จีนประกาศมาตรการตอบโต้บริษัทและหน่วยงานของญี่ปุ่นรวม 40 แห่ง โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ นับเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดในความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมาหลายเดือนระหว่างสองประเทศ ส่งผลให้การท่องเที่ยวจากจีนไปญี่ปุ่นลดลงอย่างมาก
ความตึงเครียดทวีความรุนแรงหลังจากนาง Sanae Takaichi นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวเมื่อเดือนพฤศจิกายนว่า ญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงทางทหาร หากเกิดการโจมตีไต้หวัน ซึ่งจีนถือว่าเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของตน
จำกัดส่งออกสินค้าสองทาง กระทบบริษัทใหญ่
กระทรวงพาณิชย์จีนประกาศจำกัดการส่งออกไปยัง 20 บริษัท และหน่วยงานของญี่ปุ่น รวมถึงบริษัทอุตสาหกรรมรายใหญ่อย่าง Mitsubishi และองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น Japan Aerospace Exploration Agency โดยกล่าวหาว่าองค์กรเหล่านี้มีส่วนช่วยเสริมศักยภาพทางทหารของญี่ปุ่น
ตั้งแต่วันอังคารเป็นต้นไป ผู้ส่งออกจีนจะไม่สามารถจัดส่งสินค้าที่เป็น “สินค้าสองทาง” (dual-use items) ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งในเชิงพาณิชย์และทางทหาร ให้แก่หน่วยงานที่ถูกขึ้นบัญชี นอกจากนี้ บริษัทต่างชาติยังถูกห้ามส่งต่อสินค้าสองทางที่มีแหล่งกำเนิดจากจีนให้กับองค์กรเหล่านี้ด้วย
เพิ่ม 20 บริษัทเข้าบัญชีเฝ้าระวัง
นอกเหนือจาก 20 แห่งแรก จีนยังเพิ่มอีก 20 บริษัทญี่ปุ่นเข้าสู่ “บัญชีเฝ้าระวัง” ซึ่งต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบที่เข้มงวดยิ่งขึ้นสำหรับการส่งออกสินค้าที่อาจนำไปใช้ทางทหาร รวมถึงบริษัทผู้ผลิตยานยนต์อย่าง Subaru
กระทรวงพาณิชย์จีนระบุในแถลงการณ์ว่า มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสกัด “การทหารอีกครั้ง” (remilitarisation) และความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ของญี่ปุ่น โดยยืนยันว่าเป็นมาตรการที่ “ชอบธรรม สมเหตุสมผล และถูกต้องตามกฎหมาย”
ด้านเจ้าหน้าที่การค้าญี่ปุ่นเปิดเผยกับ AFP ว่า โตเกียวจะดำเนิน “มาตรการที่เหมาะสม” หลังจากประเมินผลกระทบของข้อจำกัดใหม่แล้ว
ท่องเที่ยว–การค้าได้รับผลกระทบต่อเนื่อง
นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน จีนได้เตือนพลเมืองให้ระมัดระวังการเดินทางไปญี่ปุ่น ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเคยเป็นกลุ่มใหญ่ของญี่ปุ่น ลดลงอย่างมาก
สื่อญี่ปุ่นยังรายงานว่า จีนระงับการนำเข้าอาหารทะเลจากญี่ปุ่นอีกครั้ง หลังเพิ่งกลับมานำเข้าได้ไม่นาน ภายหลังการห้ามนำเข้าก่อนหน้านี้จากกรณีปล่อยน้ำบำบัดจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะในปี 2023
เมื่อเดือนที่ผ่านมา ญี่ปุ่นยังได้ส่งคืนแพนด้า 2 ตัวให้จีน ทำให้เป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปีที่ญี่ปุ่นไม่มีแพนด้าอยู่ในประเทศ
ก่อนหน้านี้ ปักกิ่งเพิ่งประกาศห้ามส่งออกสินค้าสองทางที่อาจมีการใช้งานทางทหารไปยังญี่ปุ่นในวงกว้าง และในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ยังเริ่มจำกัดการส่งออกแร่หายากชนิดหนัก (heavy rare earths) รวมถึงแม่เหล็กประสิทธิภาพสูงที่มีส่วนประกอบของแร่ดังกล่าวให้กับบริษัทญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์จีนย้ำว่า การขึ้นบัญชีดังกล่าวมุ่งเป้าไปยังเพียง “ส่วนน้อย” ขององค์กรญี่ปุ่น และจะไม่กระทบต่อการค้าปกติระหว่างสองประเทศ พร้อมระบุว่า บริษัทญี่ปุ่นที่ “สุจริตและปฏิบัติตามกฎหมาย” ไม่มีเหตุให้ต้องกังวล และสามารถยื่นคำร้องเพื่อขอถอดถอนจากบัญชีเฝ้าระวังได้ หากให้ความร่วมมือกับกระบวนการตรวจสอบของทางการจีน




