กขค.ออกประกาศคุม Credit Term รายใหญ่จ่าย SME ใน 30-45 วัน
ประกาศราชกิจจาฯ แล้ว 2 ต.ค. รอครบระยะก่อนบังคับใช้ กำหนดหน้าที่ผู้ซื้อรายใหญ่ให้ชัด ห้ามยื้อจ่ายโดยไม่มีเหตุสมควร ฝ่าฝืนปรับสูงสุด 10% ของรายได้
กติกาใหม่ประกาศแล้ว มุ่งแก้รายใหญ่ยื้อจ่ายเงิน
คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ออกประกาศกำกับการปฏิบัติทางการค้าเกี่ยวกับระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า หรือ Credit Term ระหว่างธุรกิจขนาดใหญ่และธุรกิจค้าส่งค้าปลีกขนาดใหญ่กับผู้ประกอบการ SME เพื่อเพิ่มความชัดเจนในการชำระค่าสินค้าและบริการ ลดปัญหารายย่อยขาดเงินทุนหมุนเวียนระหว่างรอรับเงินจากคู่ค้า
ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 โดยกำหนดให้มีผลบังคับใช้เมื่อพ้น 30 วันนับแต่วันถัดจากวันประกาศ จึงยังไม่มีผลทันทีในวันที่เผยแพร่
กรอบชำระเงิน 30-45 วันมีอยู่ในแนวทางเดิมแล้ว การออกประกาศครั้งนี้เพิ่มความชัดเจนเรื่องหน้าที่ของผู้ซื้อ การกำหนดเงื่อนไขสัญญา และการพิจารณาพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม

เกษตรไม่เกิน 30 วัน สินค้าและบริการทั่วไปไม่เกิน 45 วัน
ประกาศกำหนด Credit Term สำหรับภาคการค้า การผลิต และบริการทั่วไป ไม่เกิน 45 วัน ส่วนการค้าที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเกษตรหรือผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปขั้นต้นที่มีกระบวนการผลิตไม่ซับซ้อน ไม่เกิน 30 วัน หากคู่ค้าตกลงระยะเวลาที่สั้นกว่านี้ไว้ก่อนแล้ว ให้ใช้ระยะเวลาที่สั้นกว่า ไม่ใช่อาศัยกรอบใหม่ขยายเวลาชำระเงินออกไป
การกำหนดระยะเวลาต่างจากกรอบดังกล่าวยังทำได้ แต่ต้องมีเหตุผลอันสมควรที่รับฟังได้ทางธุรกิจ การตลาด หรือเศรษฐศาสตร์ ภายใต้เงื่อนไขบังคับแห่งสัญญา จึงไม่ใช่ข้อห้ามแบบไม่มีข้อยกเว้น และไม่ใช่สิทธิของผู้ซื้อที่จะยืดเวลาจ่ายฝ่ายเดียว
สำหรับการเริ่มนับ Credit Term ต้องส่งมอบสินค้าหรือบริการครบตามจำนวน ประเภท และคุณภาพที่ตกลง พร้อมส่งเอกสารถูกต้องครบถ้วน ส่วนการฝากขาย หรือ Consignment ให้นับตั้งแต่วันที่ขายสินค้าครบตามจำนวนหรืออัตราที่ตกลงไว้ตามธรรมเนียมทางการค้าปกติ
ผู้ซื้อรายใหญ่ต้องแจ้งสิทธิในการรับเงินภายในระยะเวลาที่กำหนด และอธิบายขั้นตอนการจ่ายเงินให้ SME ทราบอย่างชัดเจน
ห้ามเปลี่ยนเงื่อนไขโดยไม่มีเหตุสมควร ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 60 วัน
พฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายไม่เป็นธรรม ได้แก่ การประวิงจ่ายค่าสินค้าหรือบริการเกินกำหนดโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร การเปลี่ยน Credit Term หรือเงื่อนไขสัญญาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือไม่แจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 60 วัน
ประกาศยังห้ามใช้สัญญาสำเร็จรูปกำหนด Credit Term แบบเดียวกันกับ SME ทุกรายอย่างไม่เป็นธรรม รวมถึงการบังคับเงื่อนไขพิเศษที่สร้างภาระเกินจำเป็นแก่คู่สัญญา
การแจ้งล่วงหน้าเพียงอย่างเดียวจึงไม่ได้ทำให้การเปลี่ยนเงื่อนไขเป็นธรรมเสมอไป ยังต้องพิจารณาเหตุผลและผลกระทบต่อคู่ค้าประกอบด้วย
วรวรรณ ชิตอรุณ กรรมการการแข่งขันทางการค้า เคยระบุว่า จากการลงพื้นที่พบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับโมเดิร์นเทรดบางรายประวิงจ่ายเงินนานถึง 180 วัน ขณะที่ผู้ประกอบการรายเล็กบางส่วนไม่กล้าร้องเรียน เพราะกังวลว่าจะเสียช่องทางจำหน่ายสินค้า
รายใหญ่ต้องแสดงหลักฐานที่อยู่ในความรู้เห็นของตน
ประกาศกำหนดว่า หากจำเป็นต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เป็นธรรม และข้อเท็จจริงนั้นอยู่ในความรู้เห็นโดยเฉพาะของผู้ซื้อรายใหญ่ ผู้ซื้อมีหน้าที่แสดงข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานต่อ กขค.
ข้อกำหนดนี้ช่วยลดอุปสรรคของ SME ในการเข้าถึงข้อมูลของคู่ค้า แต่ไม่ได้หมายความว่าภาระพิสูจน์ทุกเรื่องย้ายไปอยู่ที่รายใหญ่ทั้งหมด ผู้ร้องเรียนยังควรเก็บสัญญา ใบสั่งซื้อ หลักฐานส่งมอบ เอกสารวางบิล และการแจ้งเปลี่ยนเงื่อนไขไว้ประกอบเรื่องร้องเรียน
ผู้ฝ่าฝืนประกาศเข้าข่ายการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้า มีโทษปรับทางปกครอง ไม่เกิน 10% ของรายได้ในปีที่กระทำความผิด ส่วนการกระทำผิดในปีแรกของการประกอบธุรกิจ กำหนดค่าปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยอัตราสูงสุดไม่ได้หมายความว่าทุกกรณีจะถูกปรับเต็มจำนวนทันที
เงินเข้าตรงเวลา ช่วย SME ลดภาระทุนหมุนเวียน
ปัญหา Credit Term กระทบธุรกิจตั้งแต่ซื้อวัตถุดิบ จ่ายค่าจ้าง ไปจนถึงรับคำสั่งซื้อรอบใหม่ แม้ขายสินค้าได้แล้ว แต่หากยังรับเงินไม่ได้ ผู้ประกอบการต้องใช้เงินสะสมหรือกู้เพิ่มเพื่อให้กิจการเดินต่อ
ข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทยอธิบายว่า ระยะเวลารับชำระเงินมีผลโดยตรงต่อสภาพคล่องและวงจรเงินสด โดย SME ที่เป็นคู่ค้าธุรกิจขนาดใหญ่เสี่ยงถูกขยายเวลาจ่ายผ่านอำนาจต่อรองที่เหนือกว่า
ประกาศฉบับนี้จึงมุ่งให้การซื้อขายมีเงื่อนไขที่ชัดและตรวจสอบได้ เมื่อผู้ซื้อจ่ายตามกำหนด SME จะวางแผนเงินสดได้ดีขึ้น ลดความจำเป็นในการกู้ระหว่างรอรับเงิน และมีทุนดำเนินธุรกิจต่อ โดยสำนักงาน กขค.มีหน้าที่ติดตามพฤติกรรมและรวบรวมความเห็นผู้เกี่ยวข้องทุกเดือน เพื่อใช้ทบทวนการกำกับดูแลต่อไป





