เครือซีพีเดินหน้าสร้าง Sustainable Supply Chain ผนึกพลังคู่ค้า ยกระดับทั้งห่วงโซ่คุณค่าสู่การเติบโตที่แข่งขันได้และยั่งยืน

12 มิ.ย. 2569 - 14:40

  • เครือซีพียกระดับคู่ค้า สู่ “Strategic Partner” ร่วมสร้างห่วงโซ่คุณค่าที่แข็งแกร่ง โปร่งใส และเติบโตไปด้วยกัน

  • เดินหน้าสร้าง Responsible Supply Chain ผ่าน 3 ยุทธศาสตร์หลัก ลดคาร์บอน เศรษฐกิจหมุนเวียน และสิทธิมนุษยชน มุ่งสู่ Net Zero 2050

  • ชี้อนาคตธุรกิจแข่งขันกันทั้ง Ecosystem พร้อมใช้ AI และนวัตกรรมเสริมความแข็งแกร่งห่วงโซ่อุปทาน

เครือซีพีเดินหน้าสร้าง Sustainable Supply Chain ผนึกพลังคู่ค้า ยกระดับทั้งห่วงโซ่คุณค่าสู่การเติบโตที่แข่งขันได้และยั่งยืน

ในวันที่โลกธุรกิจกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ ตลอดจนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเปลี่ยนกติกาการแข่งขันอย่างรวดเร็ว “ห่วงโซ่อุปทาน” กำลังกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดในการกำหนดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจทั่วโลก

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และกลุ่มธุรกิจในเครือ จัดงาน CP Sustainable Supply Chain Forum 2026 ภายใต้แนวคิด “Driving Competitive Advantage through Sustainable Growth”
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และกลุ่มธุรกิจในเครือ จัดงาน CP Sustainable Supply Chain Forum 2026 ภายใต้แนวคิด “Driving Competitive Advantage through Sustainable Growth”

ภายใต้บริบทดังกล่าว เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และกลุ่มธุรกิจในเครือ จัดงาน CP Sustainable Supply Chain Forum 2026 ภายใต้แนวคิด “Driving Competitive Advantage through Sustainable Growth” เพื่อสร้างความร่วมมือกับคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจจากหลากหลายอุตสาหกรรม ยกระดับมาตรฐานห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ทั้งระบบ พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตที่แข่งขันได้และยั่งยืนในโลกเศรษฐกิจยุคใหม่

งานดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้บริหาร คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียที่เข้าร่วมงานหลายร้อยราย สะท้อนให้เห็นว่าประเด็นด้าน ESG การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสร้างความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทาน กำลังกลายเป็นวาระสำคัญของภาคธุรกิจ

เมื่อโลกเปลี่ยน การแข่งขันจึงเปลี่ยนจาก “องค์กร” สู่ “ทั้งห่วงโซ่อุปทาน”

ในอดีต ภาคธุรกิจอาจแข่งขันกันด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุด หรือความเร็วในการผลิต แต่วันนี้ผู้บริโภค นักลงทุน และคู่ค้าทั่วโลกต่างต้องการคำตอบที่มากกว่าเดิม ทั้งที่มาของวัตถุดิบ วิธีการผลิต การใช้พลังงาน การปล่อยคาร์บอน ตลอดจนการดูแลสิทธิมนุษยชนและแรงงานตลอดห่วงโซ่คุณค่า

ปัจจุบัน ความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจจึงไม่ได้ถูกวัดจากประสิทธิภาพขององค์กรเพียงลำพังอีกต่อไป แต่ถูกประเมินจากความแข็งแกร่ง ความโปร่งใส และความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานทั้งระบบ ขณะเดียวกันหลายประเทศกำลังออกกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและการตรวจสอบย้อนกลับที่เข้มข้นขึ้น ทำให้ ESG กลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของการค้า การลงทุน และการเข้าถึงตลาดโลก

ด้วยเหตุนี้ องค์กรชั้นนำทั่วโลกจึงกำลังปรับโครงสร้างห่วงโซ่คุณค่าใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อให้สามารถรับมือกับความเสี่ยง สร้างความเชื่อมั่น และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในระยะยาว

ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์
ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์

“Partner Not Vendor” เปลี่ยนคู่ค้าสู่พันธมิตรเชิงกลยุทธ์

หนึ่งในหัวข้อสำคัญของงาน คือ “Supplier Transformation : Partner Not Vendor” โดย ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าโลกธุรกิจยุคใหม่กำลังเข้าสู่ยุคที่องค์กรไม่สามารถเติบโตเพียงลำพังได้อีกต่อไป

“เรื่องของเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี AI รวมถึงวิกฤต Climate Change กำลังเปลี่ยนโลกธุรกิจอย่างรวดเร็ว สิ่งที่เปลี่ยนไปพร้อมกับโลกก็คือ ห่วงโซ่คุณค่า ซึ่งวันนี้ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจโลก และเป็นตัวชี้วัดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในอนาคต”

ดร.ธีระพล กล่าวว่า เครือซีพีให้ความสำคัญกับการพัฒนาคู่ค้าในฐานะ “Strategic Partner” มากกว่าการเป็นเพียงผู้ส่งมอบสินค้าและบริการ โดยมุ่งสนับสนุนให้คู่ค้ายกระดับศักยภาพด้าน ESG การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม การลดคาร์บอน การเคารพสิทธิมนุษยชน การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และการสร้างนวัตกรรม เพื่อร่วมกันสร้างห่วงโซ่อุปทานที่โปร่งใส มีความรับผิดชอบ และพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต

