จากการเปิดเผยของ อริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย(ThaiBMA) ระบุว่า ในปี 2567 จะมีตราสารหนี้ภาคเอกชน หรือหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดคือเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 890,908 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้ ส่วนใหญ่ราว 90% เป็นหุ้นกู้ที่จัดอยู่ในระดับอินเวสต์เมนต์เกรด (Investment grade) มีการจัดอันดับเครดิตเรทติ้งตั้งแต่ BBB-ขึ้นไป มูลค่า 791,322 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่มีเรทติ้งค่อนข้างสูง (ตั้งแต่ A-ขึ้นไป) จำ นวน86 บริษัท มูลค่ารวม 6.88 แสนล้านบาท ซึ่งปกติจะมีความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ค่อนข้างต่ำ
ที่เหลืออีก 10% เป็นหุ้นกู้ในกลุ่มไฮยิลด์ (High Yield) ที่มีเรทติ้งต่ำกว่า BBB- ลงมา (Below investment grade) และหุ้นกู้ของบริษัทที่ไม่ได้จัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Non-rated) มูลค่า 99,586 ล้านบาท ซึ่งมักจะให้ผลตอบแทน หรือดอกเบี้ยค่อนข้างสูง
หุ้นกู้ในกลุ่มนี้ ซึ่งบางครั้งถูกมองว่าเป็น Junk Bond ซึ่งในปีหน้า จากการที่เศรษฐกิจไทยยังคงชะลอตัว และอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในช่วงขาขึ้น ทำให้หุ้นกู้บางตัวอาจจะมีความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ โดยคาดว่าจะมีปัญหาราวครึ่งหนึ่ง หรือราว 5 หมื่นล้านบาท
ขณะเดียวกัน เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา มีหุ้นกู้หลายตัวที่เกิดปัญหา และมีการผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับนักลงทุน สมาคมฯ TBMA จึงพยายามผลักดันแนวทางแก้ไขในเรื่อง “ข้อกำหนดเงื่อนไขทางการเงินของผู้ออกหุ้นกู้ไฮยิลด์บอนด์ (Covenant High Yield Bond)” ที่เข้มงวดขึ้น เช่น ข้อจำกัดของการก่อหนี้เพิ่ม ข้อจำกัดการจ่ายเงิน หรือข้อจำกัดของการก่อภาระผูกพันบนทรัพย์สิน หรือการทำธุรกรรมของบริษัทในเครือ เป็นต้น
ทั้งนี้ เพื่อให้ความมั่นใจแก่ผู้ลงทุนว่าบริษัทผู้ออกหุ้น จะดำรงสถานะทางการเงินในระดับที่เหมาะสม ไม่ก่อหนี้สินเกินตัว เพื่อให้มีสภาพคล่องเพียงพอในการชำระดอกเบี้ยและคืนเงินต้นตามเงื่อนไขได้
ที่ผ่านมา บางครั้งมีการออกหุ้นกู้ระดมทุน โดยให้ผลตอบแทนสูงๆเพื่อจูงใจนักลงทุน แต่กลับนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ และเมื่อถึงเวลาครบกำหนดก็ไม่สามารถคืนเงินต้น หรือจ่ายดอกเบี้ยได้
พร้อมกันนี้ ทางสมาคมฯมีการประสานกับทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในเรื่องการเปิดเผยข้องมูลทางการเงินของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ให้ทุกฝ่ายมีข้อมูลที่เท่าเทียมกัน เช่น ด้านข้อมูลหนี้ก็จะมีข้อมูลด้านหุ้น ให้นักลงทุนหุ้นกู้ได้ทราบ และการผินัดชำระหนี้ในตลาดบอนด์ นักลงทุนในตลาดทุนต้องทราบเหมือนกันพร้อมกัน
อริยา กล่าวว่า ในปีนี้มีบริษัทที่ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้เพียง 0.3% ของมูลค่าหุ้นกู้ทั้งหมดในปีนี้เท่านั้น เราถือว่าน้อยมาก แต่กระทบต่อจิตวิทยาของนักลงทุนในปีนี้อย่างมาก เพราะมี4-5 บริษัทเกิดขึ้นต่อๆ กันมา และกระจายในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม
นายกสมาคมตลาดตราสารหนี้ มองว่าแนวโน้มการออกหุ้นกู้ในปีหน้ายังน่าจะเติบโตได้ใกล้เคียงปีนี้ โดยยอดออกหุ้นกู้ปีนี้ ยังเชื่อมั่นว่าจะเป็นไปตามเป้าหมาย 1 ล้านล้านบาท จากปัจจุบันมีมูลค่า 9.4 แสนล้านบาท เพราะบริษัทขนาดใหญ่ที่ออกหุ้นกู้ ไม่ได้รับผลกระทบมากในปีนี้




