‘ยาไทย’ ถูกและดี แต่ไม่มีแรงหนุน!

10 ก.ค. 2566 - 14:00

  • ยาไทย มาตรฐานระดับโลก แต่การเข้าถึงยาของคนไทย อยู่ในระดับไหน? ความมั่นคงทางยาของประเทศไทย เป็นอย่างไร?

  • วงการยา สะท้อนอุปสรรคยาไทย โตก้าวไกล คู่เมดดิคัลฮับ

  • พร้อมชวนรู้ ยาไทยก้าวถึงไหน? ถามตอบทุกเรื่องสุขภาพและยาไทย ในงาน CPHI South East Asia 2023

CPHI_South_East_Asia_2023_Informa_Markets_medical_hub_SPACEBAR_Thumbnail_f7f534923d.jpeg
‘ความมั่นคงด้านยาในระบบสุขภาพไทย’ เป็นโจทย์สำคัญและเป็นประเด็นที่คนวงการสุขภาพและยาไทยพูดถึงมาโดยตลอด วิกฤตการณ์โควิด-19 เป็นจุดหนึ่งชี้ชัดได้ว่า ใคร-ประเทศไหน ‘แกร่ง’ สามารถ ‘พึ่งพาตัวเอง’ ทางด้านยาได้ ก่อนได้เห็นภาพ ‘ช่วงชิงทรัพยากรยา’ อย่างถึงที่สุด  

หันมามองประเทศไทย กล่าวได้ว่า ปัจจุบันไทยก็ยังอยู่ในจุด ‘ไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้’ เท่าที่ควร มีข้อพิจารณาหลักๆ ดูได้จาก ‘มูลค่าการผลิตยาในประเทศ’ เทียบเคียงตัวเลขการนำเข้ายาจากต่างประเทศ พบสัดส่วนอยู่ที่ 33 ต่อ 67 จะดีกว่าไหม ถ้าไทยผลิตเองได้มากขึ้น 

เรื่องนี้ มีการถกในเวที เวที CPHI ที่จัดโดย บริษัท อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย รีวิวให้เห็นภาพในอุตสาหกรรมยา ก่อนที่งาน ซีพีเอชไอ เซาท์อีส เอเชีย 2023 (CPHI South East Asia 2023) จะเริ่มขึ้นช่วงวันที่ 12-14 กรกฎาคมนี้ที่ ฮอลล์ 1-3 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชี้ว่า เป็นเรื่องดี ถ้าเราผลิตยาได้เองได้มากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะนั่นแสดงให้เห็นว่า ไทยเริ่มมีความมั่นคงทางยามากขึ้น ซึ่งขณะนี้ศักยภาพประเทศไทยก็มีความพร้อมทั้งด้านการวิจัยและพัฒนา ขอเพียงรัฐให้การสนับสนุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการต่ออายุสิทธิบัตรยา ที่อยากให้มีระยะเวลารวดเร็วขึ้น  

ย้อนดูวงการผลิตยา 

ปัจจุบันการผลิตยาในประเทศไทย มี 2 ส่วน ประกอบด้วย 
  1. หน่วยงานของรัฐ ได้แก่ องค์การเภสัชกรรม และโรงงานเภสัชกรรมทหาร เน้นเน้นผลิตยาชื่อสามัญ และจำหน่ายในประเทศ เพื่อทดแทนยานำเข้าจากต่างประเทศ   
  2. บริษัทยาเอกชน ซึ่งแบ่งออกเป็นบริษัทยาเอกชนของคนไทย เน้นผลิตยาชื่อสามัญทั่วไป และมีราคาไม่สูง ส่วนอีกกลุ่มคือบริษัทยาของต่างชาติ ถือหุ้นส่วนใหญ่โดยต่างชาติ เป็นตัวแทนนำเข้ายาต้นตำรับ หรือยาจดสิทธิบัตรมาจำหน่ายในราคาที่ค่อนข้างสูง และมีบางรายเข้ามาตั้งโรงงานผลิตยาสำเร็จรูป สำหรับกลุ่มยาที่มีมูลค่าการผลิตสูงสุด ได้แก่ กลุ่มยาแก้ปวด/แก้ไข้  
ประเทศไทยบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการผลิตยาในประเทศ 2 ฉบับ ได้แก่ ‘พระราชบัญญัติสิทธิบัตร’ (กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา) ซึ่งเป็นการคุ้มครองสิทธิ์ผู้คิดค้นยา โดยมีกรมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหน่วยงานรับจดสิทธิบัตรยา และ ‘พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม’  ซึ่งมีบทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับการผลิต นำเข้า และขาย ยาในประเทศ โดยมีสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นหน่วยงานกำกับดูแล และรับผิดชอบในการออกใบอนุญาตและลงทะเบียนยาที่จะจำหน่ายในประเทศ 

