รณรงค์ พูลพิพัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เผยกรณี การเปิดทบทวนความจำเป็นในการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) ในสินค้าเหล็กแผ่นรีดเย็นชุบหรือเคลือบด้วยโลหะเจือของอะลูมิเนียมและสังกะสีแบบจุ่มร้อน (GL) จากเวียดนาม และสินค้าแผ่นเหล็กรีดร้อนจากบราซิล อิหร่าน และตุรกี ว่า คณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน (ทตอ.) พิจารณาเป็นไปตามหลักกฎหมาย มีหลักการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด เพื่อประโยชน์ของอุตสาหกรรมภายใน ผู้บริโภค และประโยชน์สาธารณะตาม พ.ร.บ. การตอบโต้การทุ่มตลาดฯ และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ซึ่งกระบวนการพิจารณามาตรการฯ ถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจนภายใต้ พ.ร.บ. การตอบโต้การทุ่มตลาดฯ
โดยในส่วนของการทบทวนเพื่อต่ออายุมาตรการฯ ตามมาตรา 57 มีหลักเกณฑ์พิจารณาข้อมูลที่เป็นจริง 5 ข้อ ดังนี้
แจงความโปร่งใส จากคณะกรรมการผู้แทนหลายหน่วย
รณรงค์ฯ กล่าวว่า คณะกรรมการ ทตอ. ประกอบไปด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ และผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาต่างๆ อาทิ เศรษฐศาสตร์ บัญชี นิติศาสตร์ และการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งมีความเป็นอิสระในการพิจารณาและตัดสินใจ จนได้ผลการวินิจฉัยอันเป็นมติของคณะกรรมการ ทตอ. ทั้งคณะ โดยไม่ใช่อำนาจการตัดสินใจของกระทรวงพาณิชย์หรือ/โดยกรมการค้าต่างประเทศหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง
รณรงค์ ยังกล่าวถึงบทบาทของกรมการค้าต่างประเทศในฐานะเป็นฝ่ายเลขาฯ ทตอ. ว่า กรณีหากผลการทบทวนฯ ตามมาตรา 57 ของ พ.ร.บ. การตอบโต้การทุ่มตลาดฯ ปรากฏว่าให้ยุติมาตรการฯ กรมฯ ได้กำหนดแนวทางใหม่ที่จะดำเนินการ 2 แนวทาง คือ
โดยในส่วนของการทบทวนเพื่อต่ออายุมาตรการฯ ตามมาตรา 57 มีหลักเกณฑ์พิจารณาข้อมูลที่เป็นจริง 5 ข้อ ดังนี้
- ราคาที่แสดงการทุ่มตลาด (ราคาส่งออกมาไทยต่ำกว่าราคาที่ขายในประเทศที่ถูกกล่าวหา)
- ความเสียหายที่เกิดกับอุตสาหกรรมภายใน ได้แก่ ปริมาณการนำเข้า ผลกระทบด้านราคา (เช่น การตัดราคา กดราคา และยับยั้งการขึ้นราคา)
- ผลกระทบที่เกิดแก่อุตสาหกรรมภายใน 15 ปัจจัย เช่น กำไร/ขาดทุน ผลผลิต ปริมาณขายในประเทศ ส่วนแบ่งตลาด อัตราการเจริญเติบโต เป็นต้น
- ศักยภาพในการผลิตและโอกาสการส่งออกของประเทศที่ถูกกล่าวหามายังประเทศไทย
- ผลกระทบที่อาจเกิดต่อส่วนภาคอื่นๆ เช่น ภาคการผลิต ภาคบริการ และอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่ต้องใช้เหล็กเป็นต้นทุนการผลิต
แจงความโปร่งใส จากคณะกรรมการผู้แทนหลายหน่วย
รณรงค์ฯ กล่าวว่า คณะกรรมการ ทตอ. ประกอบไปด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ และผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาต่างๆ อาทิ เศรษฐศาสตร์ บัญชี นิติศาสตร์ และการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งมีความเป็นอิสระในการพิจารณาและตัดสินใจ จนได้ผลการวินิจฉัยอันเป็นมติของคณะกรรมการ ทตอ. ทั้งคณะ โดยไม่ใช่อำนาจการตัดสินใจของกระทรวงพาณิชย์หรือ/โดยกรมการค้าต่างประเทศหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง
รณรงค์ ยังกล่าวถึงบทบาทของกรมการค้าต่างประเทศในฐานะเป็นฝ่ายเลขาฯ ทตอ. ว่า กรณีหากผลการทบทวนฯ ตามมาตรา 57 ของ พ.ร.บ. การตอบโต้การทุ่มตลาดฯ ปรากฏว่าให้ยุติมาตรการฯ กรมฯ ได้กำหนดแนวทางใหม่ที่จะดำเนินการ 2 แนวทาง คือ
- แจ้งด่วนต่อผู้ส่งออก ผู้นำเข้า และผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อตักเตือนไม่ให้มีพฤติกรรมการทุ่มตลาดมายังประเทศไทยอีก
- กรมฯ จะเฝ้าติดตามการนำเข้าสินค้าจากประเทศต้นทาง หากมีพฤติกรรมที่ส่อแนวโน้มการทุ่มตลาดมายังประเทศไทย กรมฯ จะดำเนินการเปิดไต่สวนการทุ่มตลาดทันที

รณรงค์ ยังขอให้ทุกฝ่ายเชื่อมั่นว่า การไต่สวนการทุ่มตลาดฯ และทบทวนต่ออายุมาตรการฯ ของคณะกรรมการ ทตอ. อยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย มีความเป็นธรรมและตรงไปตรงมา เพื่อรักษาผลประโยชน์ประเทศ คำนึงถึงความสมดุลของกิจกรรมทางเศรษฐกิจด้านการค้าและการผลิต ทั้งอุตสาหกรรมต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยกรมการค้าต่างประเทศพร้อมรับฟังและหารือร่วมกับทุกฝ่าย และรายงานต่อคณะอนุกรรมการพิจารณาการไต่สวน และคณะกรรมการ ทตอ. เพื่อพิจารณาว่าจะใช้มาตรการต่อต้านการทุ่มตลาดฯ หรือไม่ อันเกิดประโยชน์เที่ยงธรรมต่อทุกภาคธุรกิจให้อยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืนในระบบเศรษฐกิจ





