‘DATA Bureau’ ความหวังปราบสแกมเมอร์ ยกเครื่องดิจิทัลไทยสู่มาตรฐาน OECD

13 ต.ค. 2569 - 17:47

  • ปัญหาเงินและข้อมูลรั่วไหล ทำให้ไทยเกิดความสูญเสียมูลค่ามหาศาล เพราะขาดการวางรากฐาน ‘การป้องกัน’ ตั้งแต่ต้น

  • ‘Data Bureau’ คือกลไกที่หวังช่วยป้องกันการรั่วไหลของเงินและข้อมูลจากแก๊งสแกมเมอร์ และตรวจสอบได้

  • ยกระดับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และคุณภาพชีวิตของประชาชน ตามมาตรฐาน OECD

‘DATA Bureau’ ความหวังปราบสแกมเมอร์ ยกเครื่องดิจิทัลไทยสู่มาตรฐาน OECD

แม้ไทยกำลังเข้าสู่ยุคสังคมไร้เงินสด เราครองแชมป์การทำธุรกรรมผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟนเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แต่ภายใต้ความล้ำหน้าของ Mobile Banking และการทำธุรกรรมด้วยเทคโนโลยีในรูปแบบต่าง ๆ กลับมีอาชญากรรมไซเบอร์ที่ขโมยเงินในกระเป๋าของคนไทยจำนวนมหาศาลอยู่ทุกวัน คำถามสำคัญคือ ทำไมกฎหมายมากมายที่ไทยมีอยู่ในตอนนี้และการกวาดล้างของเจ้าหน้าที่จึงยังไม่เพียงพอ 

ดร.ปริญญา หอมเอนก ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ชี้ถึง ‘รอยรั่วเชิงระบบ’ พร้อมนำเสนอ ‘กลไก’ ที่จะมาสกัดกั้นการโกงจากแก๊งสแกมเมอร์ที่เรียกว่า ‘DATA Bureau’ 

ปัญหาข้อมูลรั่ว มาจากการไม่ตั้ง ‘กฎ’ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลอย่างปลอดภัยตั้งแต่ต้น 

ดร.ปริญญา เริ่มต้นด้วยการอธิบายถึงที่มาของปัญหาเงินและข้อมูลรั่วไหลมูลค่ามหาศาลที่ตามจับไม่ทันในแต่ละวันว่าเกิดจากการวางโครงสร้างการป้องกันที่เป็นมาตรฐานในตอนต้น โดยกล่าวว่า ประเทศไทยมีการพัฒนาด้านดิจิตอลค่อนข้างมาก โดยเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ที่ใช้มือถือในการทำธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งกระบวนการทางด้านการเงินค่อนข้างล้ำหน้า เรียกว่าติดระดับ Top 5 ของโลก แต่ความมั่นคงปลอดภัย (security) ไม่ได้เป็น ‘ความปลอดภัยตั้งแต่การออกแบบ’ (security by design) หรือ ‘ความเป็นส่วนตัวตั้งแต่การออกแบบ’ (privacy by design) เมื่อเกิดปัญหาจึงมาแก้ทีหลัง ไม่มีการพูดถึงเรื่อง governance (หลักธรรมาภิบาล) และ data governance (หลักธรรมาภิบาลของข้อมูล) โดยเฉพาะ national data governance (ธรรมาภิบาลข้อมูลระดับชาติ) 

ปัจจุบันยังไม่มีการวางโครงสร้างหรือมาตรฐานในการเชื่อมโยงข้อมูลที่ดี ต่างคนต่างทำ สำหรับเรื่องข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ธนาคาร หรือผู้ให้บริการเครือข่ายต่างมีข้อมูลและการจัดการคนละชุด ดังนั้นข้อมูลจึงกระจัดกระจาย รวมไปถึงยังไม่มีการตั้งมาตรฐานและกฎกติกากลางที่ทุกหน่วยงานของประเทศใช้ร่วมกัน เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลไปยังหน่วยงานต่างๆหลายแห่ง  

หากพูดถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดทางเทคโนโลยีในประเทศไทยมีกฎหมายหลายฉบับ แต่ปัญหาคือการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งในปัจจุบันที่ประเทศไทยได้ยื่นสมัครเข้าเป็นสมาชิก ‘องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา’ หรือ OECD ได้มีการพูดถึงการปรับกฎหมายเพื่อลดความซ้ำซ้อน เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และหากมีการปรับการเชื่อมโยงข้อมูลดิจิทัลรูปแบบใหม่ที่มีการพูดถึงอยู่นี้ก็ต้องพิจารณาว่ากฎหมายที่มีอยู่เดิมรองรับระบบใหม่นี้หรือไม่  

"การที่เราจะเข้า OECD มันเป็นการที่เราต้องยกเครื่องทุกอย่างเลย เราอาจจะใช้จังหวะนี้ในการปรับปรุงตรงนี้ ก็มีแนวคิดที่ทางผู้บริหารของประเทศ ท่านรัฐมนตรีฯ คลัง ท่านก็คิดมาเรื่อง Data Bureau เราอาจจะคุยกันต่อไปว่ามันจะต้องมีกลไกอะไรบางอย่างที่มันจะมาแก้ปัญหาตรงนี้"

Data Bureau ทางออกของข้อมูลและเงินรั่วไหล 

หลัง ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ประกาศตั้ง Data Bureau เพื่อตรวจสอบและสกัดเงินเทา หรือธุรกรรมทางการเงินที่ต้องสงสัย เมื่อปลายปี 2568  

ดร.ปริญญา อธิบายให้เห็นภาพถึงที่มาของ Data Bureau ว่าปัจจุบันเมื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือเหล่ามิจฉาชีพหลอกโอนเงินจากเหยื่อเงินจะถูกโอนไปบัญชีม้าหลายบัญชี จากนั้นจะแปลงเป็นคริปโตเคอร์เรนซี หรือสกุลเงินดิจิทัล แล้วแปลงไปเป็นทองคำผ่านแอปพลิเคชันมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท แสดงให้เห็นว่าการเคลื่อนของเงินไม่ได้ผ่านธนาคารเท่านั้น แต่ผ่านทองคำและสกุลเงินดิจิทัลทำให้ยากต่อการตรวจสอบ ดังนั้นจึงเกิดแนวคิด Data Bureau ขึ้นเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดให้สามารถตรวจสอบได้  

การเชื่อมโยงนี้ไม่ใช่การนำข้อมูลทั้งหมดมารวมไว้ที่ศูนย์กลางจุดใดจุดหนึ่งที่ทำให้หลายคนอาจเข้าใจผิดว่ายิ่งเกิดความเสี่ยงที่จะถูกคัดลอกข้อมูล ทำให้ข้อมูลรั่วไหลง่ายขึ้น แต่ย้ำว่าเป็นการเชื่อมโยงข้อมูลของทุกหน่วยงานให้ตรวจสอบเส้นทางได้เท่านั้น 

แต่ปัญหาที่ตามมาคือ ใครจะเป็นผู้บริหารจัดการระบบนี้ เพราะอาจเกิดความกังวลว่าจะกลายเป็น ‘ผู้มีอำนาจ’ มากเกินไปหรือไม่ ดังนั้นจึงต้องมีการพิจารณาถึงเรื่องนี้และกฎหมายที่จะใช้ในการควบคุมบังคับด้วย 

ดร.ปริญญา เผยว่าที่ผ่านมาเรามักทำงานแบบแก้ไขหลังจากปัญหาเกิดขึ้น หรือ After the fact ไปล็อคบัญชีหรือเส้นทางการโอนหลังจากที่โอนให้มิจฉาชีพไปแล้ว แต่ว่าไม่สามารถปิดหรือล็อคได้ทั้งหมด ดังนั้น “สิ่งที่ดีที่สุดคือการป้องกัน” 

_data-bureau-thailand-cyber-security-scammer-prevention-oecd-dr-prinya-SPACEBAR-Photo02-1.png

ทลายความกลัวเรื่อง ‘ผู้กุมอำนาจ’ ด้วยมาตรฐาน VC 

ดร.ปริญญา กล่าวถึงมาตรฐานโลกอย่าง VC (Verifiable Credentials) ซึ่งเป็นเอกสารรับรองดิจิทัลที่สามารถที่สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ ซึ่งบางธนาคารนำมาใช้เพื่อให้ข้อมูลต่าง ๆ สามารถเชื่อมโยงถึงกันได้ในหนึ่งแอปพลิเคชัน โดย ‘อำนาจ’ การดึงข้อมูลมาใช้หรือให้ความยินยอมในการนำข้อมูลไปใช้ยังคงเป็น ‘ประชาชน’ ที่เป็นเจ้าของข้อมูลนั้น ๆ เท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น หากคุณไปสถานที่ที่ต้องการดูบัตรประชาชนเพื่อทราบอายุ แทนที่คุณจะให้ดูบัตรประชาชนทั้งหมด คุณสามารถเลือกที่จะให้ดูเพียง พ.ศ. เกิดได้โดยไม่ต้องเห็นวันเกิด เป็นต้น 

สร้าง Trust Economy เพื่อก้าวสู่ OECD 

การสมัครเข้าเป็นสมาชิก OECD ไม่ใช่เรื่องของการพัฒนาประเทศในด้านเศรษฐกิจเท่านั้น แต่เป็นการสร้าง ‘ความเชื่อมั่น’ (Trust) ซึ่งประเทศไทยกำลังถูกทดสอบอย่างหนักจากปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 

ดร.ปริญญา ชี้ว่า การมี Data Bureau คือรูปธรรมที่ชัดเจนที่สุดที่จะโชว์ให้ OECD เห็นว่าไทย ‘เอาจริง’ 

“ถ้าเราเข้าได้ หนึ่ง ยกระดับความเชื่อมั่นทันทีเลย เพราะฉะนั้นเม็ดเงินมันก็จะต้องมาอัตโนมัติหรือเปล่า เพราะประเทศมีความเชื่อมั่นมากขึ้นแล้ว แล้วก็พวกเราตาดำ ๆ ประชาชน นักธุรกิจ เกษตรกรก็จะยกระดับมาตรฐานชีวิตของตัวเอง และมาตรฐานการทำงานของตัวเองด้วย มันจะมีแต่ได้ แต่ทีนี้ถ้ายังมีเรื่อง call center เราก็ต้องมีกระบวนการ รายละเอียดที่เราโชว์ OECD เห็นว่า เรามี Data Bureau เข้าธีมเลย ว่าเรามีรูปธรรม เพราะ OECD เขามองว่าเขามายกระดับคุณภาพชีวิต ถ้าเรามี Road map หรือกระบวนการที่ โอเค เราอาจจะไม่ร้อย แต่เขาเห็นแล้วมันเป็นไปได้ เขาก็ให้เราผ่าน” 

สุดท้าย ดร.ปริญญา หอมเอนก เน้นย้ำว่า DATA Bureau คือกลไกที่จะดึงอำนาจในการควบคุมข้อมูลกลับมาสู่ประชาชน และเป็นบันไดขั้นสำคัญที่จะพาไทยสู่มาตรฐานสากล 

"ไม่ใช่แค่เงินอย่างเดียว ประชาชนต้องปลอดภัยด้วย คีย์มันอยู่ตรงนี้ คือยกระดับให้เขาเห็น ถ้ายกระดับประชาชนให้เขาเห็นได้ ก็ถือว่าเราผ่านเกณฑ์ของเขา" 

วันนี้ที่ไทยได้ยื่นใบสมัคร OECD นับเป็นโอกาสทองที่ประเทศไทยต้องเอาจริงเอาจังกับการยกระดับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ในการเปลี่ยจากการ ‘ตามจับโจร’ มาสร้างระบบที่ปลอดภัยผ่าน Data Bureau เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และประกาศความพร้อมของไทยบนเวที OECD  

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์