เยาวชนจีนแห่ตั้ง “บริษัทคนเดียว” ใช้ AI สู้คำสาปอายุ 35 รัฐหนุนเงินทุน
เยาวชนจีนจำนวนมากหันมาใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นเครื่องมือหลักในการตั้ง “บริษัทคนเดียว” หลังเผชิญความกังวลเรื่องโอกาสถูกเลิกจ้างเมื่ออายุเกิน 35 ปี ขณะที่ภาครัฐเร่งออกมาตรการสนับสนุน ทั้งเงินทุนและนโยบาย เพื่อผลักดันรูปแบบธุรกิจใหม่นี้
ปรากฏการณ์ "คำสาปอายุ 35"
ปรากฏการณ์ดังกล่าวเชื่อมโยงกับสิ่งที่เรียกว่า “คำสาปอายุ 35” ซึ่งเป็นปัญหาการเลือกปฏิบัติด้านอายุในตลาดแรงงาน โดยเฉพาะในภาคเทคโนโลยีและหน่วยงานรัฐ ส่งผลให้คนทำงานจำนวนมากเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ในการสร้างรายได้ด้วยตัวเอง
ไต้ คาริน ผู้ก่อตั้ง SoloNest ในนครเซี่ยงไฮ้ และผู้เขียนหนังสือ “One Person Company” อธิบายว่า ในอดีตการทำธุรกิจคนเดียวเป็นเรื่องยาก แต่เทคโนโลยี AI ได้เข้ามาช่วยลดต้นทุนและอุปสรรค ทำให้คนสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ง่ายขึ้น
ความสำเร็จของผู้ประกอบการรายย่อย
ตัวอย่างความสำเร็จคือ หวัง เทียนอี้ วัย 26 ปี อดีตผู้จัดการผลิตภัณฑ์ในบริษัทอินเทอร์เน็ต ปัจจุบันสร้างรายได้ราว 40,000 หยวนต่อเดือน (ประมาณ 200,000 บาท) จากการผลิตโฆษณาด้วย AI ให้กับธุรกิจต่างๆ โดยระบุว่า AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพจนบริษัทขนาดเล็กมีศักยภาพแข่งขันได้
ขณะที่ เว่ย ซิน วัย 34 ปี พนักงานตรวจสอบเอกสารในบริษัทที่ปรึกษาต่างชาติ เริ่มเตรียมตัวล่วงหน้า โดยเรียนรู้การใช้ AI เช่น Google Gemini และสร้างตัวตนดิจิทัล เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่งานอาจถูกแทนที่
การสนับสนุนจากภาครัฐ
ด้านภาครัฐของจีนได้ออกมาตรการสนับสนุนอย่างจริงจัง โดยใช้แนวคิด “บริษัทคนเดียว” หรือ OPC (One Person Company) เป็นเครื่องมือแก้ปัญหาการว่างงาน โดยเมืองซูโจวตั้งเป้าสร้างผู้เชี่ยวชาญ OPC กว่า 10,000 คนภายในปี 2571 พร้อมจัดงบประมาณ 700 ล้านหยวน สนับสนุนในหลายอุตสาหกรรม เช่น หุ่นยนต์ AI สาธารณสุข และระบบขนส่งอัจฉริยะ
ขณะที่เมืองเฉิงตูให้เงินอุดหนุนสูงสุด 20,000 หยวนแก่บัณฑิตที่เริ่มต้นธุรกิจลักษณะนี้
โอกาสและความท้าทาย
ไคล์ ชาน นักวิจัยจากสถาบัน Brookings มองว่า นโยบายสนับสนุน OPC เป็นแนวทางต้นทุนต่ำในการแก้ปัญหาการว่างงานของเยาวชนจีน ซึ่งปัจจุบันมีอัตราว่างงานในกลุ่มอายุ 16–24 ปี สูงถึงประมาณ 1 ใน 6
อย่างไรก็ตาม แม้โอกาสจะเปิดกว้าง แต่ความท้าทายยังคงอยู่ โดยเฉพาะการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ซึ่งผู้ประกอบการหลายรายยอมรับว่า “การขายสินค้าและบริการได้จริง” จะเป็นตัวชี้วัดความอยู่รอดในระยะยาว






