยังรอว่าจะมีพิจารณาหรือดำเนินการอย่างไร ช่างเป็นประเด็นที่น่าติดตามโดยเฉพาะเมื่อการเลือกตั้งใกล้เข้ามา