ปัจจุบันผู้ผลิตยาเอกชนในประเทศเผชิญแรงกดดันอะไรบ้าง  

  1. การเข้ามาแข่งขันของยาราคาถูกจากอินเดียและจีนที่มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าไทย  
  2. ผู้ผลิตภาคเอกชนยังค่อนข้างเสียเปรียบองค์การเภสัชกรรมทั้งด้านต้นทุนการผลิตและโอกาสการเข้าถึงช่องทางการจัดจำหน่าย  
  3. กระทรวงสาธารณสุขและกรมบัญชีกลางกำหนดราคากลางยา เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายด้านยา และทำให้สถานพยาบาลของรัฐสามารถจัดซื้อยาในราคาที่เหมาะสม เป็นข้อจำกัดต่อการปรับขึ้นราคายาบางประเภท  
  4. การปฏิบัติตามมาตรฐาน GMP-PIC/S เนื่องจากไทยเป็นสมาชิกการตรวจประเมินยาแห่งสหภาพยุโรป (Pharmaceutical Inspection Co-operation Scheme) ทำให้ภาระต้นทุนของผู้ผลิตเพิ่มขึ้น 

ตอบแผน ‘มั่นคงทางยา’ ต้องทำอย่างไรบ้าง? 

ภญ.ปาริชาติ แคล้วปลอดทุกข์ ผู้เชี่ยวชาญ 10 ฝ่ายขาย องค์การเภสัชกรรม เผย สถานการณ์ระบบสาธารณสุขประเทศไทยนั้น มีศักยภาพและมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยอยู่ในอันดับที่ 5 ของโลก แต่ต้องยอมรับว่า เรายังเป็นประเทศผู้ผลิตยาเองได้น้อย ทั้งๆ ที่ผู้ผลิตยาภายในประเทศมีมาตรฐานการผลิตที่สูง และเป็นที่ยอมรับ แต่ด้วยวัตถุดิบในการผลิตยาส่วนใหญ่ ยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ดังนั้น หากต้องวางแผนความมั่นคงทางการยา เราเองต้องลดการพึ่งพิงการนำเข้า สร้างศักยภาพและพัฒนาขีดความสามารถในการดำเนินการด้านยาแบบครบวงจร ตั้งแต่ระดับต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำของประเทศ มุ่งเพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเองด้วยการวิจัย พัฒนา เทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิต โดยเฉพาะความสามารถในการวิจัยพัฒนา และผลิต API และยานวัตกรรมและมูลค่าสูง โดยเฉพาะในกลุ่ม Biopharmaceutical ซึ่งขณะนี้ องค์การเภสัชกรรมได้ดำเนินการไปแล้วหลายเรื่อง เช่น เป็นหนึ่งในหลายหน่วยงานที่พัฒนาวัคซีนป้องกันโรคระบาด ร่วมกับภาคเอกชนในการวิจัยและพัฒนายาที่มีความจำเป็น เหล่านี้เป็นต้น 

