กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ออกประกาศ เรื่อง "การยื่นคำร้องต่อศาลขอให้มีคำสั่งระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน พ.ศ. 2569"โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อยกระดับความรวดเร็วในการจัดการกับเนื้อหาที่ผิดกฎหมายบนโลกออนไลน์อย่างเด็ดขาด
สาระสำคัญของประกาศ คือ การเพิ่มกลไกทางกฎหมายที่เข้มข้นและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่สามารถยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอให้มีคำสั่งลบหรือระงับข้อมูลที่ผิดกฎหมาย ขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีได้ทันทีในกรณีที่มี "เหตุจำเป็นเร่งด่วน" ครอบคลุมเนื้อหาความผิดหลายประเภท ตั้งแต่ ข่าวปลอม (Fake News) ,การหมิ่นสถาบัน, ชวนเล่นพนันออนไลน์, ขายบุหรี่ไฟฟ้า, ขายปืนเถื่อน, ชวนกู้เงินนอกระบบ ไปจนถึงการรับทำเอกสารปลอม ฯลฯ
ผลกระทบที่ตามมา เมื่อความเร็วชนกับสิทธิส่วนบุคคล
ภายหลังการประกาศ หลายฝ่ายได้แสดงความกังวลถึงผลกระทบและการปรับตัวของภาคธุรกิจ พอประกาศนี้ ออกมา มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับ กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) พยายามทำให้ทั้งองค์กร ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม รวมถึงเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer - DPO) ต้องให้ความสำคัญ ความจริงเรื่องนี้พิจารณาดีๆ เรื่องนี้เป็นการลบข้อมูล ด้วยพ.ร.บ.คอมพ์ ข้อมูลยังไม่ทันจะถูกโยกไปจัดเก็บแต่ก็โดนลบไปก่อน
ประกาศฉบับ มุ่งให้อำนาจ ในการลบข้อมูลที่ มีความกังวล ทิ้ง ไม่ได้ต้องเอาข้อมูลที่เก็บไว้ สิทธิในการลบข้อมูล(Right to Erasure) เปลี่ยนไปตามคำสั่งศาล แม้จะให้อำนาจ ตามมาตรา 33 ของ PDPA เจ้าของข้อมูลจะมีสิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของตนได้ แต่ประกาศ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ฉบับนี้ จะเข้ามาเป็น "ฐานทางกฎหมาย (Legal Obligation)" ที่มีความสำคัญและเร่งด่วน ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มหรือองค์กร ต้องดำเนินการระงับหรือลบข้อมูลทันทีเมื่อมีคำสั่งศาล โดยไม่ต้องรอการร้องขอหรือความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล และที่สำคัญ เจ้าของข้อมูลจะไม่สามารถใช้สิทธิโต้แย้งเพื่อขอให้กู้คืนข้อมูลในส่วนที่ศาลสั่งลบไปแล้วได้
การจัดการข้อมูลที่สร้างความเกลียดชัง (Hate Speech) ประกาศข้อ 2 (4) (ก) และ (ฉ) ครอบคลุมถึงเนื้อหาที่มีลักษณะใส่ความ หมิ่นประมาท ด้อยค่า หรือการใช้ภาพและข้อความดูถูกเหยียดหยามที่โน้มน้าวให้เกิดความเกลียดชังในสังคม การกระทำที่ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ที่เสี่ยงต่อการถูกศาลสั่งลบแบบเร่งด่วนแล้ว ในมุมของ PDPA ยังถือเป็นการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เปิดทางให้ผู้เสียหายสามารถดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าสินไหมทดแทนควบคู่กันไปได้
ประกาศใหม่เน้นย้ำถึงคำว่า "เหตุจำเป็นเร่งด่วน" ดังนั้น องค์กรที่เป็นผู้ให้บริการระบบคอมพิวเตอร์ เว็บบอร์ด หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ จะต้องเร่งยกระดับมาตรการภายใน (Technical and Organizational Measures) ให้สอดรับ ไม่ใช่เพียงแค่คัดกรองตาม PDPA แต่ต้องสร้าง "ช่องทางด่วน (Fast-track)" เพื่อรองรับและปฏิบัติตามคำสั่งระงับหรือลบข้อมูลจากเจ้าหน้าที่รัฐอย่างทันท่วงที เพื่อลดความเสี่ยงทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นกับตัวองค์กรเอง
ประกาศใช้อำนาจตามี พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ. 2560 เป็นทางด่วนในการจัดการ สิ่งที่เรียกว่า ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีความผิด โดยให้เอาออกจากระบบคอมพิวเตอร์ได้ทันที ภาครัฐอาจจะให้เหตุผลเรื่อง "ความเร็ว" ในการระงับความเสียหายบนโลกออนไลน์คือสิ่งสำคัญที่สุด นี่คือ ทางด่วนในการการ อะไรก็ได้ ที่ต้องการลบ โดย องค์กรในยุคดิจิทัล อาจทำให้เกิดรู้สึกถึงการใช้ อำนาจ มากเกินขอบเขต ประเด็นนี้ ควร ฟังความเห็นของ กระบวนการยุติธรรม คือ ศาล ก่อน ด้วยว่า เห็นด้วยกับ วิธีการ หรือ มาตรการนี้ หรือไม่ อย่างไร
จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทบทวนกระบวนการทำงาน โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่าง ทีมกำกับดูแล(Compliance), เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) และ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) เพื่อสร้างกลไกที่สามารถคุ้มครองสิทธิความเป็นส่วนตัวควบคู่ไปกับความพร้อมในการปฏิบัติตามคำสั่งลบข้อมูลเร่งด่วนตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและไร้รอย




