สภาเอสเอ็มอี หนุน กขค.ปรับกติกา เพื่อการแข่งขันที่เป็นธรรม

20 ส.ค. 2569 - 13:20

  • กขค. เปิดรับฟังความเห็นร่างประกาศ Credit Term กำหนดชำระเงินไม่เกิน 30 วันสำหรับสินค้าเกษตร และ 45 วันสำหรับการค้า การผลิต และบริการ

  • * จากเดิมที่ SME ต้องแบกรับต้นทุนจากการถูกยืดเวลาจ่ายเงิน สู่การมีกติกากำกับความสัมพันธ์ทางการค้าที่ชัดเจนขึ้น

  • โจทย์สำคัญไม่ใช่แค่ “ออกกติกา” แต่คือการทำให้กติกาถูกบังคับใช้จริง เมื่อ SME ถูกเอาเปรียบสามารถร้องเรียนต่อ กขค. ได้

สภาเอสเอ็มอี หนุน กขค.ปรับกติกา เพื่อการแข่งขันที่เป็นธรรม

ในโลกธุรกิจ “เงินที่ยังไม่ได้รับ” ก็คือต้นทุนของ SME

สำหรับบริษัทขนาดใหญ่ การเลื่อนจ่ายค่าสินค้าออกไปอีก 30 วัน อาจเป็นเพียงเงื่อนไขทางการค้า แต่สำหรับผู้ประกอบการรายเล็ก เงินก้อนเดียวกันอาจหมายถึงค่าแรง ค่าวัตถุดิบ ค่าขนส่ง หรือเงินทุนหมุนเวียนที่ต้องหาใหม่จากสินเชื่อ

นี่คือเหตุผลที่ประเด็น Credit Term กำลังถูกยกระดับจากเรื่องทางการเงิน ไปสู่เรื่องของ “การแข่งขันที่เป็นธรรม”

คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศว่าด้วยการปฏิบัติทางการค้าที่เป็นธรรมเกี่ยวกับระยะเวลาการให้สินเชื่อทางการค้า หรือ Credit Term ระหว่างผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่หรือธุรกิจค้าส่งค้าปลีกขนาดใหญ่ กับผู้ประกอบการ SMEs

สาระสำคัญคือ การยกระดับแนวปฏิบัติ Credit Term ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2564 ให้มีความชัดเจนมากขึ้น โดยกำหนดกรอบระยะเวลาชำระเงิน ไม่เกิน 30 วันสำหรับสินค้าเกษตร และ ไม่เกิน 45 วันสำหรับภาคการค้า การผลิต และบริการ

จาก “รอเงิน” สู่ปัญหาอำนาจต่อรอง

ปัญหาของ SME ไม่ได้อยู่แค่การขายสินค้าได้หรือไม่ได้ แต่อยู่ที่ว่า ขายแล้วได้เงินเมื่อไร

เมื่อผู้ซื้อรายใหญ่มีอำนาจต่อรองสูงกว่า ผู้ประกอบการรายเล็กอาจต้องยอมรับเงื่อนไขที่ตัวเองไม่ได้เป็นผู้กำหนด ตั้งแต่ระยะเวลาชำระเงินที่ยาวขึ้น ไปจนถึงเงื่อนไขทางการค้าที่ทำให้ต้นทุนทางการเงินตกอยู่กับ SME

ยิ่ง Credit Term ยาวเท่าไร เงินสดในมือ SME ก็ยิ่งหายไปจากระบบหมุนเวียน

แต่ค่าใช้จ่ายไม่ได้หยุดรอ เงินเดือนยังต้องจ่าย วัตถุดิบยังต้องซื้อ ค่าเช่ายังต้องจ่าย ภาษียังต้องชำระ ฯลฯ หากเงินสดไม่พอ สุดท้าย SME ต้องไปกู้เงินเพื่อรอเงินจากคู่ค้า

ดังนั้น Credit Term จึงไม่ใช่แค่เรื่องว่า “จ่ายเงินในกี่วัน” แต่คือคำถามว่า ใครกำลังเป็นคนแบกรับต้นทุนของระบบธุรกิจ