ภก.สุรชัย เรืองสุขศิลป์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยา สภาอุตสาหกรรมแหล่งประเทศไทย เผย อุตสาหกรรมยาเป็นส่วนหนึ่งของ Medical Hub ที่ไทยกำลังเดินหน้า เพราะ ‘ยา’ จะเข้าไปอยู่ในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นสังคมสูงอายุ การศัลยกรรม โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ฯลฯ ดังนั้น ในงาน ซีพีเอชไอ เซาท์อีส เอเชีย 2023 ในครั้งนี้ จะทำให้เราได้เห็นก้าวต่อไปของอุตสาหกรรมยาไทย เครื่องมือขยายตลาดยาไทย สู่เป้าหมายการเติบโตของอุตสาหกรรมยาในภูมิภาคเอเชีย เสริมความแกร่งผู้ผลิตยาไทยให้มีศักยภาพเทียบเท่ามาตรฐานสากล พร้อมก้าวสู่ผู้ผลิตยารายสำคัญของโลก  

อีกด้าน คือ งานนี้จะเป็นตัวกลาง การประสานให้เกิดความร่วมมือที่จะส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลและร่วมพัฒนาธุรกิจ การค้า การลงทุน ทั้งในระดับประเทศ และระดับสากล ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการช่วยพัฒนาภาคธุรกิจเอกชนไทยให้แข็งแกร่ง มีความพร้อมร่วมกันที่จะวางรากฐานให้ประเทศไปสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และสุขภาพ เพื่อสร้างความมั่นคงทางการยาให้กับประเทศไทยต่อไป 

ด้าน รุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานภูมิภาคอาเซียน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผู้จัดงาน CPHI South East Asia 2023 เผย ไฮไลท์ในงานว่า ผู้ประกอบการ-ผู้อยู่ในวงการยา หรือผู้สนใจ ไม่ควรพลาด เพราะงานนี้อัดแน่นไปด้วยข้อมูลและความรู้ที่สำคัญในอุตสาหกรรมยา Pharma Market Hub ศูนย์รวมความรู้ด้านตลาดยาเพื่อเศรษฐกิจ โดยผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศ มาให้คำแนะนำเชิงลึกให้กับผู้ประกอบการที่สนใจ ตั้งแต่แนวโน้มความต้องการสินค้า กฎระเบียบ รวมถึงมาตรการต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค  

พร้อมกันนี้ ยังมีการนำเสนอพื้นที่กิจกรรมได้แก่ Innovation Stage , เวทีนวัตกรรมด้านบรรจุภัณฑ์ยารูปแบบใหม่ ที่กำลังจะออกสู่ตลาด รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมและ Pharma Quest กิจกรรมใหม่ เพื่อส่งเสริมนิสิต-นักศึกษาได้เข้ามามีส่วนร่วม และเพื่อดึงดูดบุคลากรคุณภาพรุ่นใหม่เข้าสู่อุตสาหกรรม  

งานนี้ ได้รับความร่วมมือทั้งจากภาครัฐและเอกชนที่สำคัญหลายหน่วย เชื่อ ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน จะช่วยผลักดันแนวทางความมั่นคงทางการยา ให้เป็นหนึ่งในเครื่องจักรกระตุ้นเศรษฐกิจไทย โดยมีธุรกิจยาจากทั่วโลกกว่า 390 บริษัท ร่วมโชว์นวัตกรรม แลกเปลี่ยนความรู้ และเจรจาทางธุรกิจ พร้อมตั้งเป้าผู้เข้าเยี่ยมชมงานกว่า 8,000 คนจากทั่วโลก 
CPHI_South_East_Asia_2023_Informa_Markets_medical_hub_SPACEBAR_Photo02_93a2971cd5.jpeg
CPHI_South_East_Asia_2023_Informa_Markets_medical_hub_SPACEBAR_Photo01_b4eb9a0737.jpeg
CPHI_South_East_Asia_2023_Informa_Markets_medical_hub_SPACEBAR_Photo03_7cbd792107.jpeg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์