ผลการสำรวจประจำเดือนพฤศจิกายน 2566 แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวที่ดีขึ้นของดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 โดยมีผลจากนโยบายลดค่าครองชีพที่รัฐบาลได้นำเสนอ เช่น ลดค่าไฟฟ้าและน้ำมัน รวมถึงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับความสนใจ ทำให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นในการใช้จ่ายและลดความกังวลในเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ผู้บริโภคเห็นว่ามีความเสถียรภาพที่เพิ่มขึ้นหลังจากการสลายขั้วการเมืองและการเคลียร์ข้อขัดแย้งทางการเมือง ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตามผู้บริโภคยังมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกชะลอตัว สงครามในตะวันออกกลางที่อาจยืดเยื้อบานปลาย ตลอดจนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเชิงนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อของประเทศต่างๆ ทั่วโลก ที่อาจเป็นปัจจัยที่เพิ่มแรงกดดันของการฟื้นตัวของระบบเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งส่งผลลบต่อการส่งออกของไทยทำให้การส่งออกในช่วงนี้หดตัวลง และมีผลกระทบในเชิงลบต่อกำลังซื้อของประชาชนในทุกภูมิภาค
ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม อยู่ที่ระดับ 55.1 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม 57.6 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 69.9 ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ทุกรายการ เมื่อเทียบกับดัชนีในเดือนตุลาคม ที่อยู่ในระดับ 54.5 57.0 และ 69.2 ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ดัชนียังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ (ที่ระดับ 100) แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคยังคงเห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังคงฟื้นตัวช้าค่าครองชีพสูงและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในประเทศไทยและทั่วโลก ตลอดจนสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน กับอิสราเอลกับฮามาสในปาเบนไตน์อาจยืดเยื้อ ส่งผลกระทบทางจิตวิทยาในเชิงลบต่อกำลังซื้อภายในประเทศ ภาคการท่องเที่ยว ภาคการส่งออก ธุรกิจโดยทั่วไป และการจ้างงานในอนาคต โดยยังคงมีโอกาสบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งในปัจจุบันและในอนาคตได้อย่างต่อเนื่องในระยะอันใกล้นี้