“การสร้างห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง โปร่งใส และยืดหยุ่น ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่าย การเติบโตไปด้วยกันและยกระดับไปด้วยกัน คือรากฐานสำคัญของการสร้างอนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนสำหรับทุกคน” ดร.ธีระพล กล่าว

ภาคเอกชนคือพลังสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน

“ภาคเอกชนเป็นกลุ่มธุรกิจที่ยืนยงยาวนานมากกว่าภาครัฐบาล 4 ปี รัฐบาลก็เปลี่ยนตามวาระ แต่ภาคเอกชนเรายืนพื้น เพราะฉะนั้นการคง Policy ระยะยาวในการบรรลุเป้าหมายความยั่งยืน หรือว่าการ Apply ตัวเองเพื่อให้เข้ากับระบบของโลก เรามีความได้เปรียบ แล้วเราเป็นความหวังในการที่จะยืน Policy ระยะยาวในการสร้างความเปลี่ยนแปลง”

ดร.ธีระพล สะท้อนมุมมองต่อบทบาทของภาคธุรกิจในการขับเคลื่อนความยั่งยืนในระยะยาว

มุมมองดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ภาคธุรกิจไม่ได้เป็นเพียงผู้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของโลก แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และสร้างมาตรฐานใหม่ของการเติบโตที่สมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

3 ยุทธศาสตร์สร้าง Future-Ready Supply Chain

เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ Sustainable Supply Chain อย่างเป็นรูปธรรม เครือซีพีดำเนินงานผ่าน 3 ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่

1.           Responsible Supply Chain การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างมีความรับผิดชอบ โปร่งใส และตรวจสอบย้อนกลับได้

2.           Decarbonization & Circular Economy การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน และมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050

3.           Human Rights การดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของการเคารพสิทธิมนุษยชนตามหลักการสากลตลอดห่วงโซ่คุณค่า

นอกจากนี้ เครือซีพียังสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านเครื่องมือและแพลตฟอร์มดิจิทัลด้าน ESG ระบบบริหารจัดการคาร์บอน การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดี รวมถึงความร่วมมือกับภาคการเงิน เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึง Green Finance และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ

เวทีเสวนา “CP x TNN Earth Special Session : โลกเปลี่ยน Supply Chain เปลี่ยน” ฃ
เวทีเสวนา “CP x TNN Earth Special Session : โลกเปลี่ยน Supply Chain เปลี่ยน” ฃ

เมื่อ ESG และ AI กลายเป็นเครื่องยนต์ใหม่ของการแข่งขัน

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงานคือเวทีเสวนา “CP x TNN Earth Special Session : โลกเปลี่ยน Supply Chain เปลี่ยน” ที่รวบรวมผู้แทนจากองค์กรชั้นนำ อาทิ Huawei, CP AXTRA และ ERM-Siam ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับผลกระทบของ Climate Change ความผันผวนทางเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI

เวทีดังกล่าวสะท้อนภาพตรงกันว่า “ความยั่งยืน” กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการแข่งขันทางธุรกิจ ขณะที่เทคโนโลยี ข้อมูล และนวัตกรรม จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้าง Supply Chain ที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสามารถรับมือกับความไม่แน่นอนของโลกในอนาคต

cp-sustainable-supply-chain-value-chain-sustainable-growth-SPACEBAR-Photo04.jpg

ภายในงานยังมีการถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญของเครือซีพีและองค์กรพันธมิตร ครอบคลุมประเด็นสำคัญด้าน ESG มาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล การเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียว (Green Finance) การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก การเตรียมความพร้อมด้าน ESG Audit การบริหารจัดการสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และการตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่คุณค่า

นอกจากนี้ ผู้บริหารจากกลุ่มธุรกิจต่างๆ ในเครือซีพี อาทิ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ซีพีแลนด์ และ Amaze ยังได้ร่วมแบ่งปันแนวทางการยกระดับห่วงโซ่คุณค่าของแต่ละธุรกิจ เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าความยั่งยืนได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ และเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในอนาคต

cp-sustainable-supply-chain-value-chain-sustainable-growth-SPACEBAR-Photo05.jpg

สร้าง Ecosystem แห่งการเติบโต เพื่ออนาคตของธุรกิจไทย

การจัดงาน CP Sustainable Supply Chain Forum 2026 ไม่ได้เป็นเพียงเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านความยั่งยืน แต่สะท้อนบทบาทของเครือซีพีในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนในระดับระบบนิเวศธุรกิจ (Business Ecosystem)

ภายใต้แนวคิด “Go Together, Scale Together” เครือซีพีเชื่อว่าการเติบโตอย่างยั่งยืนต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนในห่วงโซ่คุณค่า เพื่อร่วมกันบริหารจัดการความเสี่ยง ยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจ และสร้างคุณค่าร่วมให้กับเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

เพราะในโลกที่ความยั่งยืนกำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการแข่งขัน คำถามสำคัญไม่ได้อยู่ที่ธุรกิจจะเติบโตได้เร็วเพียงใด แต่อยู่ที่ว่าจะสามารถเติบโตไปพร้อมกับคู่ค้า ชุมชน และโลกใบนี้ได้อย่างไร?

และนั่นคือหัวใจสำคัญของการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ยั่งยืนในศตวรรษที่ 21

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์