CLICX แจงกระแสบิดหนี้ ย้ำไม่ลดมาตรฐานปล่อยสินเชื่อ ใช้ข้อมูลหลายมิติประเมินความเสี่ยง

4 ส.ค. 2569 - 19:57

  • แจงกระแส ‘บิดหนี้’ หลังโซเชียลชวนกู้แล้วไม่คืน

  • ย้ำอนุมัติสินเชื่อใช้ข้อมูลหลายมิติ ไม่ได้ลดมาตรฐาน

  • เตือนผิดนัดชำระหนี้ กระทบเครดิตและโอกาสกู้ในอนาคต

CLICX แจงกระแสบิดหนี้ ย้ำไม่ลดมาตรฐานปล่อยสินเชื่อ ใช้ข้อมูลหลายมิติประเมินความเสี่ยง

CLICX แจงปม ‘บิดหนี้’ ย้ำไม่ลดมาตรฐานปล่อยกู้ ชี้ใช้ข้อมูลหลายมิติประเมินความเสี่ยง

กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์เกี่ยวกับการชักชวนให้ ‘บิดหนี้’ หรือกู้เงินโดยไม่ชำระคืน กลายเป็นประเด็นที่สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อการเปิดตัวของ ธนาคารคลิกซ์ (CLICX) ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ที่เพิ่งเริ่มเปิดให้บริการสินเชื่อ CLICX พร้อมใช้ ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางความสนใจของประชาชนจำนวนมาก จนระบบต้องรองรับผู้สมัครพร้อมกันเกินกว่าที่คาดไว้

อย่างไรก็ตาม นอกจากปัญหาด้านปริมาณผู้ใช้งานแล้ว กระแสบนโซเชียลมีเดียที่มีการชักชวนให้กู้เงินโดยไม่ชำระคืน ยังจุดคำถามต่อแนวทางบริหารความเสี่ยงของผู้ให้บริการสินเชื่อดิจิทัลรายใหม่ ว่าจะสามารถควบคุมคุณภาพสินเชื่อและป้องกันปัญหาหนี้เสียได้เพียงใด

ล่าสุด CLICX ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า การดำเนินธุรกิจยังคงยึดหลัก Responsible Lending หรือการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ โดยไม่มีการผ่อนปรนหรือปรับลดมาตรฐานการอนุมัติสินเชื่อ แม้กระบวนการสมัครผ่านช่องทางดิจิทัลจะมีความสะดวกและรวดเร็ว

CLICX ระบุว่า ธนาคารเกิดจากความร่วมมือของ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (AIS) และ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) โดยมีเป้าหมายเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการเงินในระบบ ผ่านธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาที่ได้รับใบอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย

สาระสำคัญของแถลงการณ์ยืนยันว่า การพิจารณาสินเชื่อไม่ได้อาศัยข้อมูลเพียงด้านเดียว แต่ใช้ข้อมูลหลายมิติประกอบการวิเคราะห์ ทั้งศักยภาพในการชำระหนี้ พฤติกรรมทางการเงิน และหลักเกณฑ์ด้านการบริหารความเสี่ยงของธนาคาร เพื่อกำหนดวงเงินที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย

ธนาคารย้ำว่า ความรวดเร็วของบริการดิจิทัลไม่ได้หมายความว่าผู้สมัครทุกคนจะได้รับอนุมัติสินเชื่อ หรือมีการลดมาตรฐานการพิจารณาแต่อย่างใด พร้อมระบุว่าจะติดตามคุณภาพสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง และปรับหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลง

ในส่วนของกระแส ‘บิดหนี้’ CLICX ระบุชัดว่า ไม่สนับสนุนการกู้ยืมโดยมีเจตนาหลีกเลี่ยงการชำระหนี้ เนื่องจากการผิดนัดชำระจะส่งผลกระทบต่อประวัติสินเชื่อ และอาจลดโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินในอนาคต อีกทั้งหากพบการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ การใช้เอกสารไม่ถูกต้อง หรือพฤติกรรมที่เข้าข่ายทุจริต ธนาคารจะดำเนินการตามข้อกำหนดและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

พร้อมกันนี้ CLICX ยังกล่าวขออภัยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากระบบล่าช้า เนื่องจากมีผู้เข้าใช้งานพร้อมกันจำนวนมากเกินกว่าที่ประเมินไว้ ส่งผลให้ต้องปิดรับสมัครสินเชื่อเป็นการชั่วคราว และทำให้บางคำขอใช้เวลาพิจารณานานกว่าปกติ โดยยืนยันว่ากำลังเร่งดำเนินการคำขอที่ค้างอยู่ แต่จะยังคงรักษามาตรฐานการอนุมัติสินเชื่ออย่างรอบคอบ

การออกแถลงการณ์ครั้งนี้สะท้อนว่า CLICX ต้องการสร้างความเชื่อมั่นต่อทั้งผู้ใช้บริการและตลาดการเงินว่า แม้จะเป็นผู้เล่นรายใหม่ในธุรกิจ Virtual Bank ที่มุ่งขยายการเข้าถึงสินเชื่อผ่านเทคโนโลยี แต่การเติบโตจะต้องเดินควบคู่กับการบริหารความเสี่ยง การกำกับดูแลกิจการที่ดี และการปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบ เพื่อไม่ให้การเพิ่มการเข้าถึงบริการทางการเงิน กลายเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อคุณภาพหนี้ของระบบการเงินในระยะยาว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์