พาณิชย์ ยัน พิจารณาผลทบทวน AD เหล็ก เป็นธรรม-โปร่งใส

23 ก.พ. 2566 - 10:22

  • กรมการค้าต่างประเทศ ยัน ผลทบทวนมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) เหล็ก จากบราซิล อิหร่าน และตุรกี ตามหลักกฎหมาย เป็นกลาง โปร่งใส

  • เน้นมีส่วนร่วมในกระบวนการของผู้มีส่วนได้เสีย คำนึงผลกระทบทุกฝ่าย

DFT_anti_dumping_AD_steel_GL_Vietnam_Brazil_Iran_Turkey_SPACEBAR_Hero_4aeebf26d2.jpeg
รณรงค์ พูลพิพัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เผยกรณี การเปิดทบทวนความจำเป็นในการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) ในสินค้าเหล็กแผ่นรีดเย็นชุบหรือเคลือบด้วยโลหะเจือของอะลูมิเนียมและสังกะสีแบบจุ่มร้อน (GL) จากเวียดนาม และสินค้าแผ่นเหล็กรีดร้อนจากบราซิล อิหร่าน และตุรกี ว่า คณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน (ทตอ.) พิจารณาเป็นไปตามหลักกฎหมาย มีหลักการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด เพื่อประโยชน์ของอุตสาหกรรมภายใน ผู้บริโภค และประโยชน์สาธารณะตาม พ.ร.บ. การตอบโต้การทุ่มตลาดฯ และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ซึ่งกระบวนการพิจารณามาตรการฯ ถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจนภายใต้ พ.ร.บ. การตอบโต้การทุ่มตลาดฯ  

โดยในส่วนของการทบทวนเพื่อต่ออายุมาตรการฯ ตามมาตรา 57 มีหลักเกณฑ์พิจารณาข้อมูลที่เป็นจริง 5 ข้อ ดังนี้
  1. ราคาที่แสดงการทุ่มตลาด (ราคาส่งออกมาไทยต่ำกว่าราคาที่ขายในประเทศที่ถูกกล่าวหา)  
  2. ความเสียหายที่เกิดกับอุตสาหกรรมภายใน ได้แก่ ปริมาณการนำเข้า ผลกระทบด้านราคา (เช่น การตัดราคา กดราคา และยับยั้งการขึ้นราคา)  
  3. ผลกระทบที่เกิดแก่อุตสาหกรรมภายใน 15 ปัจจัย เช่น กำไร/ขาดทุน ผลผลิต ปริมาณขายในประเทศ ส่วนแบ่งตลาด อัตราการเจริญเติบโต เป็นต้น  
  4. ศักยภาพในการผลิตและโอกาสการส่งออกของประเทศที่ถูกกล่าวหามายังประเทศไทย  
  5. ผลกระทบที่อาจเกิดต่อส่วนภาคอื่นๆ เช่น ภาคการผลิต ภาคบริการ และอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่ต้องใช้เหล็กเป็นต้นทุนการผลิต
ซึ่งส่งผ่านไปยังอัตราค่าครองชีพของผู้บริโภคภายในประเทศ โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกรวบรวมและวิเคราะห์เพื่อประกอบการประเมินความเป็นไปได้ในการทุ่มตลาด และความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายในว่าจะเกิดขึ้นต่อไปหรือฟื้นคืนกลับมาอีก รวมทั้งต้นทุนต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ 

แจงความโปร่งใส จากคณะกรรมการผู้แทนหลายหน่วย 
รณรงค์ฯ กล่าวว่า คณะกรรมการ ทตอ. ประกอบไปด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ และผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาต่างๆ อาทิ เศรษฐศาสตร์ บัญชี นิติศาสตร์ และการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งมีความเป็นอิสระในการพิจารณาและตัดสินใจ จนได้ผลการวินิจฉัยอันเป็นมติของคณะกรรมการ ทตอ. ทั้งคณะ โดยไม่ใช่อำนาจการตัดสินใจของกระทรวงพาณิชย์หรือ/โดยกรมการค้าต่างประเทศหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง  

รณรงค์ ยังกล่าวถึงบทบาทของกรมการค้าต่างประเทศในฐานะเป็นฝ่ายเลขาฯ ทตอ. ว่า กรณีหากผลการทบทวนฯ ตามมาตรา 57 ของ พ.ร.บ. การตอบโต้การทุ่มตลาดฯ ปรากฏว่าให้ยุติมาตรการฯ กรมฯ ได้กำหนดแนวทางใหม่ที่จะดำเนินการ 2 แนวทาง คือ  
  1. แจ้งด่วนต่อผู้ส่งออก ผู้นำเข้า และผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อตักเตือนไม่ให้มีพฤติกรรมการทุ่มตลาดมายังประเทศไทยอีก  
  2. กรมฯ จะเฝ้าติดตามการนำเข้าสินค้าจากประเทศต้นทาง หากมีพฤติกรรมที่ส่อแนวโน้มการทุ่มตลาดมายังประเทศไทย กรมฯ จะดำเนินการเปิดไต่สวนการทุ่มตลาดทันที  
หากภาคเอกชนมีความล่าช้าในการยื่นคำขอเปิดไต่สวน และจะเร่งกระบวนการไต่สวนให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เพื่อการใช้มาตรการฯ ให้ทันท่วงที ยิ่งกว่านั้นกรมฯ จะขึ้นบัญชีดำว่าประเทศผู้ส่งออกดังกล่าวมีพฤติกรรมการทุ่มตลาดกลับมาอีกเป็นรอบที่สอง เพื่อนำบัญชีดำนี้มาใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการพิจารณาทบทวนมาตรการฯ ของคณะกรรมการ ทตอ. เมื่อการใช้มาตรการฯ ผ่านพ้นกรอบเวลาที่กำหนด
DFT_anti_dumping_AD_steel_GL_Vietnam_Brazil_Iran_Turkey_SPACEBAR_Photo03_67c5006ed6.jpeg
รณรงค์ ยังขอให้ทุกฝ่ายเชื่อมั่นว่า การไต่สวนการทุ่มตลาดฯ และทบทวนต่ออายุมาตรการฯ ของคณะกรรมการ ทตอ. อยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย มีความเป็นธรรมและตรงไปตรงมา เพื่อรักษาผลประโยชน์ประเทศ คำนึงถึงความสมดุลของกิจกรรมทางเศรษฐกิจด้านการค้าและการผลิต ทั้งอุตสาหกรรมต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยกรมการค้าต่างประเทศพร้อมรับฟังและหารือร่วมกับทุกฝ่าย และรายงานต่อคณะอนุกรรมการพิจารณาการไต่สวน และคณะกรรมการ ทตอ. เพื่อพิจารณาว่าจะใช้มาตรการต่อต้านการทุ่มตลาดฯ หรือไม่ อันเกิดประโยชน์เที่ยงธรรมต่อทุกภาคธุรกิจให้อยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืนในระบบเศรษฐกิจ
DFT_anti_dumping_AD_steel_GL_Vietnam_Brazil_Iran_Turkey_SPACEBAR_Photo02_67ad9f0ae2.jpeg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์