ตลาดสินค้าหรูมือสองจีนโต 15-20% แบรนด์ตะวันตกสูญลูกค้า

18 ต.ค. 2569 - 12:24

  • ตลาดสินค้าลักชัวรีมือสองในจีนเติบโต 15-20% ในปี 2025 มูลค่ารวมแตะ 3.84 หมื่นล้านหยวน

  • Louis Vuitton ปิดสาขาในจีนแผ่นดินใหญ่ไปแล้ว 5 แห่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

  • นักวิเคราะห์ชี้จีนยังสำคัญต่ออุตสาหกรรมลักชัวรีโลก แต่อาจไม่ใช่ตัวขับเคลื่อนการเติบโตในอีก 2-3 ปีข้างหน้า

ตลาดสินค้าหรูมือสองจีนโต 15-20% แบรนด์ตะวันตกสูญลูกค้า

ตลาดสินค้าแบรนด์เนมมือสองในจีนเติบโตก้าวกระโดดระหว่าง 15-20% ในปี 2025 ขณะที่ยอดขายสินค้าลักชัวรีใหม่จากแบรนด์ตะวันตกยังคงหดตัวต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคชาวจีนที่มุ่งประหยัดค่าใช้จ่ายและแสวงหาคุณค่าที่แท้จริงจากการซื้อสินค้า

ตลาดลักชัวรีจีนเข้าสู่ยุคซบเซา

บริษัทที่ปรึกษา Bain & Company ระบุว่า ตลาดสินค้าลักชัวรีส่วนบุคคลในจีนแผ่นดินใหญ่หดตัวเพิ่มอีก 3-5% ในปี 2025 หลังจากร่วงหนักถึง 19% ในปี 2024 ส่งผลให้แบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง LVMH ต้องยอมรับว่าการชะลอตัวของอุปสงค์ในจีนเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ยอดขายสินค้าแฟชั่นและเครื่องหนังไตรมาสสามลดลง ด้าน Louis Vuitton ปิดสาขาไปแล้ว 5 แห่งในจีนแผ่นดินใหญ่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา รวมถึงร้านช็อกโกแลตในเซี่ยงไฮ้ ขณะที่ Galeries Lafayette ก็ปิดสาขาหลักในกรุงปักกิ่งเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

มือสองบูม คนรุ่นใหม่หันซื้อของถูก-ดี

ที่ร้าน Super Zhuanzhuan ในใจกลางเซี่ยงไฮ้ จัดจำหน่ายกระเป๋า เข็มขัด และเครื่องประดับแบรนด์เนมมือสอง ลูกค้าต้องสวมถุงมือสีดำก่อนหยิบสินค้า หยวน ครูสอนเต้นวัย 24 ปี กล่าวกับสำนักข่าว AFP ว่า "แต่ก่อนทุกคนแข่งกันว่าใครใช้เงินมากกว่า แต่ตอนนี้ทุกคนแข่งกันว่าใครได้ดีลคุ้มกว่า" สอดคล้องกับข้อมูลจากบริษัท Insight & Info Consulting ที่ประเมินว่ายอดขายรวมของตลาดลักชัวรีมือสองในจีนแตะ 3.84 หมื่นล้านหยวน (ราว 2 แสนล้านบาท) ในปี 2025 และคาดการณ์ว่าจะทะลุ 1 แสนล้านหยวนภายในปี 2030

คนรุ่น Gen Z ไม่ง้อโมโนแกรม LV

ฟีบี้ หม่า วัย 24 ปี ผู้ใช้บริการร้านดังกล่าว ให้ความเห็นว่า คนรุ่นแม่ผูกพันกับ Louis Vuitton เพราะในอดีตจีนยังไม่พัฒนาเท่าทุกวันนี้ ทำให้มองแบรนด์นั้นเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จสูงสุด แต่สำหรับคนรุ่นตนเอง "ลวดลายโมโนแกรม LV รู้สึกล้าสมัยแล้ว คนรุ่น Gen Z หันไปซื้อแบรนด์เกาหลีที่ทันสมัยกว่า"

ความขัดแย้งทางวัฒนธรรมซ้ำเติมแบรนด์ตะวันตก

นอกจากยอดขายที่หดตัว LVMH ยังต้องเผชิญกระแสต่อต้านบนโลกออนไลน์หลังฟ้องร้องแบรนด์เครื่องดื่มจีน Molly Tea ในข้อหาละเมิดเครื่องหมายการค้า เนื่องจากลวดลายดอกไม้สี่กลีบของ Molly Tea คล้ายกับโมโนแกรมของ LVMH แต่ชาวเน็ตจีนและสื่อรัฐบาลชี้ว่าลวดลายดังกล่าวมีรากฐานมาจากศิลปะจีนโบราณ ทำให้คดีนี้กลายเป็นประเด็นที่ LVMH ยอมรับว่า "ส่งผลกระทบเชิงลบ"

จีนยังสำคัญแต่ไม่ใช่ตัวขับเคลื่อนอีกต่อไป

เฉิน ลัว หัวหน้าฝ่ายวิจัยผู้บริโภคจีนของ Bank of America วิเคราะห์ว่า ผู้บริโภคชาวจีนกำลังเปลี่ยนจากการมองสินค้าลักชัวรีเป็นสัญลักษณ์สถานะทางสังคม ไปสู่การให้ความสำคัญกับ "อัตลักษณ์ส่วนตัว ประสบการณ์ คุณค่าทางอารมณ์ และความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรม" พร้อมเตือนว่าแบรนด์ต่างชาติต้องพยายามอย่างมากเพื่อให้ยังคงมีความเกี่ยวข้องในระบบนิเวศดิจิทัลที่เป็นเอกลักษณ์ของจีน อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ยืนยันว่าจีนยังคงเป็นตลาดสำคัญของอุตสาหกรรมลักชัวรีโลก แม้ในระยะ 2-3 ปีข้างหน้าอาจไม่ใช่แรงขับเคลื่อนการเติบโตหลักอีกต่อไป

Customers browse secondhand luxury goods at the Zhuanzhuan superstore in the Jing'an District in Shanghai
Customers browse secondhand luxury goods at the Zhuanzhuan superstore in the Jing'an District in Shanghai
People enter the Zhuanzhuan superstore, a secondhand luxury goods shop, in the Jing'an District in Shanghai
People enter the Zhuanzhuan superstore, a secondhand luxury goods shop, in the Jing'an District in Shanghai
Watches displayed in a counter of secondhand luxury goods at the Zhuanzhuan superstore in the Jing'an District in Shanghai
Watches displayed in a counter of secondhand luxury goods at the Zhuanzhuan superstore in the Jing'an District in Shanghai

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์