ปัญหาการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม ยังคงเป็นหนึ่งในความท้าทายของผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็กในจังหวัดภูเก็ต หลังผู้ประกอบการจำนวนมากยังไม่สามารถเข้าสู่ระบบได้ แม้จะมีความพยายามแก้ไขกฎระเบียบมาอย่างต่อเนื่อง
พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (รมช.มหาดไทย) ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อรับฟังปัญหาจากผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็กและภาคีเครือข่าย ภายหลังกรมการปกครองร่วมกับจังหวัดภูเก็ตจัดตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกด้านการขอใบอนุญาตโรงแรม เพื่อรวบรวมปัญหาและข้อเสนอจากพื้นที่
พลพีร์ กล่าวว่า ปัญหาเรื่องใบอนุญาตโรงแรมเป็นปัญหาใหญ่ที่ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะจังหวัดภูเก็ต แต่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ต้องการรับฟังข้อเท็จจริงจากผู้ประกอบการ เพื่อนำไปพิจารณาปรับปรุงกฎระเบียบและมาตรการของภาครัฐให้เหมาะสมมากขึ้น
“เราต้องดูว่ากฎระเบียบที่มีอยู่สามารถปรับปรุงแก้ไขอะไรได้บ้าง หากเป็นเรื่องของกฎกระทรวงก็สามารถดำเนินการได้รวดเร็วขึ้น แต่หากต้องแก้ไขพระราชบัญญัติโรงแรม จะต้องผ่านกระบวนการตามขั้นตอน ซึ่งต้องใช้เวลา”

รมช.มหาดไทย กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ศูนย์อำนวยความสะดวกด้านการออกใบอนุญาตโรงแรมจะเปิดดำเนินการประมาณ 15 วัน เพื่อรวบรวมข้อมูล ก่อนให้กรมการปกครองสรุปรายละเอียด และเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะฝ่ายกฎหมาย ร่วมพิจารณาแนวทางแก้ไข ก่อนเสนอต่อผู้บริหารระดับนโยบาย
สำหรับคำขออนุญาตที่อยู่ระหว่างดำเนินการ เบื้องต้นพบว่ามีประมาณ 600-700 ราย ที่เอกสารครบถ้วนและเข้าองค์ประกอบตามหลักเกณฑ์ ซึ่งจะเร่งประสานให้จังหวัดพิจารณาโดยเร็ว พร้อมเตรียมนำเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางเข้ามาสนับสนุนการทำงาน หากจังหวัดมีข้อจำกัดด้านบุคลากรหรือข้อกฎหมาย
“ย้ำว่า รัฐบาลไม่ได้มีเป้าหมายที่จะดำเนินการจับกุมผู้ประกอบการทั้งหมด แต่ต้องการให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้อง และสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว”
“หากเรามุ่งแต่จับผิด ภูเก็ตก็คงต้องปิดทั้งเกาะ ซึ่งไม่ใช่เจตนารมณ์ของรัฐบาล แต่ขณะเดียวกันเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยของอาคาร ระบบป้องกันอัคคีภัย และทางหนีไฟ ก็เป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้”
รมช.มหาดไทย ยังกล่าวถึงแนวทางแก้ปัญหากลุ่มทุนต่างชาติและนอมินี ที่เข้ามาประกอบธุรกิจแข่งขันกับผู้ประกอบการไทย ว่า รัฐบาลต้องการจัดการปัญหาอย่างจริงจัง หลังได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการแข่งขันด้านราคาที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในพื้นที่

ด้าน ชินวัฒน์ อุดมนิยม นายกสมาคมที่พักบูติกภูเก็ต ตัวแทนภาคีเครือข่ายผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็กทั่วประเทศ กล่าวว่า การลงพื้นที่ของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครั้งนี้ ถือเป็นความหวังสำคัญของผู้ประกอบการ หลังต่อสู้ปัญหาด้านกฎหมายมานานกว่า 10 ปี


ชินวัฒน์ กล่าวว่า ปัญหาหลักเกิดจากกฎกระทรวงฉบับที่ 4 ที่หมดอายุและอยู่ระหว่างการแก้ไข ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนมากเกิดความกังวล โดยเฉพาะความเสี่ยงถูกจับ ปรับ หรือดำเนินคดี ระหว่างรอหลักเกณฑ์ใหม่มีผลบังคับใช้
พร้อมเสนอให้ภาครัฐมีมาตรการคุ้มครองผู้ประกอบการรายย่อยที่แสดงความประสงค์เข้าสู่ระบบ โดยใช้มาตรการชั่วคราวระหว่างรอกฎหมายใหม่ เพื่อให้สามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้อย่างถูกต้อง
ข้อมูลจากผู้ประกอบการระบุว่า ปัจจุบันจังหวัดภูเก็ตมีโรงแรมที่ได้รับใบอนุญาตประมาณ 998 แห่ง ขณะที่โรงแรมที่ยังไม่มีใบอนุญาตมีประมาณ 5,433 แห่ง ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาภูเก็ตปีละหลายล้านคน
ผู้ประกอบการระบุว่า อุปสรรคสำคัญส่วนหนึ่งมาจากข้อกำหนดด้านกายภาพของอาคาร เช่น เงื่อนไขพื้นที่และข้อจำกัดตามกฎหมายเดิม จึงเสนอให้พิจารณาปรับหลักเกณฑ์โดยเน้นความปลอดภัยและความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร ตามมาตรฐานวิศวกรรม เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพธุรกิจในปัจจุบัน

ทั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่า จะนำข้อมูลจากจังหวัดภูเก็ตไปใช้ประกอบการพิจารณาแก้ไขปัญหาในภาพรวม พร้อมเตรียมลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการในภูมิภาคต่างๆ เพื่อจัดทำแนวทางที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบได้มากขึ้น ควบคู่กับการรักษามาตรฐานความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว





