‘เอกนิติ’ ชง ครม. 10 พ.ย. คุม Data Center 7 ระดับ ผูกการลงทุนกับความพร้อมไฟฟ้า-น้ำ
เตรียมกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำ 4 ด้าน พร้อมฐานข้อมูล TH-DC ติดตามโครงการทั่วประเทศ ให้เวลาธุรกิจปรับตัว 8-12 เดือน ส่วนโครงการที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตต้องเข้าเกณฑ์ใหม่
การลงทุนศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center เป็นโครงสร้างพื้นฐานรองรับบริการคลาวด์ AI และเศรษฐกิจดิจิทัล แต่การขยายโครงการต้องเดินไปพร้อมกับความพร้อมของระบบไฟฟ้า น้ำ และพื้นที่ตั้ง การกำหนดกติกาที่ชัดเจนจึงมีผลทั้งต่อการตัดสินใจของนักลงทุนและการจัดสรรทรัพยากรให้เพียงพอต่อภาคธุรกิจและประชาชน
รัฐบาลเตรียมนำร่างนโยบายกำกับดูแลกิจการ Data Center เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี โดยใช้ขนาดการใช้ไฟฟ้าเป็นเกณฑ์แบ่งระดับโครงการ เพื่อกำหนดข้อปฏิบัติให้สอดคล้องกับการใช้ทรัพยากรและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอหลักเกณฑ์ดังกล่าวต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 10 พฤศจิกายน 2569 เพื่อวางระบบกำกับดูแล รองรับการลงทุน ควบคู่กับการบริหารทรัพยากรและดูแลผลกระทบต่อสังคม
รวมข้อมูลอนุญาตไว้จุดเดียว ติดตามการลงทุนทั้งระบบ
ร่างนโยบายมีแนวทางสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่ การจัดทำฐานข้อมูลกลาง การแบ่งระดับ Data Center ตามขนาดการใช้ไฟฟ้า และการกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำสำหรับผู้ประกอบการ
ส่วนแรกจะมอบหมายให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พัฒนา Dashboard TH-DC เพื่อรวบรวมข้อมูลการอนุมัติและอนุญาตจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ช่วยให้การติดตามสถานะโครงการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ยังเห็นชอบแนวทางให้กระทรวงดีอีเป็นหน่วยงานหลักดูแลระบบ Data Center One Stop Service หรือ DC-OSS สำหรับประสานการขออนุญาต เชื่อมโยงฐานข้อมูล ตรวจสอบสถานะ และติดตามผลการดำเนินโครงการ รวมถึงคัดกรองข้อเสนอก่อนเข้าสู่การพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ในเชิงบริหาร การมีฐานข้อมูลร่วมจะช่วยให้หน่วยงานมองเห็นโครงการที่เปิดบริการแล้ว อยู่ระหว่างก่อสร้าง และอยู่ระหว่างเสนอขอลงทุน เพื่อใช้ประกอบการวางแผนโครงข่ายและสาธารณูปโภคได้สอดคล้องกันมากขึ้น
แบ่ง 7 ระดับตามใช้ไฟ กำหนดเงื่อนไขต่างตามขนาด
ส่วนที่สองคือการแบ่ง Data Center ออกเป็น 7 ระดับตามขนาดการใช้ไฟฟ้า โดยข้อมูลร่างที่เปิดเผยระบุช่วงขนาดไว้ดังนี้
ระดับ 1 ใช้ไฟฟ้า 0-0.5 เมกะวัตต์
ระดับ 2 ใช้ไฟฟ้า 0.5-5 เมกะวัตต์
ระดับ 3 ใช้ไฟฟ้า 5-10 เมกะวัตต์
ระดับ 4 ใช้ไฟฟ้า 10-20 เมกะวัตต์
ระดับ 5 ใช้ไฟฟ้า 20-50 เมกะวัตต์
ระดับ 6 ใช้ไฟฟ้า 50-200 เมกะวัตต์
และระดับ 7 ใช้ไฟฟ้ามากกว่า 200 เมกะวัตต์ขึ้นไป
โดยแต่ละระดับจะมีข้อกำหนดแตกต่างกันตามขนาดการใช้ทรัพยากร
หลักการคือกำหนดความเข้มข้นของมาตรฐานให้เหมาะกับขนาดโครงการ โดยกลุ่มระดับ 1–4 ใช้เกณฑ์พื้นฐานและสามารถตั้งในพื้นที่พาณิชยกรรมได้ตามเงื่อนไข ส่วนระดับ 5–7 ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เข้มข้นขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับศักยภาพพื้นที่และการใช้ทรัพยากร
ทั้งนี้ ขอบเขตของค่ารอยต่อระหว่างระดับและรายละเอียดการบังคับใช้ต้องยึดตามหลักเกณฑ์ฉบับที่ได้รับความเห็นชอบและประกาศอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระบุว่า แนวทางจัดกลุ่มที่คณะกรรมการฯ พิจารณาก่อนหน้านี้อ้างอิงขนาดการใช้ไฟฟ้ารวมของสถานประกอบการ หรือ Facility Load ซึ่งต้องแยกจากกำลังไฟฟ้าของอุปกรณ์ไอที หรือ IT Load เมื่อนำข้อมูลโครงการมาเปรียบเทียบกัน
มาตรฐาน 4 ด้าน ครอบคลุมที่ตั้งถึงประโยชน์ต่อประเทศ
ส่วนที่สามคือการกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำ 4 ด้าน ได้แก่
• ที่ตั้งและการใช้ประโยชน์ที่ดิน รวมถึงข้อกำหนดเกี่ยวกับการสำรองน้ำมันสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
• การเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าและน้ำ ให้สอดคล้องกับความพร้อมของระบบ
• สิ่งแวดล้อม ผ่านข้อกำหนดตามประมวลหลักการปฏิบัติ หรือ Code of Practice: CoP
• ประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคม ที่เกิดจากการดำเนินโครงการ
กรอบดังกล่าวทำให้การพิจารณาลงทุนต้องครอบคลุมมากกว่าขนาดอาคารและมูลค่าโครงการ โดยต้องประเมินว่าพื้นที่รองรับความต้องการใช้ทรัพยากรได้เพียงใด และการลงทุนสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยอย่างไร
ทิศทางนี้สอดคล้องกับแนวทางของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ซึ่งระบุไว้ก่อนหน้านี้ว่า การคัดกรองโครงการต้องพิจารณาความพร้อมด้านไฟฟ้าที่ไม่กระทบภาคส่วนอื่น ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การจัดการน้ำ ตลอดจนการจ้างงานและพัฒนาบุคลากร ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและชุมชน
ให้เวลาปรับตัว 8-12 เดือน โครงการใหม่ต้องเข้าเกณฑ์ทั้งหมด
เอกนิติระบุว่า ปัจจุบันมี Data Center เปิดให้บริการแล้ว 63 แห่ง อยู่ระหว่างก่อสร้าง 20 แห่ง และมีผู้ประกอบการกว่า 100 รายอยู่ระหว่างยื่นข้อเสนอ โดยภาครัฐจะให้เวลาปรับตัวเข้าสู่แนวทางกำกับดูแลใหม่ประมาณ 8-12 เดือน
สำหรับโครงการที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาต จะถือเป็นโครงการใหม่และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ใหม่ทั้งหมดหากต้องการดำเนินธุรกิจ
ประเด็นที่นักลงทุนต้องติดตามจึงอยู่ที่รายละเอียดหลังการพิจารณาของ ครม. ทั้งเงื่อนไขของแต่ละระดับ ขั้นตอนอนุญาต และแนวทางเปลี่ยนผ่านสำหรับโครงการเดิม เพราะมีผลต่อการเลือกทำเล ออกแบบระบบ และกำหนดเวลาก่อสร้าง
ร่างนโยบายนี้ยังอยู่ระหว่างเตรียมเสนอ ครม. จึงยังไม่ใช่ข้อกำหนดที่มีผลบังคับใช้แล้ว ความชัดเจนของกติกาและการประสานงานระหว่างหน่วยงานจะเป็นปัจจัยสำคัญในการรองรับการลงทุน โดยทำให้การขยาย Data Center สอดคล้องกับความพร้อมด้านทรัพยากรและประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับ




