ทองแดงขาดแคลน หนุนกำไรบริษัทเหมืองแร่โลกพุ่ง

22 ก.พ. 2569 - 13:59

  • BHP กำไรพุ่ง 28% เป็น 5.64 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ กลายเป็นผู้ผลิตทองแดงใหญ่ที่สุดในโลก

  • ราคาทองแดงเพิ่มขึ้น 40% ในปี 2024 จากความต้องการพลังงานสะอาดและเทคโนโลยี AI

  • ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ทองแดงจะขาดแคลนในปีนี้ เนื่องจากการพัฒนาเหมืองใหม่ใช้เวลานาน 16 ปี

ทองแดงขาดแคลน หนุนกำไรบริษัทเหมืองแร่โลกพุ่ง

บริษัทเหมืองแร่ยักษ์ใหญ่ทั่วโลกทยอยรายงานผลประกอบการแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนจากราคาทองแดงที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ท่ามกลางความต้องการใช้โลหะสำคัญชนิดนี้ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและปัญญาประดิษฐ์

กำไรบริษัทเหมืองแร่โต

บริษัท BHP กลุ่มทรัพยากรธรรมชาติรายใหญ่ของออสเตรเลีย เปิดเผยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 28% แตะ 5.64 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงครึ่งปีแรกของปีการเงิน พร้อมระบุว่าปัจจุบันบริษัทเป็นผู้ผลิตทองแดงรายใหญ่ที่สุดของโลก หลังเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นราว 30% ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา รวมถึงผลผลิตจากเหมืองเอสคอนดิดา (Escondida) ในชิลี

ด้าน Glencore บริษัทเหมืองแร่และค้าสินค้าโภคภัณฑ์จากสวิตเซอร์แลนด์ ประกาศกลับมามีกำไรในปีที่ผ่านมา และวางแผนเพิ่มการผลิตทองแดงเป็นสองเท่าภายในทศวรรษ ขณะที่ Teck Resources ของแคนาดา ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาควบรวมกิจการมูลค่าสูงกับ Anglo American ระบุว่ากำไรเติบโตชัดเจน จากแรงหนุนของ “ราคาทองแดงที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ”

ทองแดงกลายเป็นโลหะมีค่า

ทองแดงกำลังถูกจับตาในฐานะโลหะยุทธศาสตร์ เนื่องจากมีบทบาทสำคัญต่อเทคโนโลยีแห่งอนาคต ทั้งแผงโซลาร์เซลล์ กังหันลม รถยนต์ไฟฟ้า อุปกรณ์ทางทหาร ตลอดจนศูนย์ข้อมูลสำหรับระบบปัญญาประดิษฐ์

แรงซื้อที่เพิ่มขึ้นผลักดันให้ราคาทองแดงในตลาด London Metal Exchange (LME) ปรับตัวขึ้นราว 40% ในปีที่ผ่านมา และเคยแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อต้นปี 2025 โดยมีปัจจัยหนุนจากปัญหาการหยุดชะงักการผลิตในประเทศผู้ผลิตหลัก เช่น ชิลี อินโดนีเซีย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก

เบนจามิน ลูเวต์ (Benjamin Louvet) หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์จาก Ofi Invest AM มองว่า นโยบายการค้าของสหรัฐฯ ก็มีส่วนกระตุ้นตลาดเช่นกัน โดยความกังวลเรื่องภาษีนำเข้าทำให้หลายบริษัทเร่งสะสมสต็อกทองแดง ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯ กับจีนยังเพิ่มความผันผวนให้ตลาดโลหะโลก

ความเสี่ยงการขาดแคลนทองแดง

ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายเตือนว่า ตลาดทองแดงอาจเผชิญภาวะตึงตัวมากขึ้น ฟิลิปป์ ชาลแมง (Philippe Chalmin) ศาสตราจารย์ด้านสินค้าโภคภัณฑ์จากมหาวิทยาลัย Paris-Dauphine ระบุว่า “ความเสี่ยงการขาดแคลนเชิงโครงสร้างเริ่มชัดเจนขึ้น” เนื่องจากความต้องการที่เร่งตัวจากการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

อีกหนึ่งข้อจำกัดสำคัญคือ ระยะเวลาการพัฒนาเหมืองใหม่ที่ยาวนาน โดยข้อมูลจาก International Energy Agency (IEA) ชี้ว่า โดยเฉลี่ยต้องใช้เวลาราว 16 ปี ส่งผลให้นักลงทุนจำนวนไม่น้อยยังลังเล ท่ามกลางความไม่แน่นอนของราคาในระยะยาว

ราคาสินค้าโภคภัณฑ์กับหุ้น

ลูเวต์ อธิบายว่า ราคาทองแดงจำเป็นต้องขยับขึ้นแตะระดับประมาณ 15,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน จึงจะจูงใจให้ผู้ประกอบการตัดสินใจลงทุนเหมืองใหม่อย่างจริงจัง แม้ปัจจุบันราคาจะอยู่ในระดับสูง แต่ยังซื้อขายต่ำกว่า 13,000 ดอลลาร์ต่อตันใน LME

เขายังมองว่า แม้หลายประเทศจะพิจารณาสร้างสต็อกยุทธศาสตร์เพิ่มขึ้น แต่ก็อาจไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนสมดุลอุปสงค์-อุปทานในตลาดโลกได้อย่างมีนัยสำคัญในระยะสั้น

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์