การดี เลียวไพโรจน์ ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางเข้ายื่นหนังสือเปิดผนึกถึง ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เรียกร้องให้มีการทบทวน แก้ไข หรือยุติโครงการ TH-AI Passport พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติของโครงการ 5 ประเด็น และเตือนว่าหากรัฐมนตรียังคงเพิกเฉยต่อข้อท้วงติง อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย
การดี ระบุว่า โครงการดังกล่าวใช้งบประมาณรวมราว 1,500-1,600 ล้านบาท เป็นเม็ดเงินภาษีของประชาชน จึงไม่อาจปล่อยให้มีการใช้งบประมาณโดยปราศจากความโปร่งใส เราคงจะปล่อยให้เงินงบประมาณ 1,500 หรือ 1,600 ล้านบาท ไหลไปแบบไม่ชอบธรรมแบบนี้ไม่ได้

สำหรับข้อกังวลที่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นต่อกระทรวงดีอี มีทั้งหมด 5 ประเด็น ได้แก่
- ความโปร่งใสและกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
- ความไม่คุ้มค่าและคุณภาพของระบบที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าต่ำกว่ามาตรฐานของบริการฟรีทั่วไป
- ความไม่โปร่งใสของหลักเกณฑ์การจ่ายเงินตามรูปแบบ Pay per Use หรือ Pay per Active User
- ความเสี่ยงต่อการขัดเงื่อนไข TOR และผลกระทบต่ออธิปไตยทางข้อมูล (Data Sovereignty)
- การขาดตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPI) ที่ชัดเจน
เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีติดภารกิจมอบหมายให้เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เป็นผู้รับหนังสือแทน ขณะนี้โครงการยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจรับงานงวดแรก ส่งผลให้เงินงบประมาณกว่า 300 ล้านบาท ยังไม่ได้มีการเบิกจ่ายออกจากภาครัฐ จึงยังมีโอกาสที่กระทรวงจะทบทวนหรือปรับแก้โครงการได้ก่อนการจ่ายเงิน
หนังสือเปิดผนึกมีจุดประสงค์เพื่อให้รัฐมนตรีในฐานะผู้มีอำนาจกำกับดูแลโครงการ ได้พิจารณาข้อสังเกตที่เกิดขึ้นอย่างรอบคอบ พร้อมเตือนถึงผลทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้น หากได้รับทราบข้อท้วงติงแล้วแต่ยังไม่มีการดำเนินการหรือปล่อยปละละเลย ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่า จะติดตามโครงการ TH-AI Passport อย่างใกล้ชิด และหากยังไม่มีความชัดเจน จะใช้กลไกการตรวจสอบของรัฐสภาเพื่อตรวจสอบการใช้งบประมาณ ให้การใช้งบประมาณด้านเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ของประเทศเกิดความคุ้มค่าสูงสุด




