ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นมากกว่าร้อยละ 1 ในวันพุธ หลังความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านทวีความรุนแรง โดยน้ำมันดิบเบรนท์แตะระดับ 99.67 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่เวสต์เทกซัสอินเทอร์มีเดียต (WTI) เข้าใกล้ 95 ดอลลาร์ นับเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน ความตึงเครียดที่ยืดเยื้อมากกว่า 7 เดือนในภูมิภาคตะวันออกกลางกำลังจุดชนวนความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและแรงกดดันต่อนโยบายการเงินทั่วโลก
อิหร่านโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน
อิหร่านประกาศเมื่อวันพุธว่าได้โจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ ต่อเรือรบของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งก่อนหน้านั้นเป็นการตอบโต้การยิงขีปนาวุธพิสัยไกลใส่เรือรบของสหรัฐฯ นอกจากนี้ อิหร่านยังแจ้งเตือนผ่านสำนักข่าวรัฐบาล IRNA ว่าจะโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันนอกชายฝั่งคูเวตและบาห์เรน พร้อมเรียกร้องให้ลูกเรือละทิ้งเรือโดยทันที
เส้นทางขนส่งพลังงานโลกถูกคุกคาม
ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซที่สำคัญที่สุดของโลกถูกอิหร่านปิดกั้นอยู่ในขณะนี้ ทำให้ซาอุดีอาระเบียต้องพึ่งพาเส้นทางผ่านช่องแคบบาบเอลมันดับในทะเลแดงมากขึ้น แต่เส้นทางดังกล่าวก็ถูกกลุ่มฮูตีจากเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านโจมตีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านน้ำมันอยู่เช่นกัน ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลกตกอยู่ในภาวะเปราะบาง
นักวิเคราะห์เตือนผลกระทบต่อเงินเฟ้อและดอกเบี้ย
ฟาวาด ราซาคซาดา นักวิเคราะห์ตลาดจาก FOREX.com ระบุว่า ความขัดแย้งที่ต่อเนื่องในตะวันออกกลางทำให้นักลงทุนกังวลเรื่องการหยุดชะงักของอุปทาน และผลักดันความกังวลด้านเงินเฟ้อให้เพิ่มสูงขึ้น
"หากราคาน้ำมันพุ่งสูงต่อเนื่อง จะบั่นทอนความก้าวหน้าในการควบคุมเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางอาศัยเป็นเหตุผลในการปรับลดดอกเบี้ย ขณะเดียวกันก็บีบคั้นทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจ"
ทุกสายตาจับจ้องดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) สหรัฐฯ ที่จะเปิดเผยในวันศุกร์ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้าหรือไม่
ตลาดหุ้นผันผวน เอเชียสวนทิศ
ดัชนีหุ้นวอลล์สตรีททั้งสามตัวปิดตลาดลดลง โดยดาวโจนส์ร่วงร้อยละ 1.2 ปิดที่ 52,786.07 จุด ส่วนตลาดในเอเชียมีทิศทางผสม ตลาดโซลนำโด่งจาก SK hynix ที่พุ่งขึ้นกว่าร้อยละ 3 และซัมซุงที่เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 1 ขณะที่นิกเกอิในโตเกียวขยับขึ้นร้อยละ 0.4 อยู่ที่ 65,495.23 จุด ด้านค่าเงินเยนแข็งค่าอยู่ที่ราว 153.50 เยนต่อดอลลาร์