SME ไม่ได้ต้องการอภิสิทธิ์ แต่ต้องการสนามแข่งที่แฟร์

สุปรีย์ ทองเพชร ประธานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย มองว่า SME ไม่ได้ต้องการเพียงความช่วยเหลือจากภาครัฐ แต่ต้องการ “กติกา” ที่ทำให้ผู้ประกอบการทุกขนาดสามารถแข่งขันกันได้อย่างเป็นธรรม

ในมุมนี้ การขยับเรื่อง Credit Term จึงมีความหมายมากกว่าการกำหนดจำนวนวันชำระเงิน เพราะเป็นการพยายามลดช่องว่างของ อำนาจต่อรองระหว่างรายใหญ่กับรายเล็ก จากเดิมที่ SME อาจต้อง “ขอความเห็นใจ” จากคู่ค้ารายใหญ่ กำลังเปลี่ยนไปสู่ระบบที่ผู้ประกอบการสามารถ เรียกร้องความเป็นธรรมภายใต้กติกาการแข่งขันนี่คือแนวคิด “Access to Fairness” ที่กำลังมีความสำคัญมากขึ้นในระบบเศรษฐกิจที่ SME เป็นฐานสำคัญของประเทศ

แต่ประกาศอย่างเดียวไม่พอ

จุดที่ต้องจับตาต่อจากนี้จึงไม่ใช่แค่ร่างประกาศจะออกมาในรูปแบบใด แต่คือ การบังคับใช้

ขณะนี้ร่างประกาศอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นเวลา 15 วัน ก่อนนำข้อเสนอแนะไปปรับปรุงและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

หากประกาศมีผลบังคับใช้จริง และ SME ยังถูกกำหนด Credit Term ที่ไม่เป็นธรรมหรือถูกใช้เงื่อนไขทางการค้าเพื่อยืดเวลาการชำระเงินอย่างไม่สมเหตุสมผล ผู้ประกอบการจะมีช่องทางนำข้อมูลและหลักฐานร้องเรียนต่อ กขค. เพื่อให้ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย

นี่จึงเป็นบททดสอบสำคัญ

เพราะ กติกาที่ดีจะมีความหมายก็ต่อเมื่อคนตัวเล็กสามารถใช้กติกานั้นปกป้องตัวเองได้จริง Fair Competition ไม่ใช่การช่วย SME แต่คือการทำให้ตลาดทำงาน โจทย์ใหญ่ของประเทศไทยจึงไม่ควรจบที่การ “ช่วยเหลือ SME” ผ่านเงินอุดหนุน สิทธิประโยชน์ หรือโครงการภาครัฐ แต่อีกด้านที่สำคัญไม่แพ้กันคือการสร้างโครงสร้างตลาดที่ไม่เปิดช่องให้อำนาจต่อรองของรายใหญ่กลายเป็นภาระของรายเล็ก เพราะ SME ไม่ได้ต้องการอภิสิทธิ์เหนือใคร

SME ต้องการเพียงสิทธิที่จะได้แข่งขันอย่างเป็นธรรม

Credit Term ครั้งนี้จึงอาจดูเป็นเรื่องเล็กในเชิงจำนวนวัน แต่ในเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจ มันกำลังสะท้อนคำถามที่ใหญ่กว่า ในตลาดที่มีผู้เล่นตัวใหญ่กับตัวเล็ก ใครควรเป็นคนแบกรับต้นทุนของอำนาจต่อรอง?

หากคำตอบคือการทำให้ต้นทุนดังกล่าวไม่ถูกผลักไปยัง SME ทั้งหมด นี่อาจเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการสร้าง “ตลาดที่แฟร์” ให้เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย

และจากนี้ สิ่งที่ต้องจับตาคือ เมื่อกติกาถูกประกาศใช้แล้ว SME จะได้รับความเป็นธรรมในโลกธุรกิจจริงแค่ไหน เพราะท้ายที่สุดแล้ว การแข่งขันที่เป็นธรรมไม่ได้วัดกันที่จำนวนกฎระเบียบ แต่วัดกันที่ว่า คนตัวเล็กสามารถยืนอยู่ในสนามเดียวกับคนตัวใหญ่ได้ โดยไม่ต้องยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มแข่งขันหรือไม่

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์